ข้อควรรู้ มหาวิทยาลัย แอดมิชชั่น

ติดชัวร์ ไม่มีการหลุด เทคนิคการเลือกอันดับ ‘Admission’ ขั้นเทพ สำหรับน้องๆ ม.6

Home / Admission / ติดชัวร์ ไม่มีการหลุด เทคนิคการเลือกอันดับ ‘Admission’ ขั้นเทพ สำหรับน้องๆ ม.6

ช่วงนี้เรามักจะได้ยินคำถามเกี่ยวกับการเลือกแอดมิชชันว่า เลือกแบบนี้จะติดไหม? เลือกคณะนี้จะดีไหม? แล้วจะเลือกยังไงให้ติดชัวร์ ซึ่งน้องๆ ม.6 หลายคนอาจจะกำลังเครียดกับเรื่องนี้กันอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะหลังจากที่เราได้ทราบผลคะแนนทุกตัวที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการเลือกคณะที่เราต้องเข้าศึกษาต่อได้ 4 อันดับด้วยกัน โดยวันนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีเทคนิคที่จะช่วยให้น้องๆ สามารถเลือกคณะที่ต้องการทั้ง 4 อันดับได้แบบชัวร์ ไม่หลุดแน่นอน มาบอกกันด้วย (สำหรับในปีการศึกษา 2560 การเลือกคณะแอดฯ สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 20-27 พฤษภาคม 2560)

เทคนิคการเลือกแอดฯ ทั้ง 4 อันดับ

มาเริ่มกันที่ เทคการเลือกคณะอันดับ 1

สำหรับช่องอันดับ 1 นี้ น้องๆ สามารถเลือกคณะที่เราต้องการมากที่สุดได้เลย เรียกได้ว่าช่องอันดับ 1 คือ ช่องคณะในฝันของเราเลยก็ว่าได้ ใส่ไปเลยคณะที่ต้องการเรียนมากที่สุด แต่การเลือกคณะอันดับ 1 ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่เหมือน คือ น้องๆ ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอว่า อย่าเลือกให้มันดูเว่อร์จนไปเกินไป เช่น เราได้คะแนนรวมอยู่ที่ 17,000 กว่าๆ แต่คณะที่เราจะเลือกนั้นมีสถิติคะแนนต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 อย่างไรอย่างงี้ อย่าเลือกเลยเพราะเท่ากับว่าน้องๆ จะเสียฟรีๆ ไป 1 ช่องเลยทันที

ส่วนวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกก็คือ ให้น้องๆ เลือกคณะที่มีคะแนนต่ำมากกว่าคะแนนที่เรามีอยู่ประมาณ 500-1,000 เช่น ถ้าเรามีคะแนนอยู่ที่ 19,500 แต่คณะที่เราต้องการมีคะแนนต่ำสุดอยู่ที่ 20,000 อย่างงี้ถือว่ายังพอมีลุ้น เพราะช่วงของคะแนนในแต่ละปีจะขึ้นลงอยู่ทีประมาณ 500-1,000 คะแนนนั่นเอง

เทคนิคการเลือกคณะอันดับ 2

สำหรับการเลือกอันดับ 2 ถือว่าเป็นช่องที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะในช่องนี้เราต้องใส่คณะที่เราอยากเรียนรองลงมาจากอันดดับ 1 ซึ่งปัญหาของการเลือกช่องนี้ที่เรามักจะได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ น้องๆ มักจะเลือกคณะอันดับ 2 โดยมีคะแนนน้อยกว่าอันดับ 1 อยู่นิดเดียว เช่น บางคนมีคะแนนอยู่ที่ 18,500 แล้วเลือกอันดับ 1 ไว้ที่ 20,000 พอมาเลือกอันดับ 2 ก็เลือกคณะที่มีคะแนนต่ำสุดอยู่ที่ 19,900 ซึ่งการเลือกแบบนี้อาจจะทำให้น้องๆ เสียช่องที่ 2 ไปได้อย่างง่ายเลยทีเดียว เท่ากับว่าทั้งสองช่องที่เลือกมาก็ศูนย์เปล่า

ส่วนวิธีการเลือกที่ดีก็คือ ถ้าสมมติว่าน้องๆ เลือกในช่องอันดับ 1 แล้วมีคะแนนขั้นต่ำของคณะที่เลือกอยู่ที่ 20,000 แต่น้องๆ มีคะแนนเพียง 19,000 เท่านั้น ในการเลือกอันดับ 2 ให้เราลองเลือกในเกณฑ์เดียวกับอันดับ 1 คือ คะแนนต้องไม่ห่างเกิน 500-1,000 คะแนน หรือไม่อย่างงั้นน้องๆ ก็ต้องเลือกคณะที่มีคะแนนขั้นต่ำลดลงมา เช่น มีคะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 19,500 ซึ่งเรามีคะแนนรวมอยู่ที่ 19,000 คะแนน เท่านี้ก็ทำให้เรามีสิทธิ์ได้ในคณะที่ต้องการแล้ว (ห้ามเลือกอันดับ 2 ที่คะแนนมากกว่าอันดับ 1 เด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียช่องฟรี ถ้าเราหลุดอันดับ 1 ไป)

เทคนิคการเลือกอันดับแอดมิชชัน (Admissions)

เทคนิคการเลือกคณะอันดับ 3

คณะอันดับ 3 ตามหลักจริงๆ แล้ว เอาไว้ใส่คณะที่เราสามารถติดได้อย่างแน่นอน ซึ่งช่องนี้น้องๆ ควรที่จะเลือกคณะที่ตัวเองคิดว่ามีโอกาสติดมากกว่า 70% ขึ้นไป โดยวิธีการเลือกก็ไม่ยากเลย ในช่องอันดับ 3 ให้น้องๆ เลือกคณะที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนที่เรามีอยู่ประมาณ 1,000-1,500 คะแนน ซึ่งถ้าเราเลือกอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะหลุดมาจากอันดับ 1 และ 2 เราก็ยังมีโอกาสสูงมากที่จะติดในอันดับ 3 ได้

ปิดท้ายด้วย เทคนิคการเลือกคณะอันดับ 4

สำหรับอันดับ 4 เรียกได้ว่ายากที่จะมาถึงนะ ถ้าน้องๆ เลือกตามที่เราได้แนะนำไปในการเลือกอันดับ 1 2 และ 3 ซึ่งวิธีในการเลือกคณะอันดับ 4 นั้นเราต้องเลือกคณะที่เราคิดว่าติดอย่างแน่นอน ดังนั้นให้เลือกไปเลย คณะที่มีคะแนนขั้นต่ำกว่าคะแนนที่มีเรามีอยู่ประมาณ 1,500-2,000 คะแนน เชื่อได้เลยว่าถ้าน้องๆ ได้เลือกอันดับ 4 แบบนี้ยังไงก็ติดชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ก็ยังมีข้อควรระวังในการเลือกคณะอันดับ 4 ที่เราไม่ควรเลือกโดยเด็ดขาด!!

1. คณะที่เปิดใหม่

ในการแอดมิชชันแต่ละปีจะมีคณะสาขาที่เปิดรับเป็นปีแรกอยู่เสมอ ซึ่งคณะ/สาขาวิชาเหล่านี้ก็จะไม่มีข้อมูลแนวโน้มว่าคณะนี้มีความฮิตหรือมีคนเรียนน้อยมากเพียงใด ถ้าหากน้องๆ จะเลือกคณะแบบนี้เอาไว้ในอันดับ 4 ถือว่าเสี่ยงมากเลยทีเดียว

2. คณะที่เปลี่ยนจำนวนรับในปีนั้นๆ

คณะที่เปลี่ยนแปลงจำนวนรับ เป็นอีกหนึ่งคณะที่เราต้องระวังเอาไว้เลย ไม่ควรเลือกไว้ในอันดับ 4 แล้วยิ่งเป็นคณะที่มีการรับน้อยลงจากปีที่แล้ว ยิ่งไม่ควรเด็ดขาด เพราะการเปลี่ยนแปลงจำนวนรับที่น้อยลงจากปีที่ผ่านมานั้นเป็นสาเหตุทำให้คะแนนขึ้น ยิ่งรับน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทำให้คะแนนในปีนี้สูงมากขึ้นตามไปด้วย

3. คณะที่มีการเปลี่ยนเกณฑ์สัดส่วน

หมายความว่า คณะที่มีการเปลี่ยนสัดส่วนองค์ประกอบที่ใช้ในการคัดเลือก เช่น GAT/PAT เพราะการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะทำให้คะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกมีการเปลี่ยนสัดส่วนตามไปด้วย หากมีการเปลี่ยนแปลงไปใช้สัดส่วนของวิชาที่ยากเพิ่มมากขึ้น ก็อาจทำให้คะแนนลงฮวบได้ เช่น คณะพยาบาลในปี 57 คณะเภสัชในปี 56 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้จะทำให้ยากแก่การเก็งว่าในปีนั้นแนวโน้มของสัดส่วนคะแนนจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรเลือกคณะที่มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อย่างนี้ไว้ในอันดับ 4

4. คณะที่มีคะแนนต่ำ-สูง ไม่แน่นอน

เป็นคณะที่มีคะแนนในการสอบติดที่ต่ำสุดในแต่ละปีที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนจนเหมือนเป็นการสวิง คือ ห่างกันค่อนข้างเยอะ ปีนี้อาจน้อย ปีถัดมากลับเพิ่มขึ้น โดยที่เราต้องมองให้เป็นกราฟคณะแบบรูปฟันกลายึกๆ ยักๆ แล้วจะทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ดังนั้นน้องๆ ควรที่จะระวังไม่ควรเลือกมาไว้ในอันดับ 4 โดยเด็ดขาด

5. คณะที่ติดลบมากเกินไป

แน่นอนว่า การที่เราจะเลือกคณะไหนไว้อันดับ 4 นั้น จำเป็นต้องดูให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะว่านี่คืออันดับสุดท้ายของการเลือกแอดมิชชันแล้ว หากหลุดอันดับนี้ก็เท่ากับว่าน้องๆ จะสอบไม่ติดอะไรเลย เพราะฉะนั้นเวลาตัดสินใจที่จะเลือกคณะไหนไว้อันดับที่ 4 ก็ต้องดูว่าคณะที่เราเลือกนั้น เป็นคณะที่ประเมินแล้วมีผลบวกมากกว่าผลลบ ไม่งั้นได้หลุดแอดฯ ทั้งหมดอย่างแน่นอน

** คำเตือนส่งท้าย **

การเลือกอันดับคณะทั้ง 4 นั้น น้องๆ ต้องนึกอยู่เสมอว่า อย่าเลือกเว่อร์จนเกินไปจากคะแนนที่มีอยู่โดยเด็ดขาด แล้วก็อย่าเลือกอันดับที่ต่ำกว่าคะแนนในอันดับต้นๆ เพราะไม่อย่างงั้นได้หลุดแอดฯ หมดแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง 

————————————–

ที่มา : blog.eduzones.com, www.tewfree.com