“เจ้าแม่สิงห์โต” สมหวังเรื่องเรียน เรื่องรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาว มธ. นับถือ

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / “เจ้าแม่สิงห์โต” สมหวังเรื่องเรียน เรื่องรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาว มธ. นับถือ

“เจ้าแม่สิงห์โต”  หรือ “ศาลสิงห์โตทอง” รูปปั้นสิงโตเพศเมียขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณข้างตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่างให้ความนับถือ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือเรื่องความรัก ว่ากันว่าหากทำพิธีไหว้ที่ถูกต้องเหมาะสม ก็จะสมหวังดังใจปรารถนาได้ทุกเรื่อง!!

“ศาลสิงห์โตทอง” ขอเรื่องเรียน เรื่องรัก

tu

ภาพ: ค่ายจับจิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสต

“ศาลสิงห์โตทอง” หรือที่เด็ก มธ. ชอบเรียกติดปากกันว่า “เจ้าแม่สิงโต” เป็นรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณข้างตึกคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีตำนานเรื่องเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีพ่อค้าชาวจีนคนหนึ่งได้บรรทุกสินค้าลงเรือสำเภาแล่นมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อที่จะเข้ามาค้าขายกับคนไทย หนึ่งในสินค้านั้นมีรูปปั้นสิงโตตัวเมียและตัวผู้ แต่แล้วก็เกิดพายุโหมกระหน่ำ จนเรืออับปางลงในที่สุด เมื่อพายุได้ผ่านพ้นไป ชาวบ้านละแวกนั้นก็ได้ช่วยกันกู้สิ่งที่จมอยู่ใต้น้ำขึ้นมา แต่รูปปั้นนั้นสามารถกู้ขึ้นมาได้เพียงแค่ตัวเมียเพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วนตัวผู้นั้นหาอย่างไรก็ไม่พบ เป็นที่มาของการอยู่อย่างโดดเดี่ยวของสิงโตตัวเมีย ชาวบ้านจึงได้ตั้งรูปปั้นไว้ที่ริมแม่น้ำหันหน้าเข้าหาฝั่ง แต่เมื่ออีกวันหนึ่งกลับมาก็พบว่ารูปปั้นได้หันหน้าออกไปทางแม่น้ำเอง นอกจากนี้ยังมีคำบอกเล่าของคุณยาย ซึ่งอาศัยอยู่ในระแวกนี้มากว่า 60 ปี ว่า บางคืนคนที่นี่มักจะได้ยินเสียงคร่ำครวญของสิงโตตัวเมียที่ร้องเรียกหาคู่ของมัน ด้วยความคิดถึงและเศร้าใจ แต่ถ้าเป็นคืนวันเพ็ญบางคนก็จะเห็นลำแสง คู่สีแดงส่องขึ้นมาจากแม่น้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแสงจากตาของสิงโตตัวผู้ ที่เฝ้าคอยมองหาตัวเมีย ที่อยู่บนฝั่ง เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมรูปปั้นสิงโตตัวเมีย ต้องหันหน้าเข้าหาฝั่งแม่น้ำ

นอกจากนี้ยังเรื่องเล่าจากนักศึกษาธรรมศาสตร์ กันปากต่อปากว่า

หากอธิษฐานถึงเจ้าแม่สิงโตทอง และปักธูปไว้ที่หนังสือหน้าใดก็ตาม หน้านั้นจะออกสอบ

ลองไปฟังประสบการณ์ของนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ได้เคยบนกับเจ้าแม่สิงโต และสมหวังมาแล้วกันค่ะ ว่าความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สิงโตนั้นเคยมีอะไรบ้าง

แอน นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์:: เล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สิงโตให้ฟังว่า

“ครั้งแรกที่มาบน เพราะมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันเรียนอยู่ที่นี่แนะนำ ตอนนั้นเป็นช่วงสอบเอ็นพอดี แล้วเขาบอกว่าถ้าเราอยากสอบติดที่ธรรมศาสตร์ก็ให้เอาลูกแก้วมาบนขอกับเจ้าแม่ เราก็อยากสอบติดด้วยเขาว่าอย่างไร ก็ทำตามถึงแม้ว่าตอนนั้นจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร”

tu-2-tu

ภาพ: panyayan.tnews.co.th

แอนเล่าต่อว่า :

“ตอนนั้นแอนบนด้วยลูกแก้ว 23 ลูก เพราะแอนชอบเลข 23 พอผลเอ็นฯ ออกมาปรากฏว่าเราติดจริงๆ ก็ดีมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราทำข้อสอบได้เองหรือเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของท่านกันแน่ ถึงตอนนี้แอนจะได้ไม่ไปบนขออะไรจากท่านอีก แต่เมื่อมีเวลาว่างแอนก็จะแวะเอาพวกมาลัยดอกไม้ มากราบไหว้สักการะท่านอยู่เสมอๆ”

ด้านแอร์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ปี 3 มธ. เล่าถึงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของความรักว่า

“แอร์เคยเห็นเพื่อนมาขอพรกับเจ้าแม่ เรื่องความรัก ก็ได้ผลนะ ตอนนั้นเขาบนว่าถ้าได้คนนี้เป็นแฟน เขาจะเอาสิงโตมาถวาย1 คู่ และตอนนี้เขาก็คบกันอยู่กับแฟนคนที่ขอจากเจ้าแม่มา ซึ่งเพื่อนแอร์เขานับถือท่านมาก ถ้าวันไหนว่างๆ ก็จะชวนแอร์เอาพวงมาลัยมาถวายท่าน แต่สำหรับแล้วยังไม่เคยขออะไรท่านเลย ก็คิดอยู่เหมือนกันวันหลังแอร์จะลองมาขอแฟนใหม่กับท่านบ้าง เพราะแฟนคนนี้เริ่มงี่เง่าแล้ว”(หัวเราะ)

วิธีการบูชา “เจ้าแม่สิงห์โต”

lookglass

ภาพ: www.bloggang.com

สำหรับของที่ใช้ในการบนกับเจ้าแม่สิงโต ส่วนใหญ่จะเป็น “ลูกแก้ว” ว่ากันว่าเจ้าแม่ท่านชอบเล่นลูกแก้วมาก แต่ก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นจำนวนกี่ลูก นอกจากนั้นก็ยังมีพวกผลไม้ ดอกไม้ และพวงมาลัย แล้วแต่ว่าคนมากราบไหว้บนบานจะบนด้วยอะไร

เนื่องจากศาลเจ้าแม่สิงโตนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของความรัก อีกทั้งยังตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบกับมีบรรยากาศที่เย็นสบาย และเงียบสงบ ในตอนเย็นๆ หากใครมา จะได้เห็นคู่รักมานั่งเล่น พักผ่อนกันที่นี่ด้วย..

ที่มา::ค่ายจับจิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์www.matichon.co.thpanyayan.tnews.co.th

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้