พิมฐา-ฐานิดา สาวสดใสที่รักการเดินทางและเรียนรู้

Home / วาไรตี้ / พิมฐา-ฐานิดา สาวสดใสที่รักการเดินทางและเรียนรู้

เน็ตไอดอลสาวสดใสที่รักการเดินทางท่องเที่ยว พิมฐา-ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล ที่การเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้บทเรียนครั้งใหม่ และค้นพบการทำงานในสายบันเทิงไปสู่สิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง

พิมฐา-ฐานิดา สาวสดใสที่รักการเดินทางและเรียนรู้

ความฝันเรียนต่อในต่างแดน

ตอนเด็กก็ฝันเยอะ ตั้งแต่อนุบาลเลย ทั้งความฝันเล่นๆ ด้วย อยากเป็นนักแข่งรถ นักดับเพลิง แอร์โฮสเตส เพราะพ่อเป็นสจ๊วต แต่ที่ชัดเจนจริงๆ คือ สัตวแพทย์ค่ะ แต่มันมาตายตรงนี้ (หัวเราะ) ช่วงวัยรุ่นเราเน้นกิจกรรมมาก ไม่ได้ตั้งใจเรียนทางคณิตศาสตร์ เอนจอยกับภาษาอังกฤษมากกว่า แล้วพอดีช่วงม.ปลายได้ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ความฝันเริ่มเปลี่ยนอยากเป็นเชฟ ลองสอบด้านฟู้ดไซน์ติดแล้วด้วย แต่ด้วยโชคชะตาลองสอบชิงทุนของมหาวิทยาลัย APU ที่ญี่ปุ่น ด้านสิ่งแวดล้อมติดอีก เพราะพอไปเรียนออสเตรเลีย ทำให้เราชอบวิทยาศาสตร์มากขึ้น ก็รู้สึกโอเคตัดสินใจมาเรียนด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมดีกว่า พอมาเรียนจริงๆ การเรียนที่นี่ไม่ได้เจาะลึกมากนัก อัพเดทกับสถานการณ์ใหม่ๆ มากกว่าเน้นการจำในตำรา มันก็เลยมีความสนุกมากกว่าความยาก คือมันเริ่มเข้าใจได้ มีจุดที่เราพลิกแพลงได้

การปรับตัวเปลี่ยนแปลงกับวัฒนธรรมใหม่ในมอ

สังคมที่ญี่ปุ่นเขาจะมีความเป็นตัวของตัวเอง ต่างคนต่างมีทางเดินที่ชัดเจน ไม่ค่อยเกาะกลุ่มกันไปไหน แต่จะแยกกันไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เหมือนเราต้องเข้มแข็งเราเลือกเอง ไม่มีใครมาซัพพอร์ตแล้วนอกจากตัวเราเอง จริงๆ ตอนนั้นมีความตั้งใจว่าจะต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นพูดอ่านเขียนเหมือนคนญี่ปุ่นให้ได้ แต่พอไปถึงจริงๆ มันก็มีอะไรที่เราสนใจมากกว่านั้น ก็เลยไม่ได้ต่อยอดไปถึงระดับที่ตั้งใจ แต่ก็ถือว่าจบสามปีครึ่ง

กว่าจะจบก็ธรรมดาของนักศึกษามีขี้เกียจบ้าง ใกล้จบก็มีสิ่งที่เราต้องทำเสนออาจารย์แบบทำไปร้องไห้บ้าง (หัวเราะ) แต่สุดท้ายได้กำลังใจจากเพื่อนๆ และคนรอบข้างที่เชื่อว่าเราต้องทำได้ แล้วก็สู้ต่อ คำว่าจบมันคือสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ พอมันจบปุ๊บเรารู้สึกภูมิใจอะ มันคือสิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ แต่ตอนสุดท้ายก็ทำได้ เราได้ความรับผิดชอบกลับมา เนื้อหาชั่วโมงเรียนเป็นอะไรที่จำกัดอยู่แล้ว ครูเขาอยากจะให้ทุกอย่างที่เขารู้ในชีวิตเขา แต่เขาก็ทำได้แค่ผิวเผิน แต่สิ่งที่เราสนใจจริงๆ เราควรจะไปศึกษาค้นหาเอาเองค่ะ เวลาเจออะไรยากๆ อย่าไปคิดว่ามันยาก จริงๆ คุณก็ทำได้

ท่องเที่ยวต่อยอดความฝันมาสู่การเป็นเน็ตไอดอลคนดัง

ด้วยความที่เราเป็นชอบท่องเที่ยว ออกภาคสนามอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2 ก็เริ่มเห็นช่องทางในโซเชียลมีเดียว่าเราสามารถทำรายการเองได้ พอใกล้จบทุกอย่างมันชัดเจนขึ้นว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบ สำหรับหนูการอยู่บนโซเชียลมีเดียก็เหมือนยืนอยู่ในที่สว่าง ซึ่งมันสร้างความกดดันในชีวิตประจำวัน แต่ทุกวันนี้เราก็ผ่านสิ่งที่ยากมาแล้ว เราก็เข้มแข็งขึ้น เอามาเป็นกำลังใจในการทำงานที่ดีกว่าเดิมต่อไป สิ่งที่เราสื่อออกมาเราก็ต้องกรองต้องระวังเป็นพิเศษ อะไรที่มันไม่สร้างสรรค์กับทั้งตัวเราและคนอื่น อย่างที่ผ่านมามีได้เป็นพรีเซนเตอร์ โฆษณา หนังสั้น แล้วก็พิธีกรรายการท่องเที่ยว

อย่างล่าสุดกับ TOKYO EYE 2020 ที่ญี่ปุ่นเลย บอกตรงๆ ตอนเด็กเป็นคนชอบอยู่ติดบ้าน แต่พอมีเหตุการณ์ทำให้เราต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ก็ทำให้เราโตขึ้น ก็รู้สึกว่าการได้ท่องเที่ยว เหมือนไปทริปสั้นๆ ถ้าเราไปที่ๆ เราไม่เคยไป มันจะได้อะไรใหม่ๆ กลับมาเสมอ แล้วสิ่งนั้นมันจะเปลี่ยนตัวเราไม่มากก็น้อย เหมือนมันไม่วันจบสิ้น เราจะได้อะไรกลับมาตลอดเวลา อนาคตก็คงจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้ต่อไป โซเชียลมีเดียมันปูทางให้เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ ซึ่งอาจจะมีสิ่งที่เรารักมากๆ อย่างอื่นที่เราอยากทำอีกในอนาคตก็ได้

 

เครดิตภาพ IG : PIMTHA

ติดตามคอลัมน์ Interview ได้ใน Campus Star No.53

www.facebook.com/campusstar