วิว-ตู๋ สองดาวเดือนนักจิตวิทยา ม.เกษมบัณฑิต | เล่าประสบการณ์การเรียน เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

หลายต่อหลายคนเจอปัญหามากมายจนท้อแท้ เลยเป็นที่มาของการต้องมีหน่วยงานเกี่ยวกับสุขภาพจิต ไว้เพื่อบำบัดทุกข์ให้กับผู้คนจำนวนมากที่มีปัญหาชีวิต สองหนุ่มสาวคณะจิตวิทยา ม.เกษมบัณฑิต อย่างวิว-วิจิตรา มารินทา และตู๋-จิตรภาณุ แย้มยิ่ง จึงเลือกที่จะศึกษาทางด้านจิตวิทยา กับศาสตร์ที่ทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและได้ช่วยเหลือคน ไปดูกันดีกว่าว่าการเรียนด้านนี้เขาเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

วิว-ตู๋ สองดาวเดือน นักจิตวิทยา ม.เกษมบัณฑิต

เริ่มต้นสนใจการเรียนด้านนี้

วิว : หนูชอบที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคนค่ะ พอมาศึกษาเกี่ยวกับคณะจิตวิทยาก็รู้สึกว่ามันตรงกับโจทย์ที่เราชอบพอดี

ตู๋ : ก็เหมือนๆ กับวิวนะครับ เป็นคนชอบให้คำปรึกษา แล้วที่เลือกที่ม.เกษมบัณฑิต เพราะว่าดูที่อื่นแล้วส่วนใหญ่จะแยกเป็นสาขาๆ ให้เลือกไปเลย แต่ที่นี่ได้เรียนในส่วนของจิตวิทยารวมก่อน มันก็ดีกว่า แล้วค่อยแยกสาขาในชั้นปี 3 อีกที

แรกเริ่มบรรยากาศการเรียนในสิ่งที่สนใจ

วิว-ตู๋ : เข้ามาเรียนจริงๆ รู้สึกอาจารย์สอนดี แล้วก็ให้คำปรึกษาเราตลอด แต่เพิ่งเริ่มเรียนได้เทอมเดียว ยังไม่มีส่วนที่ยากเท่าไหร่ เรียนก็สนุกและน่าค้นหา เราสามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้เยอะมากๆ ก็มีได้ออกไปทำกิจกรรมอาสา เช่น ไปทำกิจกรรมสันทนาการกระตุ้นพัฒนาการของน้องๆ ในสถานสงเคราะห์ ที่เจอก็จะเป็นเด็กเล็กๆ เลย ทำให้เราเข้าใจเด็กในหลายมุมมองมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในตัวเอง หลังจากได้เข้ามาเรียนจิตวิทยา

วิว-ตู๋ : อย่างแรกเลย ทำให้เราเข้าใจตัวเองก่อน แล้วก็เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ อย่างเรื่องการเรียน เราก็ช่วยเหลือกันและกัน รู้จักมองในมุมของเพื่อนๆ และบุคคลต่างๆ ในสังคม เอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ไม่มีปัญหา เพราะเรารู้จักที่จะเข้าใจคนอื่น

กลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้คนรอบข้าง

ตู๋ : ก็มีเพื่อนๆ ชอบมาปรึกษาเรื่องต่างๆ ทั้งเพื่อนในคณะและนอกคณะเลย อย่างผมก็เคยมีเพื่อนของเพื่อนที่ไม่สนิท อยู่ๆ ก็ทักเฟซมาว่าอยากปรึกษา เพราะเห็นว่าเรียนจิตวิทยาเหมือนกัน แต่เขาเรียนที่จุฬา แล้วก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัวในคณะ เพราะมีคนเก่งๆ เยอะ ผมก็เลยแนะนำว่าให้พยายามตามเพื่อนๆ ให้ทัน อ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง แล้วเราก็จะเข้ากับเพื่อนเขาได้ ซึ่งเขาก็บอกว่า พอมาปรึกษาผมแล้วรู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งเราก็ใช้หลักจิตวิทยาที่เรียนมาง่ายๆ ก็คือรับฟังเขาเฉยๆ ให้คำแนะนำเขานิดหน่อย แต่ต้องไม่ชี้ทางให้เขา

ที่ปรึกษาพิเศษด้านความรัก

วิว : ของหนูก็มีรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่ามาปรึกษาเรื่องความรัก คือเขามีแฟน แล้ววันหนึ่งอกหัก ก็เสียใจมาก ไม่ไปเรียนอาทิตย์หนึ่งเลย เขาก็ทักมาว่า หนูควรทำยังไงดี หนูก็เลยบอกไปว่า ให้แยกหน้าที่ของตัวเองกับเรื่องความรักให้ได้ เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อนค่ะ แล้วก็อย่าไปโฟกัสที่คนคนเดียว เพราะเรายังต้องเจอคนอื่นๆ ต่อไปอีกเยอะ ซึ่งพอเราได้เรียนจิตวิทยา มันก็ช่วยให้เรามองเรื่องความรักดีขึ้น ช่วยได้ทั้งให้คำปรึกษาคนอื่นและตัวเองด้วย (หัวเราะ) เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้กับเรา เราก็ต้องยอมรับความจริง เสียใจได้แต่ต้องไม่จมไปกับมัน สุดท้ายต้องปล่อยมันไป แล้วทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ที่สำคัญให้คิดถึงอนาคตของตัวเองเอาไว้ค่ะ

คุณสมบัติของความเป็นนักจิตวิทยามือใหม่

วิว-ตู๋ : ในคลาสเรียน เราต้องตั้งใจฟังอาจารย์สอนให้มากที่สุด พอเวลาเราอยู่ข้างนอก เราก็เหมือนเรียนรู้อีกทีว่าจะเอาสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้ยังไง ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักจิตวิทยา คือ ความลับ เราจะต้องทำตัวเป็นตะกร้ารั่ว คือ รับฟังปัญหาคนอื่นเข้ามา แล้วก็ให้โยนทิ้งออกไป ให้ทุกอย่างเป็นความลับสำหรับเรากับเขาเท่านั้น

ความเป็นเด็กจิตวิทยาสไตล์

วิว-ตู๋ : ถ้าเป็นรุ่นพวกเราจะมีแค่ 20 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จะค่อนข้างเรียบร้อย ถ่อมตน เพราะมันเริ่มจากอาจารย์ในคณะจะเรียบร้อย มีน้ำใจ ทำให้นักศึกษาก็เริ่มซึมซับเข้ามา ส่วนการเรียน พวกเราจะชอบเปิดห้องประชุมเล็กๆ มาติวกันส่วนตัว ดูว่าคนไหนเข้าใจเรื่องไหน แล้วก็มา Match ความรู้กัน คำพูดติดปาก อย่างวิวตอนนี้ติดคำว่า EXTERNAL PERSONALITY/INTERNAL PERSONALITY บุคลิกภายนอกและภายใน มาจากวิชาบุคลิกภาพและการปรับตัว ก็มีแซวๆ เพื่อนๆ กันบ้างว่านี่ PERSONALITY เธอไม่ดีเลย แซวเล่นกันไป

อนาคตที่วางเอาไว้

วิว : อยากต่อวิชาโทจิตวิทยาบริการชุมชน อยากทำงานในโรงพยาบาล คอยให้คำปรึกษาคนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ และบำบัดให้เขา

ตู๋ : ผมอยากต่อจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ อยากทำงานในในแผนก HR ดูแลควบคุมคน พัฒนาศักยภาพยกระดับบุคลากรในบริษัท ให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ฝากถึงน้องๆ ที่จะเข้ามาเป็นรุ่นต่อไป

วิว-ตู๋ : น้องๆ คนไหนที่สนใจคณะนี้ ก็อยากเชิญชวนให้น้องๆ มาเป็นลูกศิษย์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ ด้วยกัน (หัวเราะ) ถึงคณะเราจะคนไม่เยอะ แต่ก็อยู่กันอย่างอบอุ่น ทุกคนสามารถให้คำปรึกษากันได้ แล้วก็อยากให้เตรียมความรู้วิทย์มาด้วย เพราะต้องใช้วิทยาศาสตร์ในการศึกษา ส่วนคุณสมบัติที่นักศึกษาควรจะมีก็ต้องเป็นคนที่มีจิตใจผ่องใส โอบอ้อมอารีย์ มีอัธยาศัยดี ถึงจะอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง