วิธีแก้ปัญหาเมื่อเจอคนไร้มารยาท ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงเสด็จมหาลัยเมลเบิร์น

Home / วาไรตี้ / วิธีแก้ปัญหาเมื่อเจอคนไร้มารยาท ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงเสด็จมหาลัยเมลเบิร์น

อีกหนึ่งเรื่องเล่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่น้องๆ นักศึกษา สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ค่ะ ในอดีตเมื่อครั้งพระองค์ท่านทรงเสด็จไปในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และทรงถูกท้าทายจากนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง พระองค์จะทรงแก้ปัญหานี้อย่างไร? แคมปัส-สตาร์ ขอพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเล่าถึง วิธิกำราบกลุ่มนักศึกษาไร้มารยาทของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

วิธีแก้ปัญหาเมื่อเจอคนไร้มารยาท…

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชธรรม “อักโกธะ” ข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ข้าราชบริพารในราชสำนัก ซึ่งรับราชการฉลองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิดมานับสิบๆ ปี ก็ไม่เคยประสบพระราชอัธยาศัย ทรงแสดงพระโทษะจริต เกรี้ยวกราดผู้หนึ่งผู้ใด พระราชธรรมข้อนี้ได้ถูกทดลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประเทศเป็นทางราชการ เมื่อ พ.ศ.2505

โดยในครั้งนั้น พระองค์ได้ทรงเสด็จไปในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบอร์น ประเทศออสเตรเลีย และ ทรงถูกท้าทายจากนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง และไม่เข้าใจพระองค์ และเมืองไทย บ้างก็ถือป้ายที่มีข้อความกล่าวร้ายต่อพระองค์ท่าน  บ้างก็ส่งเสียงโห่ปนฮาลบหลู่พระเกียรติ และเกียรติภูมิของชาติไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงบรรยายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้เห็นภาพอย่างแจ่มชัด ในบทพระราชนิพนธ์ “ ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ ”  ตอนหนึ่งของพระองค์ว่า

“ ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จไปพระราชทานพระราชดำรัสที่เครื่องขยายเสียงกลางเวที ยังไม่ทันจะอะไร ก็มีเสียงโห่ปนฮาดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอกอีกแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจหวิวๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่านด้วยความสงสาร และเห็นพระทัย ในที่สุดก็ฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นเองแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ทรงพระดำเนินไปยืนกลางเวที เห็นพระพักตร์สงบเฉย….

ทันใดนั้นเองคนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดก็ปรบมือเสียงสนั่นหวั่นไหว คล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน พอเสียงปรบมือเงียบลงคราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีกก็เห็น

พระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงดงาม และน่าดูที่สุด พระพักตร์ยิ้มนิดๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อยๆ แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก “ ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่น และสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน ” รับสั่งเพียงเท่านั้นเอง แล้วก็หันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟัง อยู่ในหอประชุม

campusstar-1

ตอนนี้ข้าพเจ้าอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความสะใจ เพราะเสียงฮานั้นเงียบลงทันทีราวกับปิดสวิทช์  แล้วตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอะไรเลย ทุกคนข้างนอกข้างใน ต่างนั่งฟังพระราชดำรัสเฉยท่าทางดูขบคิด ข้าพเจ้าเห็นว่าพระราชดำรัสวันนั้นดีมาก รับสั่งสดๆ โดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย

ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยเราว่า เรามีเอกราช มีภาษาของตนเอง มีตัวหนังสือซึ่งคิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งบทกฎหมายการปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา 700 ปีกว่ามาแล้ว ตอนนี้ข้าพเจ้าขำแทบแย่ เพราะหลังจากรับสั่งว่า 700 ปีกว่ามาแล้ว ทรงทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก ทรงสะดุ้งนิดๆ และทรงโค้งพระองค์อย่างสุภาพ เมื่อตรัสว่า “ขอโทษลืมไป ตอนนั้นยังไม่มีประเทศออสเตรเลียเลย” แล้วทรงเล่าต่อไปว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยเรามีน้ำใจกว้างขวาง พร้อมที่จะให้โอกาสคนอื่นและฟังความเห็นของเขา เพราะเรามักใช้ปัญญาขบคิดไตร่ตรองหาเหตุผลก่อนจึงจะตัดสินว่าสิ่งไรเป็นอย่างไร ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าตัดสินอะไรตามใจชอบ โดยไม่ใช้เหตุผล …”

ผลจากการแสดงพระอัจฉริยภาพอย่างสูงในการแสดงพระราชดำรัส ในสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่าเมื่อเสร็จพิธีแล้ว ผู้ร่วมในพิธีต่างเข้ามากราบบังคมทูลสรรเสริญถึงพระราชดำรัสนั้น และสำหรับกลุ่มนักศึกษาที่มีปฏิกิริยาเหล่านั้น ต่างก็มีอากัปกิริยาเปลี่ยนไปหมด บ้างก็มีสีหน้าเฉยๆ เจื่อนๆ ดูหลบพระเนตร ไม่มีการมองดูพระองค์อย่างประหลาดอีก แต่บางพวกก็มีน้ำใจเป็นนักกีฬาพอที่จะยิ้มแย้มแจ่มใส โบกมือและปรบมือให้แก่ทั้งสองพระองค์ตลอดทางจนถึงที่รถพระที่นั่งจอดอยู่

ข้อมูลจาก chaoprayanews,3king.lib.kmutt.ac.th,Kanokwan Ja-ae

*เกร็ดความรู้เพิ่มเติม 

อักโกธะ หมายถึง ความไม่โกรธ เป็นธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม.

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้