5 เรื่องเล่าชวนหลอน ในรั้วพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / 5 เรื่องเล่าชวนหลอน ในรั้วพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง

เรื่องเล่าหลอนๆ ของมหาวิทยาลัยกลับมาแล้วจ้า…. ครั้งนี้เราจะบุกกันไปถึงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกันเลย ซึ่งที่นี้ได้มีเรื่องเล่า ความเชื่อต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมากมาย ด้วยเพราะที่นี้นั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นเรื่องจริง หรือเป็นเรื่องที่อาจจะถูกแต่งขึ้นมาก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งเรื่องในวันนี้ที่เราได้รวบรวมให้มาให้เพื่อนๆ ได้หลอนกันนั้น เป็นเรื่องที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น จะน่ากลัวขนาดไหน… ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองเลย

5 เรื่องเล่าชวนหลอน KMITL

มาเริ่มกันที่เรื่อง ‘ศาลในห้องน้ำ’ เชื่อว่าหลายๆ คน อาจจะเคยได้ยินเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง มหา’ลัยสยองขวัญ มาแล้วค่ะ จะน่ากลัวขนาดไหนมาอ่านเลย…

ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ศาลที่ว่านี้เดิมตั้งไว้ที่คณะวิศวะฯ ตึกเอ ชั้น 5 เห็นว่ากันว่าเคยมีสาวคณะสถาปัตย์ อกหักจากหนุ่มคณะวิศวะฯ แล้วเธอก็ได้มาผูกคอฆ่าตัวตายในห้องน้ำชั้น 5 ตึกนี้ และศาลดังกล่าว ก็ตั้งขึ้นเพื่อให้วิญญาณของเธอสงบนั่นเอง ห้องที่เธอใช้เข้าไปผูกคอตายนั้น เป็นห้องที่ใช้เก็บของสำหรับแม่บ้านในห้องน้ำ เห็นว่าทุกวันนี้ล็อกปิดตายไปเป็นที่เรียบร้อยค่ะ (จริงเท็จยังไงไม่ขอฟันธงนะ แต่คืนที่เราลองไปดูนั้น ห้องที่ว่านี้เค้าก็ล็อกไว้) ตำนานของศาลในห้องน้ำนี่มีหลากหลายเรื่องที่เล่ากันต่อๆ มา แต่เรื่องที่ดังๆ ก็คือเรื่องที่มีเห็นนางรำ รำออกมาจากศาลอยู่ในห้องน้ำ หรือไม่ก็ถ้าไปส่องกระจกในห้องน้ำห้องนี้ก็จะเห็นผู้หญิงคนที่เค้าผูกคอตาย เพื่อนของเราคนหนึ่งทันช่วงที่ศาลยังอยู่บนห้องน้ำด้วยนะ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนที่ไปสอบที่เทคโนฯ ลาดกระบัง อยู่ในห้องสอบก็ปวดฉี่ แต่ยังสอบไม่เสร็จก็เลยอั้นไว้ สอบเสร็จก็วิ่งมาเข้าห้องน้ำไม่มองอะไรรอบๆ ทั้งนั้น พอเสร็จธุระหันกลับมาเท่านั้นแหละ อื้อหือ… เจอศาลเข้าเต็มๆ รีบออกมาแทบไม่ทันเลย

อืม….. แล้วตำนานของศาลยังไม่หมดนะ เพราะยังมีอีกหนึ่งตำนานคือ ห้องน้ำห้องนี้ไม่เคยมีใครตายทั้งสิ้น ศาลที่เกิดขึ้นนั้นเค้าตั้งขึ้นมา เพราะตอนที่สร้างตึกวิศวะในห้องน้ำมีเสาตกน้ำมันอยู่ ข้อมูลตรงนี้ได้ถูกสนับสนุนโดยศิษย์เก่าท่านหนึ่งนะ เป็นรุ่นพี่รุ่นแรกที่ได้เรียนที่ ตึกวิศวะฯ หลังสร้างเสร็จ เค้าเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกก็เป็นเสาตกน้ำมันธรรมดาๆ นี่ล่ะ ซึ่งเมื่อมีเสาตกน้ำมันก็เป็นธรรมดาที่พวกแม่บ้านเค้าจะไปขูดหวยขอเลข พอถูกหวยหนักๆ เข้า ก็เลยสร้างศาลให้ตอบแทนเค้านั่นเอง

ตอนนี้ศาลดังกล่าวย้ายลงมาอยู่ข้างล่างแล้วนะ เป็นศาลปูนใหญ่โต ชื่อศาลว่า “ศาลเจ้าแม่ศรีแพรทอง” อยู่ด้านหลังตึกวิศวะ ตึกเอนี่เอง ใครผ่านไปผ่านมาแวะไปสักการะกันได้ค่ะ

เรื่องราวดูเหมือนจะคลี่คลายแล้วนะ สำหรับตำนานศาลในห้องน้ำ ถ้าไม่มีบันทึกเมื่อ 40 ปีที่แล้ว จากสน.จระเข้น้อย …ดาบตำรวจบุญเที่ยง สนธิ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสน.จระเข้น้อย เล่าให้ฟังว่าเมื่อ 40 ปีก่อนนู้น ทั้งตำรวจ ทั้งอาจารย์ ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าเคยมีนักศึกษาสาวผูกคอฆ่าตัวตายจริง เพียงแต่ไม่มีข้อมูลบันทึกไว้ว่าเธอเป็นใคร เพราะข้อมูลได้หายสาบสูญไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดาบตำรวจบุญเที่ยง สนธิ แกทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ถ้าเรื่องมันไม่มีส่วนจริง เค้าจะเล่ากันมาทำไมตั้งนาน” ก็ยังคงเป็นปริศนาดำมืดต่อไป สำหรับเรื่องผีโคตรตำนานในมหาวิทยาลัยของไทย ศาลในห้องน้ำ ><

มาต่อกันที่เรื่อง ‘ห้องน้ำที่สตูดิโอ ตึกสถาปัตย์’

ในเทคโนฯ ลาดกระบังนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวสิ่งลี้ลับเกี่ยวกับห้องน้ำหลายเลยนะคะ นอกจากวิศวะฯ แล้ว ห้องน้ำสถาปัตย์ก็ใช่ย่อย ห้องน้ำที่สตูดิโอ ตึกสถาปัตย์ เห็นว่าเคยมีนักศึกษาสาวต่างคณะคนหนึ่งไปประแป้งส่องกระจก ก็พูดกับเพื่อนว่า กระจกห้องน้ำห้องนี้ส่องแล้วสวยเนาะ ปัญหาคือห้องน้ำห้องนั้นมันไม่มีกระจก!! อ้าว…. แล้วอย่างงี้เธอเห็นกระจกอย่างไร? เรื่องนี้ยังที่สงสัยของใครหลายๆ คน ที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ แต่ถึงยังไงก็น่ากลัวเนอะเพื่อนๆ ว่ากันมะ?

ต่อกันด้วยเรื่องที่สาม ‘ระหว่างทางเดินตึกสถาปัตย์ไปตึกทรงไทย’

เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่ามาก คือมันจะมีทางเดินเส้นหนึ่ง ที่เชื่อมระหว่างตึกสถาปัตย์ไปยังตึกทรงไทย เป็นทางเดินตรงยาว มีซุ้มหลังคา เรื่องนี้เห็นว่ามีคนพบเจอกันเยอะมาก เล่าว่าตอนกลางคืนเด็กทำงานกันเสร็จก็เดินจะกลับหอ พอเดินมาถึงบริเวณทางเดินอันนี้ มีหลายคนเลย ที่บอกว่าพบผู้หญิงในชุดรำไทยเต็มยศ ยืนขวางทางเดินอยู่ แล้วพอเราอึ้งได้ซักพัก ผู้หญิงคนนี้เค้าจะรำ ไม่ได้แค่รำอย่างเดียวนะ ระหว่างที่รำเท้าของเธอจะลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ รำไปลอยไป จนศีรษะของเธอติดหลังคา เธอก็ยังไม่ยอมหยุดลอย ยังคงรำไปลอยต่อไปเรื่อยๆ จนคอเธอหักคาหลังคา… เห็นว่าแต่ก่อนนี่โดนกันเยอะจริงๆ จนทางมหาลัยต้องนำเอาหลังคาที่ว่านั้นออกไป (เหมือนกับหลังคาตรงนี้น่าจะไปสร้างทับที่เค้า)

เรื่องที่สี่ ‘ตึกทรงไทย คณะสถาปัตย์’

ตึกทรงไทยนี้สร้างมานานพอๆ กับอายุของมหาวิทยาลัย เขาเล่ากันมาว่าตอนที่จะสร้างตึกเรือนไทย ได้มีการขุดดินก่อนจะเริ่มตอกเสาเข็ม แต่พอขุดไปสักพักกลับเจอโครงกระดูกเต็มไปหมด แต่ไม่มีส่วนหัว พอสืบไปสืบมา ปรากฎว่าส่วนหัวถูกนำไปฝังไว้ตรงคณะวิทยาศาสตร์เท่าที่เล่าลือกันมา เมื่อก่อนบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งซ่องสุมของโจรแขก แล้วเจ้าคุณทหารฯ ก็เป็นคนที่โหดเหี่ยมเลยฆ่าตัดหัวทิ้ง แบบไม่ให้ไปผุดไปเกิดเพื่อจะได้เป็นผีเจ้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่นั้นๆ ต่อมาเจ้าคุณทหารฯ ได้บริจาคที่ดิน บริเวณนี้เพื่อการศึกษา พื้นที่ตรงนั้นเจ้าที่แรงมากจึงได้มีการสร้างศาลพระภูมิไว้ และถูกปล่อยให้เป็นที่โล่งกว้าง สืบไปสืบมาที่ตรงนั้น คือลานประหารมาก่อนด้วย ทุกวันนี้ตึกทรงไทยก็ยังน่ากลัวอยู่ เพราะเป็นตึกเก่าๆ โทรมๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศวังเวงสุดๆ

เรื่องที่ห้า ‘บันไดหลอกผีที่ตึก B’

ที่ตึก B ถ้าใครเคยเข้าไปจะมีบันไดแปลกๆ ตั้งไข้วกันไปมาแบบเล่นระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นครั้งแรก จะรู้สึกว่าสวยดี แต่หากสังเกตจะพบว่ามีความแปลกอยู่ โดยสถานที่ตรงบันไดนั้นเคยเป็นลิฟต์มาก่อน แล้วตอนก่อสร้างมีคนงานตกลงมาตาย เขาเลยแก้เคล็ดด้วยการไม่สร้างลิฟท์ขึ้นมาอีก เปลี่ยนมาเป็นบันไดแทน และทำเล่นระดับไว้หลอกผีอีกด้วย

———————-

ที่มา http://www.horonumber.com/