ส่องการทำงาน หมอโบ๊ท-ณัฐพงศ์ หมอฟันขวัญใจสาวๆ

ไปดูเส้นทางกว่าจะเป็นทันตแพทย์ของเน็ตไอดอลคนดังที่สาวๆ เรียกกันว่า หมอโบ๊ท-ณัฐพงศ์ ชินโสภณทรัพย์ คุณหมอหน้าใสสไตล์เกาหลี ที่มีต้นแบบเป็นคุณหมอฟันคนโปรดมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย จึงได้เข้าสู่การเป็นนักศึกษาทันตแพทย์เต็มตัว เรียนรู้ไปกับมันตลอด 6 ปี และเดินทางต่อมาเป็นทันตแพทย์ประจำตัวของใครหลายๆ คนที่คลินิกของตัวเอง

หมอโบ๊ท-ณัฐพงศ์ ชินโสภณทรัพย์

INSPIRATION

จากเด็กน้อยน่ารัก ร่าเริง มองโลกในแง่ดี ที่บังเอิญเจอคุณหมอฟันใจดีมาก! ที่เป็นเพื่อนคุณแม่ จนเป็นความประทับใจที่ฝังลึกมาถึงในตอนมัธยมปลาย แต่ด้วยความที่สอบติดทั้งสองคณะ ต้องเลือกระหว่างคุณหมอรักษาคนไข้เต็มตัว กับหมอฟันแสนใจดี หมอโบ๊ทขอเลือกความฝันของตัวเอง ด้วยการตัดสินใจเข้าเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

IMPORTANT IN A CAREER

“ที่จริงที่บ้านอยากให้เรียนหมอนะ สอบติดที่ม. สงขลานครินทร์ แม่บอกว่ามันใกล้แม่ เพราะผมเป็นคนใต้ แต่ผมก็มาติดทันตแพทย์ที่จุฬาฯ ด้วย เลยขอแม่ว่า ผมอยากเรียนจริงๆ เพื่อนก็อยู่ด้วย มีเพื่อนที่นี่เยอะ พอเข้าไป มันหนักและเหนื่อยจริงๆ ทั้งเรียนและทำกิจกรรมด้วย แล้วมีช่วงที่มีแมวมองมาชวนเข้าวงการ เราก็รู้สึกว่าวงการมันดีจัง ไม่เหนื่อยด้วย แต่สุดท้าย ถ้าเราจะทำแบบครึ่งๆ กลางๆ หมอฟันก็จะเอา บันเทิงก็จะเอา มันไม่ได้นะ ก็ตัดสินใจเลือกกลับมามุ่งเรียนดีกว่า วงการบันเทิงก็เลยเฟดไป

แต่เรียนคณะนี้มีครบทุกรสชาติมาก ทั้งโมเม้นท์เศร้า ร้องไห้ ส่งงานไม่ผ่าน หรือสนุกสนานฟิลลิ่งประมาณต้องรีบวิ่งไปส่งงานอาจารย์ให้ทัน คือคณะสอนให้เราเจอทุกอย่างเพื่อจะได้พร้อมออกมาเจอกับสถานการณ์จริง จนจบออกมาใหม่ๆ ได้ไปใช้ทุนใกล้บ้านก่อน แล้วกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ที่ SMILE GALLERY อยู่หลายปี คุณพ่อคุณแม่บอกว่า ลูกจะทำเป็นคล้ายๆ มือปืนไม่มีร้านของตัวเองแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอก แล้วเขาก็ช่วยดูตึกดูโน่นนี่นั่นให้ ตอนแรกเราก็คิดทำไมเปิดร้านเรื่องมันเยอะจัง แต่พอไปทำงานที่คลินิกอื่นๆ ปัญหามันก็เยอะ เลยมาถึงจุดๆ หนึ่งที่เจอเพื่อนที่เรียนด้วยกันแล้วก็ได้มาหุ้นเปิด ALL ABOUT TEETH  DENTAL CLINIC ย่านบางใหญ่ ด้วยกัน ตอนนี้เพิ่งเปิดได้ไม่กี่เดือน ก็แฮปปี้กับการทำตรงนี้ แต่ก็เริ่มมองถึงการเติบโตของธุรกิจนี้ด้วย คงต้องรอให้ลงตัวสักพักแล้วก็อาจจะมีการขยายสาขาเข้าไปในตัวเมืองมากขึ้น”

HOW TO WORK

คุณหมอมือใหม่งานละเอียดเกินไป

“จบมาแรกๆ ตื่นเต้น เพราะเป็นการทำงานครั้งแรกนอกรั้วมหาวิทยาลัยที่รู้สึกไม่มีใครเป็นแบ็คอัพให้เรา สมัยเรียนเราสามารถทำแล้วผิดพลาด ทุกสเต็ปมันผ่านการผูกขาดจากอาจารย์ก่อน แต่พอเราออกมานอกรั้วมหา’ลัย เราจะหันไปถามใครว่าแบบนี้มันยังไง ไม่มีแล้ว ตอนนั้นทำช้ามาก อุดฟันครั้งหนึ่งเป็นชั่วโมง! เพราะรู้สึกว่าต้องละเอียดแบบนี้ๆ แต่นึกออกมั้ยครับว่า โรงพยาบาลเขาเน้นปริมาณ เขามีคิวคนไข้รออยู่เยอะมาก  ก็ปรับตัวอยู่ประมาณเดือนหนึ่งมั้ง แล้วก็ใช้ทุนที่ ปัตตานีอีกประมาณครึ่งปี ก็ขอคุณแม่ย้ายกลับมากรุงเทพฯ เพราะคิดถึงเพื่อน”

หมอหนุ่มเมืองกรุง ต้องประสบการณ์แน่น

“กลับมาที่กทม. การทำงานค่อนข้างแตกต่าง อย่าง Nature คนต่างจังหวัด คือ ละเอียดอ่อน พิถีพิถันช่างเลือก เขามาเจอเป็นหมออย่างเดียวโอเคจบ แต่ที่กทม. เขาจะซีเรียสเรื่องประสบการณ์ และการทำตัว Professional มาก ผมต้องเอาแว่นมาใส่ ทำตัวให้ดูมีอายุหน่อย ทำให้ลุคมันดูโอเค คือเรามีตัวเลือกให้เขาเยอะ ทั้งหมอฟันผ่า หมอฟันคุด หมอเหงือก แล้วถ้าเราใช้เวลากับอะไรนานเกินไป เขาก็จะมองว่าเราไม่ Professional ได้”

เคสสุดโหดในชีวิตคุณหมอหนุ่มหน้าใส

“ผมจะเป็นแนวคุณหมอใจดี ชิลๆ ตลกๆ คุยกับคนไข้เหมือนเพื่อนพี่น้อง ถ้ารู้ว่าคนไข้เด็กกว่า ผมจะเรียกหนูหมด แล้วก็พยายามจะทำให้คนไข้ RELAX ว่าการทำฟันมันไม่ได้น่ากลัวเลย แต่ก็เคยเจอเคสหนึ่ง คนไข้เป็นผู้ชายแบบสักด้วย แล้วเราผ่าฟันคุดให้เขา ซึ่งก็ใช้เวลานานเป็นชั่วโมง พอเปิดหน้าเขาเดินน้ำตาไหลออกมา เราก็แบบ..ทำให้ผู้ชายแมนๆ น้ำตาไหล ก็รู้สึกสงสารเขา รู้เลยว่าเขากลัวมาก คิดเลยว่าจะไม่ทำแล้ว ผ่าฟันคุด ถ้าอะไรที่เราไม่มั่นใจจะไม่ทำดีกว่า”

การดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพฟันที่ดี

“ถ้าพูดถึงหมอฟันดูแลฟันตัวเองมั้ย ผมก็ให้เพื่อนช่วยตรวจเช็คบ้าง แต่ส่วนตัวไม่ค่อยมีอาการอะไร ก็เน้นทานวิตามิน แล้วก็ออกกำลังกาย เพราะทำฟันมันเมื่อย ต้องมีเทรนเนอร์ช่วยจับยืดกล้ามเนื้อด้วย ส่วนถ้าเป็นคนไข้ ก็จะแนะนำให้มาตรวจเช็คฟันทุก 6 เดือน อย่างมีวัยรุ่นมาที่นี่ก็เยอะ เราก็แนะนำให้มาเอ็กซเรย์ฟันผุบ้าง เพราะบางทีถ้าเราไม่เอ็กซเรย์ คุณหมอก็จะไม่เห็นฟันผุตามช่องฟันหรอก แล้วถ้าฟันผุก็ไม่อยากให้ปล่อยไว้นานด้วย เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของเรา”

ประสบการณ์ฟันฟันที่ได้จากคนไข้

“อาชีพนี้ทำให้เราได้สร้างรอยยิ้มให้กับคนไข้ จากที่เขาไม่มั่นใจ จากที่เขาไม่เคยยิ้ม แบบเขาไม่มีแฟน แล้วจุดหนึ่งเขาก็มาบอกว่า หนูมีแฟนแล้วนะ บางคนก็มาในแนวตลกว่า หนูท้องแล้วนะ (หัวเราะ) เราก็งง แต่ผมกับคนไข้จะค่อนข้างสนิทกัน ผมก็จะแซวกลับประมาณว่า มาทำฟันกับหมอท้องหลายคนแล้ว มันก็เป็นฟิลที่ผมว่าหมอทุกคนน่าจะมี คือการได้เป็นส่วนหนึ่งแม้จะเป็นส่วนน้อยๆ แต่เราก็ภูมิใจที่ได้ทำสิ่งนั้นออกมา”

THINKING TO CAMPUS

“ก็อยากแนะนำน้องๆ ที่อยากจะเป็นหมอฟัน ต้องเริ่มจากการเตรียมตัวเรื่องวิชาการให้แน่นจริงๆ ก่อน อย่างตอนผมสอบก็เป็นแอดมิชชั่นรุ่นแรก ผมไม่ได้เป็นคนฉลาด แต่ผมเป็นคนถึก ไถสู้ไปอย่างเดียว ทั้งท่องศัพท์ ทั้งอ่านหนังสือเยอะ แล้วพอได้เข้ามหา’ลัยแล้ว ก็อยากให้ทำกิจกรรมด้วย มีกิจกรรมอะไรทำไปเถอะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง ส่วนเรื่องการเรียน อย่าไปโอดครวญว่าเราเหนื่อย ผิดตรงไหน ไม่เข้าใจตรงไหน ให้เราถามอาจารย์เลย เพราะถ้าจบออกมาแล้วจะไม่มีใครคอยช่วยเหลือเรา นอกจากตัวเราเอง แต่สิ่งสำคัญของอาชีพนี้ก็คือ อย่าทุจริตกับตัวเอง รวมทั้งอย่าทุจริตกับคนไข้ด้วย คืออย่าโกงนั่นเอง ก็ฝากให้คิดกันด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง