เปิดมุมดีต่อใจ! 2 นักเรียนนายเรืออากาศ กับเป้าหมายให้กองทัพเดินด้วยธรรม | ธรรมสู่เยาวชน

Home / วาไรตี้ / เปิดมุมดีต่อใจ! 2 นักเรียนนายเรืออากาศ กับเป้าหมายให้กองทัพเดินด้วยธรรม | ธรรมสู่เยาวชน

ในปัจจุบันการแสดงออกของสิ่งเร้าที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียล เพื่อน บุคคลสาธารณะ รวมทั้งการเผยแพร่ค่านิยมการกระทำสิ่งที่ท้าทาย ได้กลายเป็นต้นแบบและต่อมกระตุ้นให้กับเยาวชนที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนเกิดความอยากรู้ อยากลอง อยากสัมผัส เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น โดยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่รายล้อมอยู่รอบสถานศึกษา ที่เป็นกับดักและนำไปสู่พฤติกรรมอันไม่เหมาะสม และยังนำมาซึ่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมที่มีคุณค่า

ธรรมสู่เยาวชน ..

รร.นายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชสีขาว

ทั้งนี้ ในการป้องกันไม่ให้ภัยร้ายเหล่านี้สั่งสมและแพร่ระบาดสู่สังคม ทุกภาคส่วนจะต้องให้การตระหนักและปลูกจิตสำนึกกับกลุ่มเยาวชนร่วมกัน เพื่อให้ทรัพยากรเหล่านี้ไปสู่ทางแห่งความสำเร็จด้วยภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง และฟื้นฟูสิ่งที่ดีงามกลับคืนสู่สังคม

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสานต่อโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” พร้อมจัดบรรยายธรรมภายใต้หัวข้อ “โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชสีขาว” โดยมุ่งใช้คุณธรรมนำนักศึกษาปลอดยาเสพติด ปลอดอบายมุข พร้อมนิมนต์พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มาเป็นผู้บรรยายธรรมให้แก่นักเรียนนายเรืออากาศฯ และนักเรียนพยาบาลทหารอากาศกว่า 700 คน เพื่อให้ตระหนักถึงปัญหา โดยมุ่งผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้ตอบโจทย์สังคมและประเทศที่จะต้องเป็นผู้ที่มากด้วยความรู้ความสามารถ ควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม.

เปิดมุมดีต่อใจ! 2 นักเรียนนายเรืออากาศ

ป้องกันยาเสพติดและอบายมุข

นักเรียนนายเรืออากาศพงษ์เกษม สุวรรณบูรณ์ ชั้นปีที่ 2 โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กล่าวว่า … “การสร้างโรงเรียนสีขาวถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในทุกสถาบัน เนื่องจากทุกวันนี้หลายกลุ่มเยาวชนหันมาปฏิบัติตนด้วย ค่านิยมผิดๆ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ทั้งยังมองอีกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เท่ห์ ดูดี แต่ในความเป็นจริงแล้วสองสิ่งนี้คือประตูเริ่มต้นที่จะนำไปสู่อบายมุขประเภทอื่นๆ

อย่างที่ได้เห็นกันหลายตัวอย่างในสังคม สำหรับการป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าไม่ว่าจะเป็นสถาบันอะไรหรือระดับไหนก็ตาม ยังคงต้องปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดในตัวบุคคลมากขึ้น เช่น การบรรยายธรรม การบวช การถือศีล การปฏิบัติธรรม ทั้งด้วยทฤษฎีและวิธีปฏิบัติที่หลากหลายและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในฐานะที่ตนเป็นนักเรียนโรงเรียนนายเรืออากาศฯ และในอนาคตจะต้องประกอบวิชาชีพด้านการทหารนั้น หนึ่งสิ่งที่สำคัญและทำได้คือจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในด้านการป้องกันยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งเป็นภัยร้ายของสังคม พร้อมทั้งจะเป็นกระบอกเสียงให้กับบุคคลทั่วไปได้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องเพื่อนำประเทศชาติไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน”

ซ้าย นักเรียนนายเรืออากาศพงษ์เกษม สุวรรณบูรณ์ , ขวา นักเรียนนายเรืออากาศรวิภาส รพิพันธุ์

ซ้าย นักเรียนนายเรืออากาศพงษ์เกษม สุวรรณบูรณ์ , ขวา นักเรียนนายเรืออากาศรวิภาส รพิพันธุ์

การรู้จักหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญ

ด้านนักเรียนนายเรืออากาศรวิภาส รพิพันธุ์ ชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กล่าวว่า “การรู้จักหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำรงตนในสังคม และในฐานะที่ตนเป็นนักเรียนนายเรืออากาศนอกจากจะต้องมีหน้าที่ในการศึกษาเล่าเรียนและการช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีในด้านการมีระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม และการ ละเว้นซึ่งอบายมุขให้กับเยาวชน อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของการเป็นต้นแบบที่ดี ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เนื่องจากหลักการนี้ไม่ต้องอาศัยคำพูดที่สวยหรู หรือกระทบกระทั่งเพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้อยากทำตาม แต่กลับเป็นการชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ปฏิบัติให้ดูนั้นก่อให้เกิดคุณค่าและเห็นผลที่เป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยเชื่อมโยงทั้งความคิดและการกระทำไปสู่สิ่งที่ดีงามในวันข้างหน้า หรืออาจกล่าวได้ว่า “ตัวอย่างที่ดีมักมีค่ามากกว่าคำสอน” นั่นเอง”

นนอ.รวิภาส เล่าทิ้งท้ายว่า “โดยปกติแล้วการนำหลักธรรมมาใช้ในกิจกรรมและการศึกษาเล่าเรียน ของโรงเรียนนายเรืออากาศ สถาบันแห่งนี้ให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากทุกพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาจำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพข้าราชการในอนาคต ทั้งนี้ นอกจากจะปลูกฝังผ่านบทเรียนแล้ว ยังมีทั้งการเชิญวิทยากรมาร่วมบรรยายพิเศษ การบรรพชาเป็นพระภิกษุเพื่อศึกษาหลักธรรมในช่วงปิดภาคเรียนที่วัดบวรนิเวศ รวมทั้งการนำนักเรียนและบุคลากรไปบำเพ็ญประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้มีทั้งที่แฝงแง่คิดทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพจิตใจไม่ให้หลงผิดไปกับสิ่งยั่วยุ”

ภาพรวมผู้บริหาร พระอาจารย์ และนักเรียน

ด้าน พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ให้ข้อคิดว่า

หนึ่งหลักธรรมที่จะเป็นเสมือนการล้อมรั้วป้องกันยาเสพติดและอบายมุขก็คือ หลักสัมมัปปธาน 4 ซึ่งหลักธรรมนี้มีไว้เพื่อกำกับคนให้สามารถดำเนินชีวิตในวิถีทางที่ถูกต้อง ประกอบด้วย

หลักสัมมัปปธาน 4

สังวรปธาน

หรือการพึงระวังไม่ให้เกิดการกระทำผิด หลักธรรมในข้อนี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีสิ่งยั่วยุ หรือต้นแบบที่ไม่ดีเกิดขึ้น ต่อเนื่องถึงระมัดระวังไม่ให้เกิดกิเลส โทสะ โลภะ โมหะ ขึ้นในใจของแต่ละบุคคล

ปหานปธาน

หรือ การเพียรละบาป ทุกคนในสถานศึกษาจะต้องช่วยกันชำระสิ่งที่ทำพลาด การประคับประคองช่วยเหลือผู้ที่หลงผิดพร้อมฉุดรั้งให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะการหลงผิดเปรียบเสมือนช้างที่ตกหล่มไม่สามารถขึ้นเองได้

ภาวนาปธาน

หรือการเพียรทำสิ่งที่เป็นกุศลให้กับผู้ที่ไม่เคยทำ โดยทุกสถานศึกษาจะต้องหมั่นหาหรือสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับเล็กๆจนถึงระดับที่ยิ่งใหญ่ และเมื่อทุกคนได้ทำสิ่งดีๆเหล่านั้นสำเร็จ ก็ยิ่งจะเกิดความภาคภูมิใจทั้งยังจะนำไปสู่อุปนิสัยที่จะขยันหมั่นเพียรการสร้างสิ่งที่ดีงามให้กับตนเองและสังคม

อนุรักขนาปธาน

หรือการเพียรรักษาสิ่งดีงาม เมื่อบุคคลใดที่ได้เริ่มกระทำความดี สร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์แล้ว ก็ยังจำเป็นที่จะต้องหมั่นรักษาความดี ความมีชื่อเสียงเหล่านั้นให้เหมือนเกลือที่รักษาความเค็มไม่ให้สิ้นสูญไป โดยไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ขอให้เพียรทำไว้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ทำดี ได้ระลึกถึงเรื่องเหล่านั้น จิตใจก็จะแช่มชื่นยินดีไปด้วย

พระพรหมบัณฑิต ยังได้ฝากพุทธศาสนสุภาษิตให้แก่นักเรียนโรงเรียนนายเรืออากาศว่า “อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย” หรือ ชนะตนนั่นแลดีกว่า เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับบุคคลที่จะประกอบอาชีพทหาร ที่จะต้องเอาชนะใจตนเองให้ได้ ก่อนที่จะเอาชนะข้าศึกศัตรู พร้อมทั้งต้องควบคุมจิตของตนไม่ให้อยู่หลงระเริงไปกับอำนาจ กิเลส อันจะชักจูงให้ไปสู่ความประพฤติชั่วอื่นๆ

ด้านนายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงการเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นผู้ที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา และพร้อมที่จะส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ เพื่อต่อยอดให้เยาวชนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสอดคล้องกับความมุ่งหวังของสังคม โดยตลอดระยะเวลากว่า 21 ปีที่ผ่านมานั้นได้จัดกิจกรรมเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ และต่อยอดสู่โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” โดยมีโรงเรียนร่วมโครงการแล้วจำนวน 17 แห่ง มีเยาวชนร่วมกิจกรรมกว่า 13,000 คน เสมือนการปลูกฝังหลักธรรมะให้แก่เยาวชนที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนทั่วประเทศ มีความมุ่งหวังที่จะให้นักเรียนได้ข้อคิด ได้รับสิ่งดีๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนรู้ การปฏิบัติตนต่อครอบครัว สังคมประเทศชาติ ทั้งนี้ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อกลุ่มเยาวชนได้รับการปลูกฝังสิ่งดี มีต้นแบบชีวิตที่เป็นพลังในทางบวก ก็ยิ่งจะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง ทำให้สังคมอยู่กันอย่างผาสุข

สำหรับสถาบันการศึกษาที่สนใจร่วมโครงการ เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2677-1628 หรือ www.cpall.co.th