สาวติสท์ ม.สารคาม “น้ำค้าง อรสา” ผู้หลงรักตัวอักษรผ่านบทกวี

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / สาวติสท์ ม.สารคาม “น้ำค้าง อรสา” ผู้หลงรักตัวอักษรผ่านบทกวี

น้ำค้าง- อรสา ศรีดาวเรือง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขานิเทศศาสตร์ เอกวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาวน้อยตัวเล็ก ยิ้มง่าย อารมณ์ดี  ภายในบริบทการใช้ชีวิตที่ล้วนเกี่ยวข้องกับตัวอักษรในหนังสือ มุมมองใหม่ๆ ที่น้ำค้างได้จากโลกของตัวอักษร จะสะท้อนความเป็นตัวตนของน้ำค้างอย่างไรบ้าง ?

มุมมองใหม่ๆ ในโลกของหนังสือ ที่สื่อโซเซียลไม่เคยมี

ชื่อ-สกุล : อรสา ศรีดาวเรือง
ชื่อเล่น : น้ำค้าง
ส่วนสูง : 158 ซม. น้ำหนัก : 40 กก.
การศึกษา :คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขา นิเทศศาสตร์ เอกวารสารศาตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วิชาที่ชอบ : ประวัติศาสตร์,เขียสารคดี, จิตวิทยา
งานอดิเรก : อ่านหนังสือ,ปลูกต้นไม้
จิตอาสา : ร้องเพลงเรือนจำ, บ้านพักคนชรา
คติ : อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ มนุษย์ทุกคนล้วนมีชะตากรรมที่ต้องบรรลุ
FB : อรสา ศรีดาวเรือง IG : @06.16.20

หนังสือคือเพื่อนในวัยเด็ก

ในตอนเด็กถูกเลี้ยงอย่างเด็กโบราณ คือมีกรอบที่แคบมากสำหรับเด็กผู้หญิงในการใช้ชีวิตในวัยเด็กท่ามกลางพี่น้องผู้ชาย หนังสือจึงเป็นสิ่งเเรกที่จับขึ้นมา เพราะว่าไม่สามารถไปเล่นกับพี่ๆ น้องๆ ที่ไปผจญภัยหาขุมทรัพย์ เราจึงมีหนังสือธรรมมะของที่บ้านเป็นเพื่อน ธรรมมะที่อ่านเรื่องเเรกเกี่ยวกับชีวะประวัติหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมและหลวงปู่โต พรหมรังสี รวมทั้งพุทธประวัติ การที่เราวนเวียนอยู่ในโลกของหนังสือ พระทั้งหลาย คือสิ่งที่ก่อเกิดให้เราแสวงหาหนังสืออ่านและมีสมาธิกับหนังสือ จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เราก็หาหนังสืออ่านในยามว่างไม่หยุดหย่อนมีหลายประเภทมาก ทั้งประวัติศาสตร์การเมือง วรรณกรรมแปล ปรัชญาชีวิตและบทกวี ที่เราชอบมากก็เรื่อง พี่น้องคารามาซอฟ ของฟรีโอโดร์ ดอสโตเยฟกี้

เพราะโลกของหนังสือคือสถานที่ซับซ้อน

 เริ่มอ่านตั้งแต่ที่อ่านหนังสือคล่อง ซักประมาณ ป.3 ชอบที่สุดคือ เรื่อง พี่น้องคารามาซอฟ ของฟรีโอโดร์ ดอสโตเยฟกี้ วรรณกรรมเล่มนี้เป็นรูปแบบระบบความคิดที่ซับซ้อนมากๆ และยังสอดแทรกการวิเคราะห์มนุษย์ถึงขั้นจิตวิญญาณ หากจะให้บรรยายคงยาวมาก แต่ดอสโตเยฟกี้ชี้ให้เห็น ถึงว่าเหตุและผลที่ถูกผิดในสังคมมิอาจแก้ไข้ปัญหาของมนุษย์ได้ และคำถามที่เขาตั้งขึ้นในเรื่องราวของวรรณกรรมเล่มนี้ เป็นคำถามต่อมนุษย์ทุกคน ที่ฉันรู้สึกเหมือนถูกบีบไว้สุดแรง

วรรณกรรมทุกเล่มล้วนเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น แต่ระหว่างทางของวรรณกรรมแต่ละเล่มล้วนมีความหมาย เนื้อหาของวรรณกรรมก็เช่นกัน เรารู้สึกถึงความงดงาม ความดำมืด ความรัก ความลึกซึ้งของชีวิต ซึ่งหากได้จมอยู่ในโลกวรรณกรรมแล้ว คุณจะเข้าว่าไม่เพียงเส้นเรื่อง ความสนุกตื่นเต้นหรือความลี้ลับเท่านั้น ที่ทำให้เราไม่อาจปล่อยหนังสือจากมือได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนสอดแทรกความเข้าใจในชีวิต ซึ่งแล้วแต่ผู้อ่านจะตีความ

โลกของหนังสือ

ค้างชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ที่มาเรียนสารคามเพราะสนใจเรื่องสื่อมวลชนค่ะ ผนวกกับที่เรียนปี 1แล้วรู้ว่าตัวเองอยากเรียนวารสารมากกว่าทีวี แม้สื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันจะค่อนข้างวิกฤต แต่ก็ยังเชื่อว่ามันจะไม่มีทางหายไปไหนแน่นอน

โลกของน้ำค้างไม่ได้สูง เพียงเเต่ยังไม่มีใครเอื้อมถึงเเค่นั้นเอง

ค้างว่ามนุษย์มีความต่างในปัจเจกบุคคลเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ค้างไม่ได้มองตัวเองแปลกไปกว่าคนอื่โลกส่วนตัวนี่ถ้าคิดให้เห็นภาพ ค้างใช้เวลาอยู่กับสังคมแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ อีก 70 เปอร์เซ็นต์ ค้างอยู่กับตัวเอง อยู่กับหนังสือ อยู่กับต้นไม้หน้าห้องซะมากกว่า ทุกคนมีสิ่่งนี้อยู่ในตัวเหมือนกัน จะมากจะน้อยทุกคนต่างมีค้างว่านะ

เหนือกฎ ไม่มีจำกัด ผู้หญิงธรรมชาติ น้ำค้าง-อรสา

ถ้าจะถามว่าค้างเป็นผู้หญิงเเนวไหน ค้างว่าค้างตอบยากนะ บอกว่าเป็นสาวอินดี้ สาวติส คนโลกส่วนตัวสูงบ้างล่ะ? เอาเป็นว่า ค้างก็ไม่รู้จะให้คำจำกัดความยังไงเป็นเเค่ผู้หญิงที่รักอิสระ ชอบเดินทาง ฟังเพลงเก่าๆ ชอบดูอ่านศิลปะแม้จะดูไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ ทุกอย่างมันเกิดจากเราที่ถูกหล่อหลอมมาจากสงคมวัยเด็ก หนังสือที่อ่าน เพื่อนฝูง และโลกที่ยิ่งโตยิ่งกว้างขึ้น

หนังสือ ความฝัน  ข้อคิด กระเเสสังคม

สิ่งที่อยากทำในอดีตมีเยอะมาก อย่างความฝันแรกในชีวิต คือครูสอนดนตรีไทย ส่วนอนาคต ไม่ทราบค่ะ ค่อยคิดก็เเล้วกันนะคะ ค้างชอบดำเนินชีวิตไปเรื่อย ไม่อยากกังวลถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดปวดหัวเปล่าๆ เราควรจะอยู่กับความเป็นจริงค่ะ ถ้าต้องเขียนหนังสือสักเล่ม ค้างอยากลองเขียนเหตุการณ์ที่ค้างเจอมาบางเหตุการณ์ สร้างให้มันมีพลังต่อผู้อ่าน ให้ประโยชน์กับคนอ่านหรือ จุดประกายความคิดดีๆ คืออย่างน้อยต้องให้อะไรเขาบ้างอ่ะคะ ไม่ใช่ว่าจะเขียนอะไรยังไงก็ได้ แต่พอจะเขียนจริงๆอ่านไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ค่ะ ตอนนี้ประสบการณ์ชีวิตน้อยมาก เก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ

 

กระเเสสังคมเปลี่ยนไป เเต่ทัศนคติไม่เปลี่ยนเเปลง

ถ้าให้เลือกระหว่าง มือถือกับหนังสือ โอ้โห !!  ไม่เลือกได้มั้ยคะ เดี๋ยวโทรหาพ่อไม่ได้ บางเหตุการณ์ในชีวิตที่อยากนำมาเขียนบ้าง เหตุการ์ณที่เราเดินทางแล้วไปเจอบางสิ่ง เหตุการณ์ในตอนเด็กที่เราอยากกล้าหาญ แต่กลับขลาดกลัวกับกระแสสังคมที่มองมา บางอย่างพอมองย้อนกลับไปมันเป็นข้อคิดของชีวิตค้างอยากไปแก้ไข

การสื่อสารผ่านตัวอักษรลึกซึ้งกว่ารูปภาพ

ส่วนอักษรและภาพ คิดว่า อักษรสื่อความหมายได้ดีนะ เพราะภาพเป็นแค่กรอบสี่เหลี่ยมมุมฉากกรอบเดียว แต่อักษรที่เขียนนั้นผ่านสายตาที่เรามองโลกและนำมาร้อยเรียงแล้วข้อดีของหนังสือ สัมผัส ค้างเป็นคนชอบการสัมผัส สมมุติไปเดินป่า ก็ชอบเอามือไปสัมผัสเปลือกไม้ ก้อนหิน ธารน้ำ ความสุขของการสัมผัสกระดาษมันก็ดี สายตาที่เสียน้อยกว่าการอ่านหน้าคอมก็ดี ที่เห็นชัดๆ เลยสมาธิของการอ่านหนังสือกับอ่านหน้าคอม ต่างกันลิบ

ขอบคุณภาพ : IG : อรสา ดาวเรือง