โต้กันสนั่น!! นิสิตจุฬาฯ ถกประเด็น ‘เนติวิทย์’ แถลงรับน้องไม่รุนแรง

Home / วาไรตี้ / โต้กันสนั่น!! นิสิตจุฬาฯ ถกประเด็น ‘เนติวิทย์’ แถลงรับน้องไม่รุนแรง

เรียกได้ว่า กำลังเป็นกระแสที่ร้อนแรงอยู่บนโลกโซเชียลในขณะนี้เลย สำหรับประเด็นการประกาศสิทธิในการจัดกิจกรรมรับน้องของสภานิสิตจุฬาฯ หลัง นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาฯ ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับ “คำประกาศสิทธิการรับน้องและห้องเชียร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

‘เนติวิทย์’ แถลงรับน้องไม่รุนแรง

นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาฯ

โดยมีเนื้อหาเชื้อเชิญให้แต่ละคณะรับน้องโดยไม่ใช้ความรุนแรง ให้จัดกิจกรรมรับน้องโดยเคารพสิทธิมนุษยชน ทำกิจกรรมโดยสมัครใจ มีความโปร่งใสเรื่องเงิน ไม่คุกคามน้อง การรับน้องต้องสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเป็นการตกลงร่วมสร้างวัฒนธรรมการรับน้องใหม่ในจุฬาฯ และจะแจ้งสิทธินี้ให้นิสิตใหม่ทุกคนได้ทราบถึงสิทธิของตัวเองในกิจกรรมรับน้อง ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวได้ผ่านที่ ประชุมสภานิสิตซึ่งประกอบด้วยตัวแทนนิสิตจากทุกคณะ และจะเริ่มต้นใช้ในปีการศึกษา 2560 เป็นปีแรก เพื่อเป็นการตกลงร่วมสร้างวัฒนธรรมการรับน้องใหม่ในจุฬาฯ

คำประกาศสิทธิการรับน้องและห้องเชียร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังจากนั้นได้มีการถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว โดยสมาชิกสภานิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ ยืนยันในหลักการจัดกิจกรรมรับน้องของคณะ ว่าไม่ได้มีความรุนแรงและไม่ใช่ประเพณีที่ต้องทำตามรุ่นพี่ทุกปี มีการปรับเปลี่ยนเรื่อยมา ขณะที่อีกฝ่าย ยืนยันในหลักการเรื่องสิทธิมนุษยนชนและหลักการตรวจสอบได้ รวมถึงหลักที่จะต้องไม่สร้างรู้สึกบังคับให้น้องเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

คำประกาศสิทธิการรับน้องและห้องเชียร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำประกาศสิทธิการรับน้องและห้องเชียร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยเหตุที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นสถานศึกษาที่ตั้งตามพระราชประสงค์แห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากทรงเห็นถึงความจำเป็นของแหล่งความรู้ชั้นสูงทรงเล็งเห็นทิศทางไปของโลกอันหลากหลาย ที่จำเป็นต้องมีสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างผู้มีอารยะ ซึ่งจะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงมองไปไกลกว่าความจำเป็นแห่งยุคสมัย นามแห่งสถาบันเองก็มาจากสมเด็จพระปิยมหาราช นักปฏิรูปผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงยกเลิกระบบทาสให้สิ้นจากแผ่นดินไทย มหาวิทยาลัยแห่งนี้นอกจากจะตั้งขึ้นมาเพื่อความจำเป็นแห่งความเป็นไปในโลกแล้วยังได้สร้างสรรค์บ่มเพาะสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยให้เจริญงอกงามขึ้นในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ดังนั้นแล้วจึงอาจกล่าวได้ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ส่งเสริมกันและกันถ้าไม่มีสิทธิมนุษยชนการแลกเปลี่ยนให้เกิดความเจริญทางปัญญาในมหาวิทยาลัยย่อมถูกบดบังด้วยอำนาจนิยม

ดังนั้น คำประกาศนี้จึงเป็นการกล่าวย้ำอีกครั้งให้ปรากฏชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะต้องก้าวต่อไปควบคู่กับหลักสิทธิมนษยชน อันเป็นเจตจำนงร่วมกันแห่งปวงประชา คือ บ่อเกิดแห่งเสรีภาพและความสันติ อันเป็นปณิธานสูงสุดแห่งสังคมมนุษย์ ด้วยเหตุที่การเพิกเฉยและละเมิดต่อบ่อเกิดดังกล่าว ก่อให้เกิดการกดขี่ ลดทอนศักดิ์ศรี และทำอันตรายต่อกายและใจ ด้วยเหตุที่คำประกาศซึ่งสิทธินี้ย่อมยืนยันว่า นิสิตทุกคนเสมอภาคกัน ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตทางการเรียนอย่างมีคุณภาพและเงื่อนไขในการพัฒนาสุขภาพทางกายและใจย่อมเป็นสิทธิที่พึงได้รับความคุ้มครอง ด้วยเหตุเหล่านี้ สภานิสิตจุฬาฯ จึงประกาศถึงแนวทางที่สมควร และรับรองถึงสิทธิแห่งบุคคลที่มีอยู่และพึงมี เพื่อส่องนำสังคมระดับอุดมศึกษาแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรือง เป็นเสาหลักของแผ่นดิน

คำประกาศฉบับนี้ มิได้มีสภาพที่เป็นการบังคับหรือมีบทลงโทษ หากแต่เป็นหลักฐานในการแสดงความร่วมมือระหว่าง ผู้ทำกิจกรรมในคณะและสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสโมสรนิสิต คณะต่างๆ ซึ่งเมื่อได้ยินประกาศนี้แล้ว ถ้าเห็นด้วยย่อมนำไปใช้ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงแต่ขอเชิญชวนนิสิตผู้จัดกิจกรรมร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการรับน้องที่เคารพสิทธิมนุษยชน

สาเหตุแห่งความตระหนักในการมุ่งพิทักษ์สิทธิของนิสิตและนักศึกษาครั้งนี้ ก็เนื่องด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการรับน้องและห้องเชียร์เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาลัยแห่งอื่นในประเทศไทย ในหลายปีที่ผ่านมาได้มีข่าวปรากฏในสังคมไทย ว่าสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งได้จัดการรับน้องและห้องเชียร์ที่มีการใช้ความรุนแรง บังคับให้เข้าร่วมกิจกรรม คุกคามทางกาย และจิตใจ ตลอดจนกระทบสิทธิเสรีภาพของนิสิตและนักศึกษา สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เล็งเห็นถึงผลเสียที่อาจ เกิดจากกิจกรรมเหล่านี้ ซึ่งได้หลงลืมเจตจำนงแห่งเงื่อนไขการเป็นตลาดวิชาและความต้องการก้าวตามทันโลกของผู้ก่อตั้ง สภานิสิตจึงประกาศคำประกาศสิทธิการรับน้องฉบับนี้ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน และผลประโยชน์ ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกทั้งสนับสนุนกิจกรรมรับน้องและห้องเชียร์ที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน

คำประกาศฉบับนี้ มิเพียงแต่ต้องการให้เกิดการตระหนักในสิทธิของตัวนิสิตโดยเฉพาะแต่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ต้องการให้นิสิต นักศึกษาทุกคนในระดับอุดมศึกษาในทุกสถาบัน ตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบที่พึงมี ทบทวนการรับน้องและห้องเชียร์ที่ได้กระทำไปว่าเป็นการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ด้วยกันเองหรือไม่ และร่วมกันพัฒนาการรับน้องและห้องเชียร์ที่ไม่ละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ คำประกาศสิทธิการรับน้องและ ห้องเชียร์ฉบับนี้จึงมิได้มุ่งแต่เพียงประกาศใช้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากแต่รวมถึการสร้างความตระหนักรู้และสร้างวัฒนธรรมการรับน้องบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในอนาคต

คำประกาศสิทธิการรับน้องและห้องเชียร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคำประกาศฉบับนี้

“การรับน้อง” หมายความว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้อนรับนิสิตใหม่ อันรวมถึง การฝึกซ้อมกีฬาและผู้นำเชียร์

“ห้องเชียร์” หมายความว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดกฎระเบียบของคณะและมหาวิทยาลัยรวมถึง ร้องเพลงของสถาบัน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของแต่ละคณะ

“ผู้จัดกิจกรรม” หมายความว่า บุคคลผู้กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมี ส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ และดูแล กิจกรรมรับน้องและห้องเชียร์

“ผู้เข้าร่วมกิจกรรม” หมายความว่า บุคคลผู้กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเข้าร่วมในกิจกรรมรับน้องและห้องเชียร์ อันเกิดแต่การบริหาร จัดการ และดูแล ของผู้จัดกิจกรรม โดยให้หมายความ รวมถึงผู้จัดกิจกรรมด้วย

“บุคคลภายนอก” หมายความว่า บุคคลผู้ซึ่งมิได้กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อ ๒ การรับน้องและห้องเชียร์ต้องอยู่ภายใต้หลักปฏิญญาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปราศจากความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม จะกระทำมิได้

ข้อ ๓ การรับน้องและห้องเชียร์ต้องเป็นไปโดยสมัครใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมย่อมมีสิทธิ์ ที่จะตัดสินใจเข้าร่วมหรือทำกิจกรรมใดๆ หรือไม่ก็ได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะออกจากการรับน้องและห้องเชียร์เมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าออกไปโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้จัดกิจกรรม ผู้จัดกิจกรรมไม่ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เว้นแต่วิสัยและพฤติการณ์ว่าอาจจะมีอันตราย

ข้อ ๔ การเรียกให้ชำระเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม ผู้ชำระเงินย่อมมีสิทธิ์ในการตรวจสอบถึงการใช้เงินนั้น ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเรี่ยไรเงินหรือไม่ และให้ผู้ชำระเงินมีสิทธิ์ปฏิเสธในการชำระเงิน หรือติดตามเอาเงินคืน ในกรณีที่เงินนั้นมิได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เรี่ยไรนั้นด้วย

ข้อ ๕ ผู้จัดกิจกรรมต้องไม่บังคับ ขู่เข็ญ กดดัน ตะคอก คุกคามต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยน้ำเสียงหรือท่าทาง รวมทั้งการกระทำอื่นใดทั้งก่อนและระหว่างทำการรับน้องและห้องเชียร์ ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

การกระทำทางอ้อม เช่น การตัดคะแนนพฤติกรรม การปรับเงิน การลงโทษผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นเพื่อสร้างความรู้สึกผิด ให้แก่ผู้ไม่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น

ข้อ ๖ การรับน้องและห้องเชียร์ต้องไม่ขัดต่อหลักสุขอนามัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตามที่วิญญูชนพึงกระทำ ทั้งนี้เมื่อคำนึงถึงวิสัยและพฤติการณ์แล้ว เช่น พึงไม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบริโภคอาหารร่วมช้อนหรือเครื่องดื่มร่วมภาชนะกัน

ข้อ ๗ การรับน้องและห้องเชียร์ ต้องตรวจสอบได้จากทางหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้รวมถึงบุคคลใดๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบด้วย

ในกรณีที่มีการนำบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้จัดกิจกรรม บุคคลผู้นั้นจะต้องได้รับความยินยอมและถูกตรวจสอบจากผู้จัด กิจกรรมก่อน

ประกาศ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

บทความที่เกี่ยวข้อง

—————-

ที่มา facebook : สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย SCCU