ชยิน-ปรีม สองหนุ่มสาวผู้ชนะเลิศ GSB GEN CAMPUS STAR 2017 บนปก CAMPUS STAR NO.56

นิตยสารแคมปัสสตาร์ เดือนมกราคม 2561 ประเดิมด้วย สองหนุ่มสาวผู้ชนะเลิศ GSB GEN CAMPUS STAR 2017 บนปก CAMPUS STAR NO.56

ชยิน-ปรีม GSB GEN CAMPUS STAR 2017

ภาพปกสีชมพูสดใส

FIRST OF PREEM

ชื่อ : ปรีม-ปรีณาภา กาญจนรัตน์

การศึกษา : ปี 2 วิทยาลัยนานาชาติ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันเกิด : 11 มิถุนายน 2539

ส่วนสูง : 170 ซม.

น้ำหนัก : 50 กก.

นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : เรียน กิน นอน

คติประจำใจเวลาเรียน : Don’t stop when you are tired, stop when you are done.

ไอดอลคนโปรดในมอ : พี่ริท เดอะสตาร์ เป็นตัวอย่างทั้งด้านการเรียนและด้านวงการบันเทิงที่ดีค่ะ

วิชาเรียนน่าเบื่อ : Communications Theory

ฉายาประจำแก๊งค์ในมอ : อ้วน

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา : ที่จอดรถ, ถนน

เป้าหมายในอนาคต : ถ้ามีโอกาสอยากเป็นนักแสดงค่ะ

ผลงาน : TOP10 Thai Supermodel Contest 2016 และตำแหน่ง Photogenic/GSB GEN CAMPUS STAR 2017

Facebook : Preem Kanchanarat

FIRST OF YIN

ชื่อ : ยิน-ชยิน ประสงค์ความดี

การศึกษา : ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันเกิด : 12 มกราคม 2540

ส่วนสูง : 175 ซม.

น้ำหนัก : 66 กก.

นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : รั่ว สี ม่วง

คติประจำใจเวลาเรียน : ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน

ไอดอลคนโปรดในมอ : พี่นุ่น เพราะเรียนได้เกียรตินิยม สวย ฉลาด ครบ

วิชาเรียนน่าเบื่อ : ภาษาอังกฤษ

ฉายาประจำแก๊งค์ในมอ : แก๊งหลังห้อง

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา : กินเยอะเพราะว่าร้านอาหารอร่อยค่อนข้างเยอะ

เป้าหมายในอนาคต : ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

ผลงาน : ตัวแทนภาคเหนือ Beautilabo Contest, ตัวแทนภาคเหนือ Honda Scoopy i Idols / GSB GEN CAMPUS STAR 2017 / พระเอก MV หัวใจน้ำปู๋ / นักแสดงสมทบ MV ต่อจากนี้ / นักแสดงรับเชิญภาพยนตร์ พี่ชาย my bromance / โฆษณา Bird Silver

IG : chayin_pskd

ต้อนรับปีใหม่สดใสซาบซ่า ปี 2018 ด้วยปก CAMPUS STAR NO.55 กับสองหนุ่มสาวผู้ชนะเลิศจากเวทีการประกวด GSB GEN CAMPUS STAR 2017 ยิน-ชยิน ประสงค์ความดี และปรีม-ปรีณdาภา กาญจนรัตน์ ในแฟชั่นธีมงานศิลป์สุดติสท์ และบทสัมภาษณ์ชีวิตที่เต็มไปสีสันระบายฝันที่แตกต่างกันไปในเป้าหมายของแต่ละคน

จุดเริ่มต้นการประกวด

ยิน : ก่อนหน้านี้ก็เคยประกวดมาหลายเวทีเหมือนกัน พอรู้ข่าวการประกวดว่าจะมีรอบภาคเหนือที่บ้านที่เชียงใหม่ ก็เลยตัดสินใจมาประกวด จริงๆ ตอนไปสมัครก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่พอได้เข้ารอบคัดเลือกวันอาทิตย์ ก็ต้องเตรียมการแสดงแบบเร่งด่วนเลย คือเตรียมภายในคืนวันเสาร์ อีกวันต้องมาเจ็ดโมงเช้าแล้ว รอบแรกผมเล่นกีต้าร์คลาสสิคเพลงพระราชนิพนธ์ กับร้องเพลงสาวมอเตอร์ไซค์ คืออยากร้องเพลงคำเมืองของภาคเหนือ แต่ต้องผูกเรื่องให้เข้ากับธีมที่เขากำหนดก็คือ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เพราะผมก็พอเล่นกีต้าร์ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เข้ารอบ เพราะแต่ละคนก็โหดๆ กันทั้งนั้น คิดแต่ว่าทำให้เต็มที่ แต่สุดท้ายพอผ่านรอบแรกคราวนี้ก็เลยต้องเตรียมการแสดงรอบตัดสินให้ดี ต้องเปลี่ยนเพลงใหม่ ก็ตื่นเต้นเหมือนกันวันนั้น เพราะเพลงใหม่ต้องมาฝึกใหม่ กลัวจะเล่นผิด แต่เราก็ซ้อมเยอะอยู่ ก็พยายามดึงความมั่นใจว่าทำไปเถอะ ผิดก็ผิด ผิดก็ไปต่อแค่นั้น

ปรีม : ก่อนหน้านี้เคยประกวด Thai Supermodel 2016 เข้ารอบสิบคนสุดท้ายค่ะ พอดีหนูเห็นตั้งแต่ปีที่แล้วว่ามีการประกวด พอปีนี้เพื่อนที่มอก็แนะนำบอกให้มาลองสมัครตัวแทนภาคอีสานดู เพราะหนูเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด รอบแรกแสดงเต้นจินตลีลาเพลง “ในหลวงในดวงใจ” ค่ะ วันแรกนี่ตื่นเต้นมาก กลัวจำท่าไม่ได้ แล้วทุกคนที่แสดงก็มีความสามารถกันหมด แต่พอได้เข้ารอบแรกก็ดีใจ รอบตัดสินก็ต้องเตรียมตัวมากขึ้น เพราะมันระดับประเทศแล้ว ก็มีปรับการแสดงเป็นเพลง “ขอเป็นข้ารองบาท” มีผสมการรำเข้ามาด้วย เพราะหนูชอบรำ ชอบเต้นอยู่แล้ว รอบนี้ก็พยายามมีสติเวลาแสดง ไม่ตื่นเต้นเกินไป เตรียมพร้อมตัวเองให้ดีที่สุด เวลาแสดงจะได้ไม่ประหม่า

เสน่ห์อะไรในตัวเราที่คิดว่าทำให้ได้รางวัลชนะเลิศในครั้งนี้

ยิน : คงเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมั้งครับ การเป็นตัวผมนี่แหละ ยิ้มแย้ม พูดจาสไตล์เรา เป็นผีบ้าผีบอ ทะเล้นๆ ฮาๆ ไป (หัวเราะ) ส่วนปรีมที่ได้รางวัลฝ่ายหญิง เขาน่ารักดีครับ เก่ง ฉลาด มีความสามารถ (ยิ้ม) สำหรับการประกวดในครั้งนี้ได้ประสบการณ์เยอะมาก ได้เพื่อนๆ ได้มิตรภาพ ก่อนหน้านั้นก็มีการเวิร์คช้อป ได้ไปที่ธนาคารออมสิน ไปดูประวัติต่างๆ ก็ทำให้ได้ความรู้ใหม่มากมาย รวมถึงได้พัฒนาตัวเองด้วยครับ ผมได้ก้าวผ่านความกลัว จากเมื่อก่อน เป็นคนตื่นเวที กลัวโน่นกลัวนี่ ไม่กล้าพูด ให้พูดอะไรก็พูดแค่ประโยคสองประโยค แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มพัฒนาไปจากแต่ก่อนระดับหนึ่ง ในวงการบันเทิงถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองทำทุกอย่าง ทั้งเล่นละคร ร้องเพลง อยากลองทำหลายๆ อย่างว่าเราจะเหมาะกับทางไหนมากที่สุด

ปรีม : คงเป็นเรื่องของความมั่นใจนะคะ เป็นคนชอบยิ้มอยู่แล้ว เราก็ดึงความมั่นใจออกมาให้มากที่สุด ส่วนชยิน จะบอกว่าเพื่อนๆ บอกว่าดังมาก (หัวเราะ) มี FC ฝากมากันเยอะเลย หนูว่าด้วยบุคลิกโดยรวมของเขาที่มีเสน่ห์ทำให้ชนะเลิศค่ะ ยังไงหนูก็ต้องขอขอบคุณทางธนาคารออมสินและผู้สนับสนุนการประกวดในครั้งนี้ทุกคนที่ทำให้ปริมได้เข้ามาประกวด ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ตอนเก็บตัวก็ได้เรียนการเดิน บุคลิกภาพ การแสดง อาจารย์แต่ละท่านก็มาช่วยดูช่วยปรับการแสดงให้เหมาะสมกับเรา ก็ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองไปด้วย ส่วนตัวอยากเป็นนักแสดง เคยเรียนแล้วก็รู้สึกชอบการแสดง ถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำดูค่ะ

การเรียนของหนุ่มหล่อสาวสวยมากความสามารถ

ยิน : ผมเรียนอยู่ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี ม.เชียงใหม่ ความจริงคืออยากเรียนสื่อสารมวลชน แต่สอบไม่ติด แต่ผมอยากเรียนที่ม.รัฐ แล้วม.เชียงใหม่ก็ใกล้บ้านด้วย ก็เลยเลือกคณะที่ชอบรองลงมา สุดท้ายก็ติดด้านบริหาร พอเรียนปี 1 ได้ลองเรียนบริหารในหลายสาขาดูว่าเราชอบทางด้านไหน เรียนๆ ไปตอนแรกรู้สึกว่าเราจะทำด้านบัญชีได้ดี เกรดก็ได้สามกว่า ก็เลยเลือกสาขาวิชาการบัญชี แต่พอเรียนไปสักพักเริ่มยาก มาคิดว่าถ้าเราต้องมานั่งทำงานบัญชี เราคงผมหงอกจนแก่ตาย​ (ฮา) แต่ก็ไม่อยากซิ่ว ก็คงจะเรียนให้จบ แล้วก็อาจจะไปต่อโทด้านบริหารจัดการต่อครับ เพราะผมอยากทำธุรกิจของตัวเองด้วย ส่วนเพื่อนๆ ในคณะก็โอเค ช่วยเหลือกันดี คอยเก็บงานให้เรา เพื่อนในคณะส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดเป็นสไตล์เด็กเรียนกัน ช่วยเหลือกันเรื่องการเรียน แต่ผมจะมีเพื่อนสองกลุ่ม อีกกลุ่มคือเพื่อนสนิทนอกคณะที่มาจากโรงเรียนเดียวกันด้วย ซึ่งเพื่อนข้างนอกจะเป็นแนวคุยเล่นกันทั่วไป แล้วก็คุยกันชีวิตของแต่ละคนมากกว่า

ปรีม : ตอนนี้เรียนปี 2 วิทยาลัยนานาชาติ สาขานิเทศศาสตร์ ม.ขอนแก่น ซึ่งมันก็ใกล้บ้าน เพราะอยากเรียนเกี่ยวกับการวงการบันเทิง แล้วก็เบื้องหลังด้วยค่ะ เรียนแล้วก็สนุกดี สนุกทุกวิชาเลย เพื่อนๆ ก็น่ารักทุกคน บางทีหนูทำงานไปด้วย ไม่ค่อยมีเวลา ก็ขาดเรียนบ้าง เพื่อนๆ ก็เข้าใจ คอยเก็บงานที่ขาดให้เรา เพื่อนที่สนิทก็เป็นกลุ่มใหญ่ เพราะนานาชาติมีกันแค่ 30 คน ก็สนิทกันหมด แต่ละคนก็จะมีสไตล์เป็นของตัวเอง ติสท์บ้าง เด็กเรียนบ้าง ส่วนหนูก็เป็นแบบก้ำๆ กึ่งๆ เรียนบ้าง เล่นบ้าง (ฮา) เวลาว่างก็ชอบไปหาที่นั่งติวกับเพื่อนๆ ฉายาเพื่อนๆ ชอบตั้งให้คือ “อ้วน” (หัวเราะ) เพราะหนูชอบกินตลอดเวลา เวลาเรียนต้องมีขนมไปกินแก้ง่วง แล้วก็ชอบไปร้านพวกขนมหวาน ที่ชอบกินมากคือชาเขียวค่ะ

 

ให้เปรียบชีวิตในมหาวิทยาลัยตอนนี้เป็นรูปวาดหนึ่งรูปล่ะ

ยิน : เป็นรูป “นกที่อยู่ในกรง แต่ประตูยังเปิดอยู่” (ล้ำลึกมากๆ) ชีวิตในมอมันต้องอยู่ในกรอบ ในกรงใช่มั้ย แต่เราอาจจะออกไปนอกกรอบได้บ้าง เรียนไปด้วย เล่นไปด้วย ก็อาจจะปีนออกจากกรงไปหาประสบการณ์บ้าง แต่สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาในกรงเพื่อเรียนให้จบ เราทำงานไปด้วยได้ แต่ก็อย่าทิ้งการเรียน

ปรีม : ชีวิตในมอตอนนี้ก็มีทุกรูปแบบเลยค่ะ ทั้งจริงจังและสนุกสนาน มหา’ลัยมันเรียนยากกว่าที่ผ่านๆ มา เวลาสอบก็ต้องเครียดมากๆ แต่เพื่อนๆ ทุกคนก็น่ารัก ตอนเรียนก็เลยจะไม่ซีเรียสมาก สนุกสนานเฮฮากันไป รูปวาดก็น่าจะเป็น “คนหลายอารมณ์” ค่ะ เพราะคนเรามีหลายอารมณ์ต่างกันไป เหมือนชีวิตในมหา’ลัยที่มีทั้งช่วงเครียดและช่วงมีความสุข

 

นิยามความเป็นตัวเองในแบบตัวการ์ตูน

ยิน : ถ้าคนไม่สนิท ผมจะขี้อาย ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าสนิทจะขี้เล่นพูดมาก เฮฮา ขำๆ ไป แต่ถึงเวลาทำงานก็จริงจัง เปลี่ยนโหมดไปอีกแบบ ข้อเสีย เป็นคนขี้กลัว ชอบคิดไปก่อน กลัวโน่นกลัวนี่ ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะ ถ้าให้เป็นตัวการ์ตูน คิดว่าเป็น “โดราเอม่อน” ที่มีของวิเศษอยู่ในกระเป๋าเยอะ คือก็ทำได้หลายอย่างนะ ทั้งดนตรี กีฬานี่เล่นได้หมด ทั้งแบดมินตัน ปิงปอง บาสเก็ตบอล ยิงปืน แล้วจะมีช่วงหนึ่งบ้ากีฬามาก ลองเล่นทุกอย่างจริงจังไปหมด แต่ชอบบาสเก็ตบอลที่สุด เพราะมันได้ใช้ร่างกายเล่นทุกส่วน

ปรีม : เป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย อัธยาศัยดี แต่ข้อเสียคือโกรธยาก แต่เวลาโกรธแล้วหายยาก ต้องมีวิธีง้อนิดหนึ่ง (ยิ้ม) ถ้าเป็นตัวการ์ตูนคงเป็น “แป๊ะยิ้ม” เพราะหนูชอบยิ้ม เวลายิ้มแล้วแก้มมันจะออกด้วย อิอิ

สีสันความรักทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ยิน : ป๊อปปี้เลิฟของผมเป็นตอนม.3 ก็เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนนี่แหละ แนวใสๆ น่ารักดี แต่คบกันถึงม.5 ก็อกหัก เขาไปมีคนอื่น จากสีชมพูหวานแหววสว่างจ้าสุดท้ายก็กลายเป็นหม่นเทาจนเป็นสีดำ (โถ) แต่ตอนนี้ก็มีคนที่คุยๆ กันอยู่จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นสีขาว คือลงตัว ไม่หวือหวา อยู่กันแบบเพื่อนมากกว่า

ปรีม : ป๊อปปี้เลิฟตอนม.ปลาย เป็นสีชมพูค่ะ เจอกันตอนเรียนพิเศษ เขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ตามสเปกเรา แต่พอเข้ามหา’ลัยก็ห่างๆ กันไป ตอนนี้ความรักเลยเป็นสีขาวแทน (หัวเราะ) สีขาวสำหรับหนูคือว่างเปล่า เพราะตอนนี้เรียนด้วย ทำงานด้วย เลยไม่มีเวลาโฟกัสเรื่องนี้

ถ้าชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้าของแต่ละคนต้องระบายสีสันเป็นงานศิลปะ

ยิน : อนาคตผมอยากเน้นเรื่องเรียนกับงาน อาจจะต่อโทหรือถ้ามีโอกาสก็คงอยู่ในวงการ แล้วก็มีเรื่องธุรกิจที่อยากทำด้วย อาจจะเป็นพวกขายสินค้า หรือไม่ก็เปิดเป็นบริษัทของตัวเองไปเลย ถ้าในอีก 20 ปี ชีวิตคงจะมีสีขาวเป็นหลัก สร้างความมั่นคงให้เร็วที่สุด จะได้ซัพพอร์ตที่บ้านได้ แล้วก็อาจจะมีสีแดง เรื่องความรักที่ดีขึ้น ได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ได้เจอเพื่อนเก่าๆ มารวมตัวกัน กับสีเหลืองสว่างๆ อาจจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แบบมีอนาคตสดใสครับ (ยิ้ม)

ปรีม :  อนาคตอยากเรียนให้จบได้เกรดดี แล้วก็ได้เป็นนักแสดงอย่างที่หวังค่ะ จริงๆ อยากพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศด้วย อยากไปแถบอังกฤษ อเมริกา ไปเรียนรู้การชีวิตประเทศเขา ถ้าในอีก 20 ปีข้างหน้า ชีวิตคงเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คิดว่ามีสีขาวกับดำสลับกัน มีทั้งดีและมีอุปสรรค คือคงต้องเครียดเรื่องงานบ้าง ถ้าเป็นนักแสดงก็ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น

Place : 10 ml. Cafe Gallery

ติดตามได้ในคอลัมน์ Campus Cover ในนิตยสาร Campus Star No.56

www.facebook.com/campusstar

คลิปสัมภาษณ์ ชยิน ลุงหมี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง