เล่าเรื่องผี ตำนานเฮี้ยน

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / เล่าเรื่องผี ตำนานเฮี้ยน

สำหรับที่นี่ ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าผีดุครับ เหตุเพราะมีเรื่องผี มีเรื่องเล่าเยอะ แต่ยังไม่เคยมีใครประสบพบเจอกับตัวเอง แต่สำหรับตัวผม ขอยกให้มหาวิทยาลัยนี้ตื่นเต้นที่สุดครับ เหตุเพราะมีผู้หญิงคนที่ผมแอบชอบ ร่วมเดินทางมาลองของด้วย (โอ๊ย !!) การมาลองของที่มหาวิทยาลัยนี้ ผมก็ได้ความช่วยเหลือจากชมรมดนตรีลูกทุ่งของที่นี่ครับ ซึ่งได้ส่งน้องโชน นักศึกษาคณะประมงปี 2 มาเป็นผู้นำทาง

เล่าเรื่องผี ตำนานเฮี้ยน

  – จะมีตึกอยู่ตึกหนึ่งครับ (ขอสงวนชื่อตึกครับ น้องเค้าขอมา) ว่ากันว่าเมื่อตอนก่อสร้างดำเนินมาถึงขั้นทาสี ก็ได้มีคนงานเกิดเสียชีวิตลง โดยก่อนเสียเค้าได้ทาสีค้างไว้ยังไม่เสร็จ อาถรรพ์เกิดขึ้นเมื่อคนงานคนที่มาทาสีต่อจากเค้าก็เสียชีวิตลงตามไปเช่นกัน จนเกิดเป็นเรื่องเล่าขานว่าหากใครมาทาสีตรงจุดนี้ จะมีอันเป็นไป ผมได้ไปดูที่เกิดเหตุมาครับ ลักษณะกำแพงเป็นจุดด่าง ๆ ไม่ได้ทาสีจริงอย่างที่ว่า และก็ลองเอาสีไปทาทับมาด้วยครับ ทาไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงวินาทีนี้ผมก็ยังไม่ตายครับ ยังมานั่งพิมพ์เรื่องผีให้ทุกท่านอ่านกันเพลิน ๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริงครับ

– ตู้โทรศัพท์ข้างตึกวิทย์ฯ ตรงข้างตึกคณะวิทยาศาสตร์จะมีตู้โทรศัพท์แบบหยอดเหรียญอยู่ครับ เค้าเล่ากันว่ามีคนเคยเห็นนักศึกษายืนอยู่ในนั้น แต่นักศึกษาคนดังกล่าวไม่มีหัว

– Loving Way เรื่องผีแฝงความโรแมนติกแห่งมหาวิทยาลัยนี้ครับ เป็นอีกเรื่องที่หากค้นหาหัวข้อเรื่องผีเกษตรศาสตร์ ทุกเว็บต้องมีเรื่อง เลิฟวิ่ง เวย์ รวมอยู่ด้วย ถนนเส้นนี้เด็กเกษตรฯ ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีครับ เพราะเชื่อว่าหากกลางวันหนุ่มสาวมาปั่นจักรยานซ้อนกัน ดวงชะตาก็จะนำพาให้ได้เป็นแฟนกัน แต่หากมาปั่นกลางคืน โดยคนปั่นกับคนซ้อนนั่งหันหลังชนกัน เค้าว่าคนที่ซ้อนจะเห็นอะไรบางอย่างระหว่างปั่นอยู่ในถนนเส้นนี้ครับ

– พ.ว. 9 ศพ เรื่องนี้เกิดขึ้นข้าง ๆ รั้วมหาวิทยาลัยครับ หากใครยังจำกันได้ เมื่ออดีตเคยมีข่าวเด็กสาวคนหนึ่งได้ซิ่งรถเก๋งชนเข้ากับรถตู้โดยสารบนทางด่วน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถ สภาพศพกระจัดกระจาย รวมแล้วเสียชีวิตถึง 9 ศพด้วยกัน จากภาพข่าวนี่น่ากลัวมากครับ บางคนนี่ร่างห้อยคาอยู่กับสะพายลอยเป็นที่พรั่นพรึงอย่างยิ่ง

    เรื่องต่อไปนี้ พี่วินมอเตอร์ไซค์ข้างสะพานลอยดังกล่าว เป็นผู้เล่าให้ฟังครับ ว่าช่วงหลังเกิดเหตุใหม่ ๆ นี่เฮี้ยนมาก จะต้องได้ยินเสียงดังกระแทกบนสะพานลอยเวลาเดิม ๆ ทุกวัน (เสียงเหมือนศพตกลงมากระแทกสะพาน) บางคนโดนถึงกับว่า มีผู้โดยสารเรียกให้ไปส่ง พอถึงที่หมายหันกลับมาไม่มีใคร พี่วินแกยังเล่าว่ามีช่วงนึงที่ตกเย็นปั๊บ ไม่มีวินคนไหนกล้าอยู่กันเลยล่ะครับ ขอกลับบ้านไปอยู่กับลูกกับเมียดีกว่า ผมไปดูสะพานที่ว่ามาด้วยครับ เมื่อราว ๆ ปีครึ่งถึง 2 ปีที่แล้ว ตามยอดต้นไม้ติดกับสะพานยังมีสายสิญจน์พันอยู่เลยนะครับ สร้างความกดดันตั้งแต่ยังไม่ขึ้นกันเลยทีเดียว พอเดินขึ้นไป (เวลาราวเที่ยงคืน) ก็ยอมรับล่ะครับ ว่าจากเรื่องเล่าที่ได้ฟัง จากประวัติที่มีผู้เสียชีวิตตรงนี้จริง ๆ ทำให้ประสาทหลอนเตลิดไปได้เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ถ้าใครเคยเห็นจุดเกิดเหตุจะเข้าใจครับ ว่ามันไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย รถข้างล่างนี่วิ่งกันขวักไขว่ตลอด           แต่ตอนนั้นจะก้าวเท้าได้แต่ละก้าวนี่บอกเลยว่าหนักมากครับ ความกลัวกดทับ ตรงจุดที่มีคนตกลงมาเสียชีวิตห้อยติดกับสะพาน ยังมีดอกไม้มาลัยอยู่เลยนะครับ สภาพยังใหม่ด้วย

–  อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์ หรือ อนุสาวรีย์สามเสือแห่งเกษตร เป็นอนุสาวรีย์รูปเหมือนของสามบูรพาจารย์ ผู้ริเริ่มสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ เรื่องเล่าบอกว่าทั้งสามท่านนี้ชอบเล่นหมากรุกมาก หากใครนำหมากรุกมาเล่นหน้าอนุสาวรีย์ดังกล่าวนี้ตอนเที่ยงคืน เค้าว่าหนึ่งในสามท่านนี้จะลงมาเล่นด้วยครับ และต่อจากนี้จะเป็นคิวของน้องโชนแล้วครับ ที่จะพาเราทัวร์คณะประมง ประโยคแรกที่โชนพูดกับผมนี่น่ากลัวกว่าผีอีกครับ โชนหันมาถามผมว่า “พี่เห็นอะไรในตัวผมไหม?” แล้วโชนก็ผายมือออก ตอนนั้นยอมรับความงงกับความกลัวผสมปนเป (คือโชนจะสื่ออะไรรรรรรร ????)

– ตึกเพาะเลี้ยง คณะประมง โชนบอกว่าที่ตึกนี้มีผีเดินกันพลุกพล่านเลยครับ และจากที่ผมไปเดินสำรวจดูจะมีผีก็ไม่แปลกครับ ตึกเก่ามาก เถาวัลย์นี่ขึ้นตามหน้าต่างกันสร้างบรรยากาศน่าดู โชนบอกว่าถ้าจุดไคลแม็กซ์เลยต้องหน้าต่างชั้น 2 ครับ รุ่นพี่ของโชนบอกว่ามีเวลาเรียน 4 ปี ต้องได้เจอผีตรงนี้เข้าซักวัน

– นางเงือก ตอนได้ยินครั้งแรกตื่นเต้นมากครับ ผมอยากเจอนางเงือกตัวเป็น ๆ มาทั้งชีวิต ก็ไปที่ตึกประมงตึกใหญ่เลยครับ (ผมไม่รู้ว่าชื่อเต็ม ๆ คืออะไร) โชนบอกว่าห้องน้ำชั้น 3 เคยมีรุ่นพี่คนหนึ่งล้างหน้า อยู่ ๆ ไฟก็ดับ รุ่นพี่คนนี้เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องไปที่สวิตช์ไฟตรงประตู จังหวะที่เอื้อมมือไปจะเปิดสวิตช์นั้นเอง ก็มีมือลื่น ๆ เป็นเมือก มีเกล็ดคล้ายเกล็ดปลามาคว้าหมับเข้าที่มือ ! (เรื่องนี้ผมไปลองมาไม่เจออะไรเลยครับ เสียใจมาก)

– ตึก SCL เป็นตึกแล็บเคมีครับและน่าจะเป็นตึกที่มีเรื่องเล่าเยอะที่สุดของมหาวิทยาลัยนี้แล้ว ตั้งแต่หากยืนหน้าตึกแล้วมองลอดใต้หว่างขาขึ้นไป จะเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่ที่ดาดฟ้าตึก หากไปอ่านหนังสือใต้ตึกตอนดึก ๆ เห็นว่าบ้างก็เจอคนเลือดท่วมเดินผ่าน บ้างก็ว่าจะได้ยินเสียงสวดชินบัญชร (ไอ้เรื่องเสียงสวดชินบัญชรนี่ผมไขคดีได้เรียบร้อยครับ พี่ยามเค้าเฉลยว่า เสียงสวดที่ได้ยินกันน่ะ พวกยามกันเองนี่แหละเป็นคนเปิด แต่จะเปิดเพราะสาเหตุอะไร หรือเปิดให้ใคร ? พี่ยามไม่ยอมบอกครับ ปล่อยเป็นปริศนาดำมืดต่อไป) สำหรับเรื่องตึก SCL มีเรื่องที่ผมไม่เข้าใจอยู่เรื่องเดียวครับ คือเค้าเล่าว่ามีคนเคยเห็นผีแม่บ้านที่ห้องน้ำหญิงชั้น 2 หรือ 3 ไม่แน่ใจ พวกผมก็ลองขึ้นไปกันดูครับ  เมื่อเข้าห้องน้ำหญิงไปก็พบกับคำเตือนว่า “อันตราย ห้ามเข้าห้องน้ำคนเดียว” เป็นคำเตือนที่ชวนสยองมากครับ ว่าทำไมห้องน้ำถึงต้องห้ามเข้าคนเดียว อีกทั้งยังเป็นห้องน้ำในตัวสถานที่อย่างมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก ชวนสงสัยมาจนทุกวันนี้

– บันไดสำหรับคนอยากเห็นผี ที่ตึกบัณฑิตครับ จะมีบันไดด้านข้างตัวตึกอยู่ เค้าว่าถ้าอยากเห็นผีให้เราลองไปนอนที่บันไดนั้น แล้วแหงนหน้า ตั้งจิตแล้วพูดว่า หากวิญญาณมีอยู่จริง ขอให้แสดงอะไรออกมาก็ได้ ไม่ว่าจะมาในรูป รส กลิ่น เสียง แล้วเห็นว่าผีจะโผล่มาให้เห็นครับ

– ศ.ร. 4 ใต้ตึกศูนย์เรียนรวม 4 จะมีสถาปัตยกรรมอันหนึ่งครับ เกือบ ๆ จะเรียกได้ว่าเตียงละ แต่มันพิสดารกว่านั้น เค้าว่าหากมานอนมานั่งเล่นบริเวณนี้ จะเริ่มได้ยินเสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นกัน ถ้าได้ยินแล้วให้แหงนหน้าขึ้นไป จะเจอกลุ่มผีเด็ก ชะโงกหน้ามาหัวเราะให้เราเต็มไปหมด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.horonumber.com/news-3295

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้