10 อันดับเมือง ค่าเทอมสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา 2016 โดย QS

Home / วาไรตี้ / 10 อันดับเมือง ค่าเทอมสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา 2016 โดย QS

แน่นอนว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นอกจากความรู้ทางด้านภาษาที่เราต้องมีความพร้อมแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเงินค่าเทอม ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายต่างๆ วันนี้เราเลยขอเอาใจคนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศกันหน่อยดีกว่า กับผลการจัดอันดับเมืองแสนประหยัด หรือ 10 Most Affordable Cities for Students 2016 ที่มีค่าเล่าเรียนถูก ค่าครองชีพต่ำ ซึ่งถูกจัดอันดับโดย QS World University Ranking จากประเทศอังกฤษ โดยมีดัชนีชี้วัด คือค่าเล่าเรียน ต้นทุนการใช้ชีวิต ค่าบิ๊กแมค (Big Mac) และราคา iPad แม้บางเมืองจะไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องมาตรฐานการศึกษาของทั้ง 10 เมืองแล้ว การันตีได้เลยว่าไม่แพ้มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ๆ อย่างแน่นอน ลองมาดูกันว่าจะมีเมืองไหนกันบ้าง…

ค่าเทอมสุดแสนประหยัด 10 เมืองจากทั่วโลก

10-toulouse-1

อันดับ 10 เมืองตูลูซ (Toulouse)

เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ถูกขนานนามว่า “เมืองสีชมพู (La ville rose)” เพราะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมในยุคเรเนซองส์ที่ก่อด้วยอิฐสีส้มอมชมพู นอกจากจะไปศึกษาต่อแล้ว ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ให้ได้เที่ยวชมรอบๆ เมืองอีกด้วย ที่สำคัญค่าเล่าเรียนแสนถูกเพียง $200 ต่อปีเท่านั้น

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$200 ประมาณ 7,200 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$4.49 ประมาณ 162 บาท
ราคา iPad : US$556.80 ประมาณ 20,140 บาท

9-valencia-1

อันดับ 9 วาเลนเซีย (Valencia)

เมืองวาเลนเซีย เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศสเปน หากมองในแง่ของการศึกษาเรามักจะนึกถึงเมืองมาดริดและบาร์เซโลน่า ที่มักจะติดอันดับโลกอยู่บ่อยครั้ง แต่ในปีนี้ต้องยกให้ “วาเลนเซีย” เมืองสุดแสนประหยัดอีกหนึ่งเมือง

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$1,800 ประมาณ 65,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$4.00 ประมาณ 145 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

8-mexico-city-1

อันดับ 8 เม็กซิโก ซิตี้ (Mexico City)

เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก และยังเป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหมาะสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติที่มีงบจำกัด แต่ชอบอยู่ในเมืองใหญ่ แม้เม็กซิโกจะมีค่าเล่าเรียนสูงที่สุดจากทั้ง 10 เมืองในอันดับ Top 10 แต่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในเมืองใหญ่อื่นๆ แล้วถือว่าถูกมาก

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$5,500 ประมาณ 200,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$3.11 ประมาณ 113 บาท
ราคา iPad : US$490.19 ประมาณ 17,700 บาท

7-vienna-1

อันดับ 7 เวียนนา (Vienna)

กรุงเวียนนาเมืองหลวงจากประเทศออสเตรีย ที่นอกจากจะเป็นเมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาแล้ว ยังติดอยู่ในอันดับที่ 2 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีค่าเล่าเรียนตกอยู่ที่ประมาณ US$500 ต่อปี สำหรับนักศึกษาทั่วไปและฟรีสำหรับนักศึกษาจากกลุ่มประเทศ EU

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$500 ประมาณ 18,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$3.71 ประมาณ 134 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

6-munich-1

อันดับ 6 มิวนิค (Munich)

เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี จัดเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่คนนิยมไปเรียนต่อมากที่สุดในโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองฮอต ที่มีค่าเล่าเรียนเป็นศูนย์หรือเรียกง่ายๆ ว่าเรียนฟรีเช่นเดียวกับกรุงเบอร์ลิน และได้รับความนิยมจากนักศึกษาทั่วโลก นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ในปีนี้เมืองมิวนิคยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกอีกด้วย

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$0
ราคาบิ๊กแมค : US$3.93 ประมาณ 142 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

5-taipei-1

อันดับ 5 เมืองไทเป (Taipei)

เรียกได้ว่าฮอตมากในปีนี้สำหรับประเทศไต้หวัน ที่มีเมืองติดอันดับมาถึง 2 เมืองด้วยกัน ใครที่คิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ไทเปก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่นอกจากจะมีค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพถูกแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและติดอยู่ในอันดับโลกหลายแห่งด้วยกัน เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) อยู่ในอันดับที่ 70 ของโลก

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,700 ประมาณ 134,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.55 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$486.55 ประมาณ 17,600 บาท

4-berlin-1

อันดับ 4 เบอร์ลิน (Berlin)

กลับมาที่ประเทศเยอรมนีอีกครั้งกับอันดับที่ 4 เมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาในปี 2016 สำหรับกรุงเบอร์ลิน นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในอันดับที่ 9 ของโลกอีกด้วย นั่นอาจเป็นเพราะว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลส่วนใหญ่ในประเทศเยอรมนีจะไม่เก็บค่าเล่าเรียน ทั้งนักศึกษาในท้องถิ่นและนักศึกษาชาวต่างชาติ (ยกเว้นหลักสูตรปริญญาโทบางส่วน)

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$0
ราคาบิ๊กแมค : US$3.93 ประมาณ 142 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

3-hsinchu

อันดับ 3 นครซินจู๋ (Hsinchu)

นครซินจู๋ เมืองใหม่จากประเทศไต้หวันที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่ากับเมืองไทเป แต่บอกได้เลยว่านครแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่คิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศในราคาแสนประหยัด นอกจากนี้ยังการันตีด้วยอันดับที่ 55 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักศึกษา ประจำปี 2016 อีกด้วย

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,400 ประมาณ 123,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.55 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$486.55 ประมาณ 17,600 บาท

 วอร์ซอ (Warsaw)

อันดับ 2 วอร์ซอ (Warsaw)

วอร์ซอเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโปแลนด์ โดยวอร์ซอถือเป็นเมืองใหม่สุดๆ ที่ติดอันดับ Best Student Cities 2016 สูงสุดอยู่ในอันดับที่ 63 นอกจากจะเป็นเมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมหนักของประเทศแล้ว ยังเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการศึกษาอีกด้วย ค่าเรียนแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาต่างชาติและฟรีสำหรับนักศึกษาโปแลนด์

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,400 ประมาณ 123,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.54 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$554.26 ประมาณ 20,000 บาท

1-kuala-lumpur-1

อันดับ 1 กัวลาลัมเปอร์ (kuala Lumpur)

กัวลาลัมเปอร์ มหานครแห่งสีสันและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถครองอันดับ 1 เมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน (ในปี 2015 และในปี 2016) นอกจากนี้กัวลาลัมเปอร์ยังติดอยู่ในอันดับที่ 53 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา หรือ QS Best Student Cities 2016 อีกด้วย

ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,900 ประมาณ 141,100 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.01 ประมาณ 73 บาท
ราคา iPad : US$398.26 ประมาณ 14,400 บาท

———————————————————–

ข้อมูลและภาพ :
http://www.topuniversities.com/
http://www.toptenthailand.com/
https://www.lonelyplanet.com/
http://www.telegraph.co.uk/
https://www.getyourguide.com/
http://www.zapphyre.com/
http://inkandadventure.blogspot.com/
http://www3.hilton.com/
http://dailyhotel.com/