10 เรื่องเล่า ตำนานหลอนโรงเรียนไทย ภาค 2 – ตำนานเฮี๊ยนโรงเรียนไทย

มาต่อกันเลย!! กับ เรื่องเล่า ตำนานหลอนโรงเรียนไทย ภาค 2 ที่ครั้งนี้จะทวีคูณความหลอนชวนขนหัวลุกมากยิ่งขึ้นกว่าภาคแรกเป็นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับห้องน้ำ ห้องเรียน ห้องนาฏศิลป์ บริเวณรอบโรงเรียน ไม่แน่นะอาจจะเป็นโรงเรียนที่น้องๆ กำลังศึกษาอยู่ก็เป็นไปได้ ถ้ากล้าพอก็มาอ่านกันได้เลย… รับรองได้กลัวกันจนไม่กล้าไปไหนมาไหนในโรงเรียนคนเดียวอีกต่อไปแน่ๆ

10 เรื่องเล่า ตำนานหลอนโรงเรียนไทย 2

1. เสียงในห้องอาบน้ำ

เป็นเรื่องของโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในภาคอีสาน โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนหญิงที่เผลอหลับขณะอ่านหนังสือ จึงลุกขึ้นมาอาบน้ำตอนตีหนึ่ง ซึ่งตอนอาบอยู่สักพักก็มีเสียงคนถามขึ้นมาว่า “มี..คน..ต่อ..มั้ย..คะ?” (ตามธรรมเนียมของโรงเรียนนี้เวลาจะใช้ห้องน้ำต่อจะต้องเคาะประตูแล้วถามว่ามีคนต่อมั้ยคะ? ถ้าตอบกลับไปว่าไม่มีคนต่อก็จะพาดผ้าเช็ดตัวไว้ที่ประตูห้องน้ำ) ตอนแรกเค้าก็ไม่ได้ตอบกลับไปเพราะเห็นว่าห้องอื่นๆ ก็ว่าง สักพักก็มีคนถามขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงเฉื่อยๆ จึงต้องตอบกลับไปว่าไม่มีค่ะ แต่(คน)ข้างนอกก็ยังเคาะไม่หยุด แถมยังดังขึ้นเรื่อยๆ

แล้วอยู่ผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้ก็เหมือนโดนดึงไปฝั่งข้างนอก เค้าจึงได้เอื้อมมือไปคว้าแต่แรงข้างนอกแรงกว่าที่เค้าคิดเอาไว้ จึงตะโดนออกไปว่า “ห้องน้ำห้องอื่นยังว่างนะคะ” พอพูดจบ แรงที่ดึงทั้งหมดก็หายไป!! เค้าจึงรีบเปิดประตูและวิ่งกลับไปที่ห้อง ระหว่างทางก็ไม่เห็นใคร เพื่อนๆ เองก็นอนอยู่ท่าเดิม ทำให้เค้าคิดได้ว่าสิ่งที่เจอในห้องน้ำไม่ใช่คนแน่ๆ

2. โรงเรียนหรือลานประหารกันแน่?

เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน… ที่สมัยก่อนเคยเป็นที่อยู่ของนักโทษประหาร ซึ่งมีนักโทษมากมายถูกฆ่าตายที่นี่ เรื่องมีอยู่ว่าวันนึงอาจารย์ดันนัดสอนล่วงเวลา เลยทำให้เด็กๆ ต้องกลับค่ำ เพื่อนๆ ทั้งหมดก็ทยอยพากันเดินลงมา แต่เด็กคนหนึ่งกลับลืมโทรศัพท์ไว้บนห้อง จึงบอกให้เพื่อนรอก่อน.. ระหว่างที่รอคนก็เดินลงไปหมดแล้ว แต่กลับได้ยินเสียงเพลงคล้ายๆ เพลงรำสวดหรืออะไรสักอย่าง และมีเสียงแว่วมาว่า “อย่าๆๆๆ ผมไม่ไป ปล่อยผม อย่าทำผมเลย” ผ่านไปสักพักเด็กคนนั้นก็ยังไม่ลงมา คนเป็นเพื่อนก็เริ่มกลัวเลยคิดจะเดินลงไปก่อน แต่ก็มีคนมาจับมือไว้ พอหันกลับไปมองก็เป็นเพื่อนของเธอนั่นเอง ทั้งสองมองหน้ากันแล้วเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง นั่นคือเสียงเหมือนโซ่ที่ลากมาตามพื้น

เท่านั้นแหละทั้งคู่ก็วิ่งลงมาอย่างไม่คิดชีวิต แต่จู่ๆ เพื่อนคนนึงก็หยุดและสะบัดมือออก อีกคนก็รู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่เพื่อนคนเดิมอีกต่อไปจึงเดินตามไป และตบหน้าอย่างแรงพร้อมเรียกชื่อไม่หยุด!! สักพักเพื่อนก็ดูเหมือนจะได้สติจึงวิ่งต่อ จนชนเข้ากับภารโรงจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เพื่อนที่ถูกผีสิงจึงได้เล่าว่าอยู่ดีๆ ก็ไม่รู้สึกตัว แต่เห็นเพื่อนยืนอยู่อีกฝั่งจึงเดินไปโดยไม่รู้ตัว แต่พอมองดีๆ กลับเห็นเป็นผู้ชายโดนล่ามโซ่ตรวนอยู่… โอ๊ย!! หลอนกันเลยทีเดียว

3. ห้องน้ำกับเสียงปริศนา

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีห้องน้ำอยู่ข้างๆ ห้องสมุด แต่คนกลับไม่ชอบไปเข้าเพราะไฟก็ไม่มี แถมยังเงียบอีกต่างหาก จนวันหนึ่งเด็กผู้หญิงคนนึงไม่รู้นึกอะไรจึงชวนเพื่อนมาเข้าห้องน้ำที่นี่ สงสัยเป็นเพราะมันไกลจากตึกเรียนและขี้เกียจเรียนหนังสือเลยหาเรื่องมาเข้าห้องน้ำซะไกล โดยขณะที่คนนึงกำลังเข้า อีกคนก็รออยู่หน้าห้อง ยืนรอไปสักพักก็ได้ยินเสียงจากห้องน้ำพูดออกมาว่า “แกเป็นอะไรป่าว?” ซ้ำอยู่เรื่อยๆ เพื่อนที่ยืนรอก็คิดว่าเพื่อนแกล้งเลยไม่ได้ตอบอะไร

พออกมาเพื่อนก็ถามว่า “แกกรี๊ดทำไม?” “เป็นอะไรทำไมไม่ตอบ?” เพื่อนที่ยืนรอก็ได้แต่ทำหน้างงแล้วบอกว่า “ไม่ได้กรี๊ด” และไม่ได้ยินเสียงกรี๊ดของใครด้วยซ้ำ เพื่อนคนนั้นก็ยังยืนยันว่าตั้งแต่ปิดประตูห้องน้ำไปก็ได้ยินเสียงกรี๊ดตลอด ซึ่งถ้าไม่ใช่เสียงเพื่อน แล้วจะเป็นเสียงใครได้?

4. โรงเรียนเรื่องเล่าเยอะ

โรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนใหม่เพราะสร้างขึ้นมาไม่ถึง 10 ปี แต่ว่ากันว่าแต่ก่อนที่นี่เคยเป็นสถานที่รบกันของไทยและพม่า โดยเรื่องแปลก เรื่องหลอนของที่นี่มีหลายเรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องของผู้หญิงใส่ชุดไทย ที่นักเรียนเห็นกันบ่อยๆ ตอนเย็นๆ ว่ามักจะมีผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินลงมาแล้วเลี้ยวเข้ากำแพง ซึ่งใครๆ ก็ต้องรู้ว่านั่นไม่ใช่คนอย่างแน่นอน!!

ต่อไปเป็นเรื่องของเงาดำในห้องเรียนที่ใครมาเช้าๆ เมื่อมองผ่านช่องประตูมักจะเห็นเหมือนมีคนเดินอยู่ข้างใน ทั้งๆ ที่ห้องยังปิดอยู่ เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของผู้หญิงชุดขาวที่มาให้เห็นกันจะๆ ตอนกำลังนั่งเรียน เพราะในระหว่างเรียนกลับเห็นผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดสีขาวเดินผ่านไป ทั้งๆ ที่อยู่ตรงห้องริมสุด สุดทางเดินก็คือกำแพง แล้วผู้หญิงชุดขาวคนนั้นเดินทะลุกำแพงไปได้ยังไงกัน?!

5. ห้องนาฏศิลป์ที่ปิดตาย

เรื่องของโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งที่น่าแปลกคือ ห้องนาฏศิลป์ของที่นี่ถูกปิดตาย ด้วยการนำไม้หนาๆ มาปิดเป็นรูปกากบาทไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้าไป แต่ยิ่งทำแบบนั้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จึงมีการลองของขึ้นทันที โดยประมาณ 4 โมงเย็นหลังจากที่ทำความสะอาดห้องเรียนเสร็จแล้วเรียบร้อย ก็ได้เดินลงไปยังห้องนาฏศิลป์นั้น แต่ด้วยความที่เค้าปิดจนยากที่จะมองเลยได้แต่มองลอดช่องเล็กๆ ระหว่างไม้ ซึ่งพอลองมองเข้าไปดีๆ ก็เห็นเหมือนกับมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น

ซึ่งพอมองดีๆ มันก็คือ “หัวโขน” แต่ไม่ใช่หัวโขนธรรมดา มันคือหัวโขนที่เต็มไปด้วยเลือด ลอยไปลอยมาอยู่รอบๆ ห้อง ทำเอาคนที่เห็นขาแข็งวิ่งก็ไม่ออก จะร้องก็ไม่มีแรงจะร้องและด้วยความเฮี้ยนของห้องนาฏศิลป์นี้ ทำเอาไม่มีใครสามารถไปแตะต้อง ไปทุบรื้อสร้างใหม่ได้ จนสุดท้ายที่นี่ก็กลายเป็นโรงเรียนร้างไปในที่สุด

6. ห้องน้ำถูกปิดตาย

เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีแล้ว มีวันนึงนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งได้ทำงานกลุ่มเลิกดึก ทั้งหมดตัดสินใจเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับบ้าน เมื่อเมื่อถึงห้องน้ำนักเรียนกลุ่มนี้ต่างแยกย้ายจัดการธุระต่างๆ แต่แล้วก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นเมื่อนักเรียนที่กลัวผีมากๆ คนนึงได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องไห้ โหยหวน เหมือนจะตาย ที่หนักไปกว่านั้นคือเค้าได้ยินเสียงเหมือนคนเอามือมาขูดประตูด้านนอก!! ซึ่งพอตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครตอบรับ จึงรีบวิ่งออกไปข้างนอก

เห็นเพื่อนทั้งหมดยืนหน้าซีดกันอยู่ ทุกคนมองหน้ากันก็รู้แล้วว่าแต่ละคนก็เจอเรื่องเหมือนๆ กัน ด้วยความสงสัยจึงได้โทรไปถามรุ่นพี่ ซึ่งก็ได้คำตอบว่า วันปิดเทอมเมื่อ 3 ปีก่อน มีรุ่นพี่คนนึงลืมของไว้บนตึกก่อนกลับจึงได้เข้าไปใช้ห้องน้ำ แต่ภารโรงไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำจึงทำการปิดล็อคห้องน้ำชั้นนั้น ทำให้รุ่นพี่คนนั้นถูกขังอยู่ในห้องน้ำโดยที่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเปิดเทอมมาก็พบศพ ซึ่งสภาพของศพคือเล็บหักไปหมด เพราะเอามือมาขูดประตูห้องน้ำจนเป็นรอยนั่นเอง

7. ต้นโพธิ์ในโรงเรียน

เย็นวันหนึ่งมีกลุ่มเด็กๆ ไปปั่นจักรยานเล่นกัน และตกลงกันว่าจะนั่งพักใต้ต้นไม้ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง สักพักก็มีใบโพธิ์หล่นมาอยู่ข้างๆ เด็กผู้หญิงในกลุ่ม ที่เธอนั้นมีเซ้นท์ทางด้านลี้ลับอยู่แล้ว ไม่รู้อะไรเกิดดลใจให้เธอนั้นเดินไปรอบๆ ต้นโพธิ์และสัมผัสมัน หลังจากที่สัมผัสใบไม้นั้นก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง พร้อมกับเสียง “ฮึ่ม” ของใครก็ไม่รู้ เธอสะดุ้งและรีบบอกพรรคพวกที่เหลือให้รีบกลับบ้าน หลังจากกลับบ้านเธอก็ได้รู้ว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ใต้ต้นโพธิ์ต้นนั้นเคยมีผู้ชายมาแขวนคอตาย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดกับเธอ เช่น รู้สึกวูบวาบหรือไม่หางตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนนั้น แต่พอหันไปกลับไม่เห็นใคร เธอคิดว่าเขาตามเธอมาแน่ๆ เธอรู้สึกกลัวจนไม่กล้าทำอะไร อีกทั้งตามเนื้อตัวเธอก็มีเศษใบโพธิ์ติดเต็มไปหมด คืนนั้นเธอหยิบพระมาคล้องคอและเข้านอนทันที รุ่งเช้าเธอไปปรึกษากับกลุ่มที่ไปด้วยกัน ก็พบว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นเช่นกัน จึงตัดสินใจไปทำบุญกรวดน้ำให้แก่วิญญาณของชายผู้นั้น

แต่ในระหว่างที่เธอกำลังแผ่บุญกุศลให้อยู่นั้นก็ได้เงยหน้าไปมองต้นชมพู่ที่อยู่ตรงกระจกในบ้าน สิ่งที่สะท้อนกลับมา ทำให้เธอยิ่งกลัวไปกว่าเดิม นั่นก็คือ เงาของผู้ชายคนนั้นนั่งยองๆ อยู่ข้างหลังและใช้มือของเขาจับไหล่ขณะกรวดน้ำ!! เธอได้ภาวนาในใจให้เขาไปสู่สุขคติโดยเร็ว

8. ใครอยู่บนคานนั้น?

เรื่องราวของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งศิษย์ทั้งหลายคงเคยได้ยินเรื่องนี้กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงของกีฬาสี ที่เป็นธรรมดาที่เด็กและครูทั้งหลายจะอยู่โรงเรียนดึกกันกว่าปกติ เพราะต้องซ้อมเชียร์ ซ้อมกีฬา โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำเชียร์แต่ละรุ่นเล่าต่อๆ กันมา โดยเฉพาะในส่วนของโรงอาหาร ในขณะที่เชียร์หลีดเดอร์ทั้งหลายกำลังซ้อมเต้นอยู่นั้น ทั้งโรงอาหารได้ยินแต่เสียงนับสเต็ป 5 6 7 8 แต่อยู่ดีๆ คนที่ขึ้นไปอยู่บนยอดของการต่อตัวก็เงียบและกรี๊ดออกมาดังลั่น ทุกคนจึงมองขึ้นไปยังยอด ก็ได้เห็นในสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเห็น นั่นก็คือผู้หญิงผมยาว ตัวซีดๆ ใส่ชุดสีขาวนั่งอยู่บนคาน พร้อมกับจ้องมองลงมาและปรบมือให้!! ทำเอาทุกคนตกใจและรีบเก็บของหนีออกไปจากโรงอาหารในทันที ทำเอาทุกวันนี้น้อยคนนักที่จะกล้ามองขึ้นไปยังยอดคานนั้น

9. ขอโต๊ะได้มั้ย?

เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร ซึ่งเกิดขึ้นในคืนก่อนวันจัดงานนิทรรศการใหญ่ของโรงเรียน จึงไม่แปลกที่นักเรียนและครูจะกลับบ้านดึก เพราะทั้งหมดต้องช่วยกันจัดการความเรียบร้อย ซึ่งนักเรียนกลุ่มหนึ่งก็มีหน้าที่ขนโต๊ะมารวมไว้อีกห้อง ในขณะที่เดินผ่านห้อง 1 ก็ไม่มีโต๊ะไม่มีเก้าอี้เหลืออยู่แล้ว จึงได้ที่ห้อง 2 ก็เห็นว่ามีโต๊ะเหลือแต่ดันมีผู้หญิงผมยาวใส่ชุดนักเรียนนั่งหันหลังอยู่ จึงเริ่มกลัวๆ เพราะห้องนี้ไม่น่าจะมีคนอยู่แล้ว เลยรีบวิ่งกลับไปที่ห้องตัวเองและเล้าให้ทุกคนฟัง หลายคนก็หาว่าตาฝาด แต่ทั้งหมดก็อยากรู้ว่านั่นคือคนหรือผี จึงได้ไปเปิดห้องโสตฯ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าทุกคนในห้อง 2 กลับไปหมดแล้วแต่จู่ๆก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาปีนขึ้นไปบนโต๊ะ และทำการผูกคอตาย!! ในขณะที่ดิ้นๆ อยู่นั้นก็ได้หันหน้ามามองที่กล้องวงจรปิดแบบตาไม่กระพริบ!! ทั้งหมดที่ดูก็ได้แต่กรี๊ดแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน พอตอนเช้ามาถึงโรงเรียนเลยถามครูว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร? ครูจึงเล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนห้องนี้เคยมีรุ่นพี่ที่ถูกแฟนบอกเลิกมาผูกคอตาย!!”

1. ผีเด็กยุวกาชาด

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย เป็นโรงเรียนที่นักเรียน ม.ต้น นั้นจะต้องใส่ชุดยุวกาชาด มีอยู่วันหนึ่งทางโรงเรียนได้มีนโยบายให้รื้อห้องน้ำชาย-หญิง ใต้อาคารและจะสร้างเป็นห้องพักครูแทน ส่วนห้องพักครูเดิมจะทำเป็นห้องวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งมีกลุ่มเด็กๆคิดจะทำล่าท้าผีในห้องพักครูเก่า เพื่อนที่ขวัญอ่อนที่สุดในกลุ่มเดินเข้าไปและร้องกรี๊ดออกมาเมื่อพบว่าบนเพดานมีผู้หญิงผมยาวก้มหน้าลงมาพวกพวกเขา จนไม่มีใครกล้าเข้าห้องนั้นอีกเลย แต่แล้ววันเปิดใช้ห้องวิทยาศาสตร์ใหม่ก็ใกล้มาถึง อาจารย์ให้นักเรียนเข้าไปทำความสะอาด ทุกคนต่างเห็นเหมือนกัน นั่นก็คือ เด็กผู้หญิงผมยาวใส่ชุดยุวกาชาด บางวันก็ใส่ชุดนักเรียนแต่ไม่ปักชื่อ นั่งไขว้ห่างอยู่บนเพดาน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเธอ “ไม่มีหน้า” ทุกคนต่างตั้งคำถามกันว่าเธอเป็นใคร เธอเป็นอะไรตายกันแน่?

เหตุการณ์ระทึกเริ่มอีกครั้งเมื่อมีการขอยืมใช้ห้องวิทยาศาสตร์แห่งนี้ในฝึกซ้อมการแข่งขันสวดมนต์แปล นักเรียนที่เข้าแข่งขันคนหนึ่งเกิดร้องไห้ ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ จนเธอได้สติก็บอกว่ามีคนร้องไห้อยู่ข้างหลัง ไม่กล้ามอง อยู่ดีๆก็สั่นและร้องไห้ออกมาเอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในระหว่างที่เธอเล่านั้น ประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรง ทุกคนวิ่งหนีและต่างบอกกันว่านี่คือ “ห้องผีสิง” ในคาบเรียนภาษาอังกฤษมีการพูดถึงห้องเรียน อาจารย์เล่าแต่เพียงว่าเดิมทีโรงเรียนเป็นเพียงสนามว่างเปล่า จนกระทั่งมีข่าว…. แล้วอาจารย์ก็ไม่ได้เล่าต่อ สร้างความสงสัยในเหล่านักเรียนอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครไขปริศนาเด็กหญิงยุวกาชาดไม่มีหน้าคนนั้นได้ว่าเธอเป็นใคร?

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง >> น่ากลัว! เรื่องเล่า ตำนานหลอนโรงเรียนไทย ภาค 1

———————————————–

ปล. เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานต่อๆ มาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง หรือบางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เอาเป็นว่าเรามาอ่านกันเพื่อความบันเทิงนะ คลายเครียดแล้วกันเนอะ >^^<

ที่มา : http://www.toptenthailand.com

บทความแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง