เรื่องเล่าหลอนๆ จากรุ่นพี่ ม.อัสสัมชัญ (ABAC)

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / เรื่องเล่าหลอนๆ จากรุ่นพี่ ม.อัสสัมชัญ (ABAC)

เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่ชอบพูดว่า “เวลาที่เราไปพักสถานที่ใดก็ตาม เราควรยกมือไหว้เสียก่อน” เพื่อบอกกับเจ้าของสถานที่นั้นๆ ว่าเรามาดี มาขอพักอาศัยเฉยๆ ไม่ได้มาทำอะไรที่ไม่ดี แต่ถ้าสถานที่นั้นมีสิ่งลี้ลับที่ไม่เจ้าของสถานที่อยู่ด้วยล่ะ จะเป็นอย่างไร? เหมือนกับเรื่องเล่าหลอนๆ ในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ที่เราเอาเล่าสู่กันฟัง ขอบอกก่อนเลยนะว่า แต่ละเรื่องเป็นประสบการณ์โดยตรงจากรุ่นพี่ ที่เคยเรียน และพักอาศัยอยู่ในหอพัก (แถวมหาวิทยาลัย) เจอดีกันมาแล้ว หลอนจริง!

รวม เรื่องเล่าหลอนๆ ม.อัสสัมชัญ

เริ่มกันที่เรื่องหอ (ใน) ชาย ปิดตายชั้น 8 เอแบคบางนา (ตอนนี้เป็น วิทยาเขตสุวรรณภูมิล่ะนะจ้า) ที่หอพักแห่งนี้ได้ปิดตายชั้น 8 เนื่องด้วย… มีคนจีนฆ่าตัวตายในห้องซักห้องหนึ่งบนชั้น 8 นั่นแหละค่ะ จึงต้องปิดตายชั้นนั้นหมดเลย อยู่มาวันหนึ่ง… ที่สนามบอลตรงกลางระหว่างหอชายกับหอหญิง (สนามคิงก์คอร์ท) ก็มีนักศึกษาเตะบอล เล่นบาสกันตามปกติ แล้วก็มีนักศึกษาคนหนึ่งเหลือบไปมองชั้น 8 ของหอพักชาย ปรากฏว่ามีห้องหนึ่งเปิดไฟอยู่ นักศึกษาคนนั้นจึงเดินเข้าไปถามพี่ยามประจำหอพักว่า “ไหนบอกว่าปิดตายชั้น 8 ไปแล้ว ทำไมยังมีคนอยู่อีกล่ะหรือแม่บ้านไปทำความสะอาดเหรอ” แล้วนักศึกษาคนนั้น ก็ได้รับคำตอบจากพี่ยามว่า .ไฟจะเปิดได้ไงครับน้อง ก็เค้าห้ามใครขึ้นไปเลย แม้แต่แม่บ้านก็ขึ้นไม่ได้” พี่ที่เคาเอตร์ของหอก็ยืนยันเหมือนกันว่า “แม่บ้านก็ห้ามขึ้นค่ะ” แล้วไฟที่เปิดอยู่นั่นมันเปิดได้ยังไงล่ะนี่?

เรื่องต่อมาก็ยังคงเป็นเรื่องของหอ (ใน) ชาย นอกจากปิดตายชั้น 8 แล้ว ยังมีเรื่องของชั้น 4 ด้วย ห้อง 423 ลองไปดูที่เค้าเตอร์นะ มันจะไม่มีกุญแจ ยิ่งถามผู้ดูแล เค้าจะบ่ายเบี่ยงแล้วไล่ให้ไปไกลๆ จากนั้น ไม่ว่าบุคคลใดที่อยู่ห้องข้างๆ จะได้ยินเสียงแปลกๆ จากฝั่งห้องนั้น ยิ่งเปิดเพลงดังเท่าไร เสียงยังดังกว่าอยู่ดี… ถ้าอยากรุ้มากกว่าต้องไปพิสูจน์ด้วยตนเองนะ หลอนมากๆ

ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฟังต่อมาจากรุ่นพี่อีกทีนะว่า ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว มีอาจารย์ท่านหนึ่งเสียชีวิต (หัวใจวายเฉียบพัน) อยู่ที่ห้องพักอาจารย์ชั้นหก ตึก C กว่านักการจะมาพบก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มแล้ว ถึงได้ทําการเคลื่อนย้ายศพออก ตอนนั้น Computer Center อยู่ตึก C ชั้น 10 ถ้าไปถามพวกรุ่นพี่รหัส 34 ลงไปก็น่าจะจําได้

หลังจากนั้นไม่นานเรื่องก็ได้เกิดกับนักศึกษา BBA COM คนหนึ่ง น้องคนนี้ทำ Assignment ที่ห้องคอมอยู่ กว่าจะเสร็จก็ประมาณสามทุ่มแล้ว น้องเขาเดินมาลงลิฟท์คนเดียวจากชั้น 10 พอลิฟท์ลงมาถึงชั้น 6 ลิฟท์ก็เปิด ปรากฏว่า มีผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงกําแพงอยู่หน้าลิฟท์ ก้มหน้ามองพื้น น้องเขาก็กดลิฟท์แล้วถามว่า “จะลงไหม?” แต่ไม่มีเสียงตอบจากชายคนนั้น น้องเขาก็รอนิดหน่อย ชายคนนั้นก็ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด ก็เลยกดปิดลิฟท์ไป พอลิฟท์ลงมาชั้น 5 ลิฟท์ก็เปิดออกอีก ปรากฎว่าเจอผู้ชายคนเดิม ยืนอยู่ในถ้าเดิม ก้มหน้า น้องเขาก็เอะใจก็ถามอีกว่า “จะลงไหม?” ก็ไม่ตอบอีก น้องคนนี้ก็เริ่มใจไม่ดี จึงไม่พูดอะไร แล้วกดปิดลฟท์ไปเลย พอลิฟท์ลงมาชั้น 4 ปรากฎว่า ลิฟท์ก็เปิดอีก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายคนเดิม ยืนอยู่ท่าเดิม แต่คราวนี้ เงยหน้ามาทางน้องที่อยู่ในลิฟท์ แล้วบอกว่า ช่วยด้วย!! ตั้งแต่วันนั้นน้องคนที่อยู่ในลิฟท์ก็ไม่ได้กลับมาเรียนอีกเลย เพราะทางบ้านต้องนําตัวไปบําบัดอาการจิตหลอนทางประสาท อันนี้เป็นเรื่องเล่าของรุ่นก่อนๆ นะ ลองไปถามรุ่นพี่ๆ รหัส 31, 32, 33 ได้

เรื่องเด็กโดดตึกฆ่าตัวตาย ที่เกิดเหตุน่ะรู้สึกจะเป็นตึก Q ชั้นสิบกว่าๆ อ่ะนะ มีคนเล่าว่า “เด็กกลัวจบไม่พร้อมเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน กลุ้มมากเลยโดดตึก” ตอนนั้นเราเรียนอยู่ตึก S เลยไม่เห็น (โชคดีไป) แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ถึงความเฮี๊ยนของเจ้าหล่อนอ่ะนะ หลังจากวันนั้นเริ่มจากเพื่อนเรา คนนี้ขี้กลัวนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าหล่อนจะออกมากลางวันแสกๆ หรอก ก็ชวนเพื่อนไปอีกคน ปรากฏว่า ลิฟท์มันเปิดที่ชั้นนั้นเองอ่ะ พอเปิดแล้วก็ไม่มีคนอยู่ แล้วก็เหมือนมีลมพัดเข้ามาในลิฟท์วูบนึง เพื่อนเรากลัวมากเลย คนที่ไม่กลัวก็บอกว่าคงมีคนกดลิฟท์แล้วขึ้นลิฟท์อีกตัวไปแล้วมั๊ง (ลิฟต์มี 2 ตัว) แล้วลมมัยพัดมาจากหน้าต่างพอดีมั๊ง แต่ว่าความจริง… ตั้งแต่วันที่เค้าโดดตึกน่ะ ทางมหาวิทยาลัยเค้าจะให้ปิดหน้าต่างไว้ตลอดเลยล่ะ แล้วลมมันจะพัดมาจากไหนล่ะ แล้วใครจะมากดลิฟท์เล่นล่ะ ตั้งแต่มีเรื่องนี้ ใครๆ ก็ไม่อยากมาชั้นนี้กันทั้งนั้น

แล้วก็มีเพื่อนของเพื่อนโดนมาเหมือนกัน คนนี้เค้าไม่ค่อยกลัว ก็ไปขึ้นลิฟท์คนเดียว ก็อย่างที่โดนกันบ่อยๆ แหละ หยุดที่ชั้นนั้นอีกแล้ว เปิดออกมาก็ไม่มีใครอีก แต่ไฟมันดับๆ ติดๆ เฉยเลย ถามคนที่ชั้นนั้นก็บอกเหมือนกันว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาไฟในห้องก็จะติดๆ ดับๆ บ้างเป็นบางครั้ง แต่แอร์ไม่ดับเป็นแต่ไฟอย่างเดียวอ่ะ เลยตัดปัญหาเรื่องไฟตกไฟเกินไปได้เลย เปิดออกมาไม่มีใครยังดีนะ บางคนเจอหนักๆ เปิดออกมาเจอเจ้าหล่อนยืนอยู่ตรงหน้าต่างหันหน้ามายิ้มให้ด้วย คนที่เจอบอกว่ากลัวมาก แต่ยังมีสติอยู่เลยคิดว่ารีบกดปิดลิฟท์ดีกว่า แต่ทว่า กดๆ มันก็ไม่ยอมปิดอ่ะ แล้วหล่อนก็กระโดดลงไปจากหน้าต่างตรงนั้นให้เห็นกะตาเลย

เรื่องของตึก Q ยังไม่หมดแค่นี้นะ สระว่ายน้ำผีตาหลุด รู้จักสระว่ายน้ำตรงตึก E กันบ้างมั้ย เชื่อว่า ไม่น่ารู้จักกันแล้วนะเดี๋ยวนี้ เพราะเค้ากั้นไม่ไห้เดินทะลุไปได้ และสระนั้นตอนนี้ก็เป็นของหมู่บ้านไปแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อช่วงสงกรานต์สักประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว มีอาจารย์โดดตึก Q ลงมาทะลุหลังคาสระว่ายน้ำพอดี๊ พอดี สระว่ายนั้นก็โดนปิดไป ซักเดือนกว่าๆ ได้ เพราะต้องปรับปรุงหลังคา เเละเรื่องคดีพวกมูลนิธิเค้าก็มาเก็บศพไป แต่หาลูกตาไม่เจอ 1 ข้าง พอหลังจากสระเปิดก็มีคนไปว่ายน้ำกันตามปกติ ก็เจออะไรกลมๆ เท่าผลส้มลอยมา ปรากฏมันคือ ลูกตาข้างที่หายไป หลอนมากๆ ที่รู้ เพราะบ้านเพื่อนพี่มันอยู่ตรงสระว่ายน้ำพอดี และดันเป็นนักว่ายน้ำเลยรู้จักกับคนคุมสระว่ายน้ำ และพี่ก็หลอน เพราะรถจอดตรงนั้นประจำ ^^

ตีก E ชั้น 4 ด้านหลังที่ทะลุตึก C จะทีทางด้านหลังที่อยู่หลังห้องน้ำชาย-หญิง มองลงไปจะเห็นที่จอดรถที่ไม่มีหลังคาด้านล่าง น่าจะปี 45-46 มีนักศึกษาสาวคณะวิศวะฯ เครียดเรื่องอะไรไม่รู้ โดดลงไปกระแทกเสาไฟฟ้า ที่อยู่ในลานจอดรถ (แต่มหาลัยถือว่าตายนอกมหา’ลัย) ก็เลยปิดเรื่องเงียบ

กลับมาที่หอชายชั้น 8 อีกครั้ง เรื่องนี้เกี่ยวกับลิฟท์ ฝั่งที่มีแค่ตัวเดียว (ประสบการณ์จากเพื่อน) หอพักของเอแบคจะมีทั้งหมด 12 ชั้น ถ้าไม่ทำลิฟท์ไว้ก็ขาลากกันล่ะ จะมีลิฟต์ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน คือ 2 ตัวแรกจะอยู่ฝั่งตรงข้ามเคาเตอร์ รับกุญแจ อีกตัวจะอยู่โดดเดี่ยว ข้างๆ เคาเอตร์ตัวโดดเดี่ยวนี่แหละ ตัวปัญหา? กลางดึกของคืนวันหนึ่ง เพื่อนๆ ผมที่อยู่ชั้น 8 เค้ายังไม่นอนกัน แล้วก็มีคนหนึ่งจะลงไปซื้อของที่เซเว่น จึงลงไปซื้อกันหมด แต่ขากลับพวกมันก็เล่นกัน โดยแกล้งเพื่อนคนที่ไปซื้อของให้ขึ้นลิฟท์มาไม่ทัน จึงต้องรอขึ้นลิฟท์ตัวใหม่คนเดียว พวกเพื่อนๆ ที่ขึ้นมากันแล้วก็รอดูว่า ลิฟท์ตัวไหนกำลังขึ้นมา (ตอนนั้นดึกมากแล้ว ไม่ค่อยมีใครใช้ลิฟทืแล้ว) พอมีลิฟท์มาจอดชั้น 8 ปุ๊บ พวกที่อยู่ข้างนอกก็รีบเอามือดันประตูให้ปิดไว้ เพื่อนที่อยู่ข้างในก็พยายามง้างประตูลิฟท์ออก แล้วมีจังหวะนึงที่ประตูลิฟท์แง้มออก คนข้างนอกจึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในกับเพื่อนคนนั้นด้วย เพื่อนคนนึงจึงบอกคนอื่นว่า “เลิกเล่นกันได้แล้ว มีคนอื่นอยู่ด้วย เสียเวลาเค้า” แล้วพวกนั้นจึงปล่อยเพื่อนข้างในออกมา ปรากฏว่า พอประตูลิฟท์เปิด เพื่อนก็เดินออกมาคนเดียว คนอื่นจึงถามว่า “เฮ้ย! ขึ้นลิฟท์มากับใคร?” เพื่อนคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “มากับใครที่ไหนล่ะ มาคนเดียว” จบประโยคนั้นทุกคนก็ใส่เกียร์หมากลับห้องตัวเอง แล้วก็ได้ฤกษ์นอนหลับกันซะที

ต่อด้วยเรื่อง หอชายชั้น 9 น่าจะห้อง 912 ไม่ก็ 914 ถ้าจำไม่ผิด แต่ห้องต้นๆ ของชั้นนี่แหละ เป็นห้องของเพื่อนผม ซึ่งผมเคยไปนอนเป็นเพื่อนมันครั้งหนึ่ง เพราะรูมเมทมันไม่ค่อยอยู่ (ตอนนี้พวกเราก็ย้ายออกไปหอนอกหมดล่ะ)
วันที่ผมขึ้นไปนอนห้องมัน เพราะเพื่อนมันขอร้องให้ไปนอนเป็นเพื่อนหน่อย โดยให้เหตุผลว่ามันเหงา ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จึงขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนมัน ปกติห้องของหอพักเอแบคจะแบ่งครึ่งห้องด้วยตู้วางหนังสือตรงกลางระหว่างสองเตียง แต่ส่วนใหญ่มักจะเลื่อนเตียงข้ามฟากมานอนด้วยกัน เกือบทุกห้อง ซึ่งห้องเพื่อนผมก็ทำแบบนั้น

พอตกดึกประมานเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง ซึ่งผมกับเพื่อนก็หลับไปแล้ว ก็ต้องตื่นขึ้นมาทั้งคู่ เพราะได้ยินเสียงคนรูดม่านไปมาในห้อง (ฝั่งตรงข้าม ประตูเข้าห้องจะเป็นประตูกระจกออกไปทางระเบียง ซึ่งมีม่านไว้กันแดด) นานพอสมควรแล้วก็เงียบไป ตอนนั้นผมนี่ตัวสั่นไปหมดเลย กลัวมากๆ เพราะไม่ใช่หูฝาดแน่ๆ แต่ผมก็ไม่กล้าเดินไปดูหรอก และอีกซักพักใหญ่ๆ เสียงรูดม่านก็มาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ม่านหน้าต่าง แต่เป็นม่านในห้องน้ำ ซึ่งที่ๆ ผมกับเพื่อนนอนก็ฝั่งที่ติดกำแพงห้องน้ำนี่แหละ เสียงจึงชัดมากๆ แล้วยังไม่พอ เสียงคนเปิดน้ำในห้องน้ำก็ตามมา จ๊อกๆ ผมกับเพื่อนก็ไม่เป็นอันหลับอันนอนกันเลย นอนเงียบหลับตาปี๋ตัวสั่นกันทั้งคู่จนถึงเช้าเลย พอตอนเช้าผมจึงถามเพื่อนว่า “นี่ครั้งแรกรึเปล่าที่เคยเจอ” มันก็ตอบผมมาว่า “เจอมาหลายทีแล้วหล่ะ ถึงไม่ค่อยชอบอยู่ห้องตัวเองไง” ตั้งแต่วันนั้นมามันก็ย้ายมานอนห้องผมถาวรเลย…

หอชายชั้น 5 ลูกกรอก (ประสบการณ์จากเพื่อน) เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีรุ่นพี่เอาลูกกรอกมาเลี้ยงในห้องชั้น 5 แล้วพอพี่เค้าจบไป เค้าลืมเชิญลูกกรอกให้ตามเค้าไปด้วย ปรากฏว่า เคยมีหลายคนบนชั้น 5 เจอเด็กผู้ชายมาวิ่งเล่นในห้องตัวเอง บางทีก็ดึงผ้าห่ม ดึงขา ขึ้นมาขย่มบนตัวบ้าง

หอชายชั้น 5 ห้อง 519 (ประสบการณ์ตรงของผมเอง) ยาวหน่อยนะ หลายเรื่องมาก ทนอ่านนิดนึง… ตอนแรกที่ผมกับเพื่อนจะมานอนหอนี่ กว่าจะได้ห้องก็ต้องวิ่งเต้นกันยกใหญ่ จนสุดท้ายก็ได้ห้องมา ตอนแรกก็ดีใจว่าชั้น 5 โอเค เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องน่ากลัวของชั้น 5 แต่ใครจะไปรู้ว่า ห้องที่ไปอยู่นั้นมีหลายเรื่องทีเดียว

เรื่องที่ 1 อะไรอยู่ในตู้ เจอของดีตั้งแต่วันแรกที่ได้นอนหอเลย คืนแรกที่เข้ามานอนหอก็ดึกแล้ว ประมาน 5 ทุ่ม-เที่ยงคืน ผมก็ได้ยินเสียงเคาะดัง ก๊อกๆ หลายที ออกมาจากตู้หนังสือกลางห้อง ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะนึกว่าเป็นเสียงไม้มันยืดหดตัว (ตามกฏฟิสิกส์ ร้อนขยาย เย็นหด) แต่ต่อมาก็ได้ยินทุกคืน ผมก็เลยถามเพื่อนดูว่า ตอนกลางคืนมันได้ยินอะไรเปล่า มันก็บอกว่าไม่ได้ยิน (รูมเมทผมไม่ค่อยมีเซนส์) ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พักหลังๆ มาก็มีเพื่อนมาเล่นมานอนที่ห้องผมบ่อยๆ แล้วทุกคนก็พูดเหมือนกันในตอนเช้าว่า เสียง อะไรในตู้วะ ผมก็ไม่รู้จะตอบไงดี นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องน่ากลัวในห้อง 519

เรื่องที่ 2 ใครหัวเราะ เพื่อนของผมที่พักอยู่ห้องชั้น 9 (คนที่ห้องมันมีคนมาบริการรูดม่านตอนกลางดึกนั่นแหล่ะ) วันที่ผมกับมันเจอเรื่องบนห้องมัน มันก็ย้าย (อย่างไม่เป็นทางการ) มานอนห้องผมด้วย ส่วนรูมเมทผมก็ย้ายไปนอนห้องเพื่อนคนอื่น เหตุผลก็กลับไปอ่านที่เรื่องแรกข้างบนได้เลยนะ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง วันนั้นก็นั่งเล่นกันจนเกือบๆ ตีสอง ทีแรกก็เล่นกันอยู่หลายคน พอง่วงก็แยกย้ายกันกลับห้อง เหลือผมกับเพื่อน ไม่นานนักผมก็หลับไป จนซักประมานตีสองกว่าๆ เพื่อนผมก็ปลุกผมขึ้นมา แล้วก็ถามว่า “หัวเราะรึเปล่า” ผมก็งัวเงียๆ ตอบมันไปว่า “เปล่า ทำไมเหรอ?” มันก็เลยบอกว่า “เออ ได้ยินเสียงใครหัวเราะไม่รู้ดังมาจากในตู้” ผมก็เลยตอบไปสั้นๆ ว่า “นอนดีกว่า” แล้วก็รีบหลับไปเลย

ปล. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะจ้า เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ >_<

————————–

ที่มา :
http://th.uncyclopedia.info/wiki/
http://www.unigang.com/Article/921
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=215767

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้