กาพย์เห่เรือ วิชาภาษาไทย เจ้าฟ้ากุ้ง

สรุปความรู้เรื่อง กาพย์เห่เรือ – วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้น ม.6

Home / วาไรตี้ / สรุปความรู้เรื่อง กาพย์เห่เรือ – วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้น ม.6

สวัสดีค่ะ น้องๆ ม.6 ทุกคน เพิ่งเปิดเทอมมาไม่เท่าไหร่ ก็จะสอบเก็บคะแนนเรื่องแรกกันแล้ว แว่วๆ มาว่า เรื่องแรกก็จัดเต็มวรรณคดีกันเลย วรรณคดีเรื่องนี้เป็นเนื้อหาในหนังสือวรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง กาพย์เห่เรือ นั่นเองค่ะ ในบทความนี้ครูพี่โบว์ก็มี “สรุปความรู้ เรื่อง กาพย์เห่เรือ ” มาช่วยติวน้องๆ ก่อนสอบเก็บคะแนนหรือจะใช้สอบกลางภาค ปลายภาคก็ได้น้า

สรุปความรู้เรื่อง กาพย์เห่เรือ

บทเห่เรือที่เก่าแก่และได้รับความนิยม จนถือเป็นแบบแผนในการประพันธ์บทเห่เรืออื่นๆ จนถึงปัจจุบัน คือ “กาพย์เห่เรือ” บทพระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือ พระนามที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร หรือ เจ้าฟ้ากุ้ง พระองค์ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2248 เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประสูติแต่กรมหลวงอภัยนุชิต

สรุปความรู้เรื่องกาพย์เห่เรือ - วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้น ม.6

เจ้าฟ้ากุ้งมีพระปรีชาสามารถหลายด้าน โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม ทรงพระนิพนธ์วรรณกรรมไว้หลายเรื่อง เช่น กาพย์เห่เรือนันโทปนันทสูตรคำหลวง พระมาลัยคำหลวง กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก กาพย์เห่เรือเรื่องกากี เป็นต้น

สรุปความรู้เรื่องกาพย์เห่เรือ - วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้น ม.6

กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้ากุ้งมีจุดประสงค์ คือ ใช้สำหรับเห่เรือพระที่นั่งของพระองค์ เมื่อตามเสด็จทางชลมารค (เดินทางทางน้ำ) ไปยังพระพุทธบาท จ. สระบุรี นอกจากนั้นการเห่เรือยังเป็นการให้จังหวะแก่ฝีพายอีกด้วยค่ะ

สรุปความรู้เรื่องกาพย์เห่เรือ - วรรณคดีวิจักษ์ ระดับชั้น ม.6

ลักษณะคำประพันธ์ของกาพย์เห่เรือ นั้น เรียกว่า “กาพย์ห่อโคลง” คือ โคลงสี่สุภาพขึ้นต้นบท 1 บท ตามด้วยกาพย์ยานี 11 1 บท ที่มีความหมายเหมือนโคลงต้นบท และตามด้วยกาพย์ยานี 11 จนกว่าจะจบกระบวนความ

ทำนองการเห่ - กาพย์เห่เรือ

ทำนองหรือลำนำที่ใช้ในการเห่เรือ

ทำนองหรือลำนำที่ใช้ในการเห่เรือ เป็นการให้จังหวะแก่ฝีพายให้พายตามจังหวะทำนองการร้อง เพื่อความสวยงามและความพร้อมเพรียง ทำนองที่ใช้ในการเห่เรือปัจจุบันมี 3 ทำนอง คือ ช้าละวะเห่ มูลเห่ และสวะเห่

ก่อนการเริ่มต้นเห่เรือตามทำนองดังกล่าว เมื่อเรือพระที่นั่งทรงเริ่มออกจากท่ามาเข้ากระบวน พนักงานต้นเสียงเห่เรือก็จะขึ้นต้น เกริ่นเห่ เป็นทำนองตามเนื้อความในโคลงสี่สุภาพก่อน จึงมักเรียกว่า “เกริ่นโคลง” ซึ่งเป็นการให้สัญญาณเตือนฝีพายให้เตรียมพร้อม เพื่อจะเคลื่อนกระบวนและดำเนินทำนองต่อไปนี้

1.ช้าละวะเห่ มาจาก ช้าแลว่าเห่ เป็นทำนองที่ใช้เริ่มต้นการเห่ ถือเป็นการให้สัญญาณเริ่มต้นเคลื่อนเรือในกระบวนทุกลำออกจากท่าไปพร้อมกันอย่างช้าๆ และใช้ทำนองนี้เมื่อพายเรือตามกระแสน้ำ

2. มูลเห่ หรือในการเห่เรือเล่น เรียกว่า เห่เร็ว เป็นการเห่ในจังหวะกระชั้นกระชับ ฝีพายจะเร่งพายให้เร็วกว่าเดิมตามจังหวะกระทุ้งเส้า และใช้ทำนองนี้ขณะพายเรือทวนน้ำ

3. สวะเห่ เป็นการเห่เมื่อใกล้จะถึงที่หมายหรือเรือใกล้จะเทียบท่า

เห่เรือ

ชื่อนก – หัวโขน – หัวเรือ

ชื่อนก - หัวโขน - หัวเรือ

เนื้อหาของ กาพย์เห่เรือ ประกอบด้วยบทเห่ 4 ตอน

ตามช่วงเวลาใน 1 วัน ได้แก่

– ตอนเช้า เห่ชมเรือกระบวน
– ตอนสาย เห่ชมปลา
– ตอนบ่าย เห่ชมไม้
– ตอนเย็น เห่ชมนก

จบลงด้วยยามค่ำ บทเห่ครวญ เป็นบทคร่ำครวญ พรรณนาถึงนางอันเป็นที่รัก

กาพย์เห่เรือมีลักษณะเหมือนกับการแต่งนิราศ ที่มีการพรรณนาธรรมชาติระหว่างการเดินทางและมีการกล่าวถึงนางอันเป็นที่รัก ยกเว้น! เห่ชมกระบวนเรือ ที่ไม่มีบทรำพันนิราศ

จากเรื่องกาพย์เห่เรือ แสดงให้เห็นถึงสภาพชีวิตของคนสมัยก่อน ที่ใช้การสัญจรทางน้ำอย่างเป็นปกติ และการเดินทางที่ใช้เวลานานโดยไม่มีเทคโลโนยีใดๆ ทำให้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติและมีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานการประพันธ์หรือเพลงที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน

ครูพี่โบว์หวังว่า สรุปความรู้เรื่องกาพย์เห่เรือ จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องกาพย์เห่เรือและมั่นใจในการทำข้อสอบมากขึ้นค่ะ อย่าลืมติดตามเนื้อหาสาระ เกร็ดความรู้วิชาภาษาไทยในบทความอื่นๆ กันด้วยน้า

SEEME.ME : KruBow

บทความแนะนำ