เรื่องเล่าจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / เรื่องเล่าจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม สถานที่น่าเรียน และยังถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยที่บรรยากาศดีที่สุดอีกด้วย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 น้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อที่นี้ วันนี้เรามาดูเรื่องเล่าจากรุ่นพี่ที่เคยเรียนที่นี้กันดีกว่า ว่าแต่พวกเขาจะมาบอกอะไรเราบ้างนั้น ลองมาอ่านกันเลย… รู้ไว้ก่อนได้เปรียบนะ อิอิ

เรื่องเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ม.แม่ฟ้าหลวง

– ตอนรุ่นพี่รุ่นที่ 1 รหัส 42 นั้นได้ใช้สถานที่เรียนชั่วคราว โดยเรียนกับโรงเรียนมัธยมของเทศบาล (เทศบาล 6) อยู่ 1 เทอมเพราะมหา’ลัยยังสร้างไม่เสร็จนั่นเอง

– รุ่นพี่รุ่นที่ 1 มี 62 คน และมหา’ลัยเปิดสอนแค่ 2 สาขาวิชา แบบว่าถ้าไม่ลงสาขาแรกก็เหลืออยู่สาขาเดียว (ประมาณว่าอย่ามากเรื่อง)

– รุ่นพี่รุ่นที่ 1 (ส่วนใหญ่) แต่งตัวมิดชิด โดยเฉพาะผู้หญิงจะสวมกระโปรงยาว ใช้รองเท้าสาน สะพายย่าม และนิยมเพลงเพื่อชีวิต

– รุ่นพี่รุ่นที่ 1 และอาจารย์รุ่นบุกเบิกจำใจต้องย้ายห้องเรียนเป็นบางครั้ง เพื่อหนีรถแบ็คโฮและเครื่องจักรกลหนักที่กำลังทำงานระหว่างคาบเรียน (ก็มันกร็อกๆ แกร็กๆ อยู่ข้างหน้าต่างห้องเรียนนี่นา)

– บัตรนักศึกษาไม่เคยถ่ายออกมาแล้วดูดี บัตรนักศึกษามีไว้เช่าการ์ตูนจากร้านหน้ามอ ส่วน VCD/DCD/BD แนะนำไปซื้อแม่สายเอา คำเตือน : ไปซื้อหนังที่แม่สาย เห็นหน้าปกแผ่นเริ่ดๆ แต่ข้างในเป็นหนังชนโรง

– ตอนนี้รถไฟฟ้า EVT ขึ้นฟรี!! เมื่อก่อนเสียเงินขึ้นแล้วรถมันโล่งนะ อะฮ่าๆๆ

– EVT = อี เวน ตะลัย ช่วงเปิดฟรี (ต้นเทอม 50) ช่วงนั้นเขากำลังฮิตหนังเกี่ยวกับการ Driff เพราะฉะนั้นรถไฟฟ้าก็เลยไม่ตกกระแสอารมณ์เหมือนเล่นรถไฟเหาะ สนุกเวลาเข้าโค้ง

– EVT หลายคนเรียกว่า รถหนอน เพราะขับช้า (เป็นรถไฟฟ้าที่ใช้ในสนามกอล์ฟ) ใครรีบๆ อยู่นะ แนะนำให้เดินเองเลย จะรู้สึกว่าตัวเองถึงที่หมายเร็วกว่ารอ EVT

– EVT ก่อนที่จะมีป้ายจอด! จะไม่รอคนที่กำลังวิ่งมาขึ้น!!! แต่ถ้าสวยก็อีกเรื่องนะเธอ EVT จอดรอเสมอ ช่างสายตายาวไกล 555+

– รถไฟฟ้าช่วงเย็นๆ ของวันหยุดมักจะวิ่งด้วยความเต่าเพราะแบตหมด

– รถหน้ามอ 5 บาท มักจะไม่แวะมาแถวหอลำบาก แต่มักจะจอดอยู่ที่ศาลา D1 ส่วนใหญ่จะไม่ไปถึงหอลำบาก จะถึงแค่หอจีนแล้วก็วกกลับ ต้องเพิ่มเงินให้อีก 5-10 บาท คนขับถึงจะยอมไปส่ง

– ทุกเทอมมหาวิทยาลัยจะมีวันไฟดับแห่งชาติอยู่นะเออ! เพราะฉะนั้นเตรียมธูป เทียน ไว้เล่าเรื่องผี หรือปาร์ตี้ชุดนอนได้นะจ๊ะ!

– มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสวยอันดับที่ 2 ของโลก ในเป็นประเภท Resort University และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย (จัดอันดับเมื่อปี 2558) ที่ไปถามใครแล้วส่วนใหญ่จะตอบว่าอยู่ที่เชียงใหม่น่ะเหรอ! เปล่าค่ะ แต่อยู่ที่เชียงรายต่างหากล่ะ!!

– ไม่ต้องกลัวว่าเวลาเจ็บป่วย หรือมีอุบัติเหตุหนักๆ จะไปโรงพยาบาลไม่ทัน เพราะทางมหา’ลัยมีรถกู้ภัยลำดวน เป็นรถกระบะติดไฟเบอร์ แถมอีกนิดกับรถกู้ภัยลำดวน ถ้ารู้ว่าอีก 2-3 ชม. ข้างหน้าคุณจะป่วยหรือมีอุบัติเหตุกรุณาให้พี่ยามเรียกกู้ภัยมาได้เลย เพราะเมื่อถึงเวลาแล้วเขาจะมาพอดี และในปัจจุบันมีโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยแล้ว มีรถพยาบาลบริการอย่างดี ไม่ว่าจะเจ็บเพียงเล็กน้อยก็ตาม

– ช่วงเวลาของการลงทะเบียน ถ้าคนที่ลงออนไลนโอนตังค์ได้ก็แล้วไป แต่ส่วนมากก็จะไปลงที่ส่วนทะเบียน ในวันนั้นตามตู้กดตังค์จะไม่สามารถกดแบงค์พันได้ถ้าหากแต่ว่าคุณไปช้า แบงค์พันไปจ่ายค่าลงทะเบียนไม่เท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าตู้จ่ายเงินออกมาเป็นแบงค์ร้อยทั้งหมดสิ…(แบบนี้เค้าเรียกว่า เศรษฐีแบงค์ร้อย – -‘)

– วันที่เปิดให้ลงทะเบียนวันแรก คิวจะยาวมาก คนก็บ่นกันทุกปี

– ต้นไม้ใหญ่ข้าง F2 เป็นที่สักการะของคนใน ม. ไม่เชื่อไปดู ทุกปีจะมีพวงมาลัยคล้องใหม่ทุกปี – -”

– ทั้งมหาลัย… มีสิ่งที่เรียกตนว่าเผ่าพันธุ์ “กระตอย” (กระเทย+ดอย) เยอะรองจาก มช. ซึ่งมอเราอาจจะเป็นที่ 1 ในเร็ววันนี้

– ผู้ชายที่เข้าหลังจบการรับน้อง 60% จะกลายเป็นเกย์และกระเทย อีก 20% จะกลายเป็นอาหารของสองเผ่าพันธุ์ข้างต้น ชายแท้ที่อยู่ได้จนจบถือว่ามีสัญชาติญาณในการเป็น “พ่อพันธุ์สูง”

– เด็กแม่ฟ้าหลวงเป็น “เด็กไฮโซ” (ส่วนหนึ่ง) เพราะมาจากคำว่า High+Society ซึ่งแปลว่า สังคมที่อยู่สูง (เพราะอยู่บนดอย ฮ่าๆๆๆๆ)

– หน้า ม.อุดมไปด้วยระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ เพราะมาจากเงินทั้งหมดของมหาลัย – -” จนเด็กในม.กล่าวกันว่า “ค่าเทอมค่าเรียนอิ้งน่ะ มีไว้บำรุงหญ้านะเออ” !!OTL สิ้นหวังแล้ว เรามาเคี้ยวหญ้ากันเหอะพี่น้อง… อิอิ

– เซเว่นหอลำดวน ไม่เคยเปิดเกิน 4 ทุ่ม

– หอลำดวน มีอีกชื่อหนึ่งว่า “หอลำบาก”

– ส่วนบริการนักศึกษา (มันเป็นแค่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายตรงตัว)

– ถ้าใครเรียนเกิน 4 ปี แล้วถูกเรียกว่าพี่เปอร์ จะดูเท่ห์ชะมัด

– หอลำบากมีจักรยานจอดอยู่รอบๆ แต่ก็ใช้มอ’ไซกันซะหมด (ใครมันจะไปลำบากขี่ขึ้นเขาฟระ) แต่ฟิกเกียร์นี่หลากหลายมาก

– มีประเพณีรุ่นน้องไหว้รุ่นพี่ ซึ่งได้รับการสืบต่อมาตั้งแต่เปิดมอ จะเริ่มเลือนหายหลังจากรับน้องผ่านไป 1 เดือน

– D2 บรรยากาศดี แต่เหมือนป่าช้า ตอนนี้กลายเป็นศูนย์วัฒนธรรมแม่น้ำโขง กับบริษัทซอฟต์แวร์

– ตลาดฟ้าไทย คือแหล่งพลังงานมื้อค่ำของชาวมอ

– นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนที่ตึก S (ตึกแล๊บ) หรือสาขาที่ไม่เกี่ยวกับสายวิทย์ไม่ควรเดินผ่านบริเวณนั้น เพราะจะหลงได้ง่ายๆ

– นาฬิกาใต้หอลำดวน หน้าตาเหมือนเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (ไม่ใช่มันเป็นเครื่องแสกนลายนิ้วมือที่ดูได้แค่นาฬิกาเรอะ!!!OTL)

– ทำบัตรรถหาย ไปขอซื้อบัตรใหม่ได้ที่ร้านใต้ D1 (ร้านถ่ายเอกสารที่อื่นก็น่าจะมีเหมือนกัน)

– เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเสื้อเยอะมาก ทั้งเสื้อเฟรชชี่ เสื้อสาขา เสื้อจังหวัด เสื้อชมรม เสื้อหน่วยงานต่างๆอีกมากมาย รวมทั้งชุดล้านนา มีการรณรงค์ให้ใส่ชุดล้านนาไปเรียนทุกวันศุกร์ แต่ก็ไม่เห็นคนจะใส่!!

– จะไปห้องสมุด อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวไปด้วย!! ผ้าห่มมาด้วยก็ดี หมอนด้วยก็ได้ การไปอ่านหนังสือก่อนสอบที่ห้องสมุดเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่สุดเพราะคนจะเยอะมากกกกกกกก

– ใครอยากนั่งอ่านเงียบๆ แนะนำให้ไปอ่านที่อื่นเหอะ เพราะในห้องสมุดช่วงสอบมีแต่คนมาติวกันเต็มไปหมด นึกว่านั่งอยู่ในฝูงแมลงวัน

– สำนักวิชานิติศาสตร์ มีผู้มาเรียนเยอะที่สุดและมีอัตราการจบน้อยที่สุด (น่าจะจัดอยู่ในหมวดเรื่องลึกลับ) จบ 4 ปีได้ถือว่าเทพ

– เขาว่ากันว่า สำนักวิชานิติศาสตร์ เป็นสำนักเดียวที่มีคนเรียนมากที่สุดในมหาวิทยาลัย (ถ้านับสาขาเดียว) ในปีหนึ่ง และจะย้ายซะส่วนใหญ่ ถ้าขึ้นปีสอง (และไทร์ออกในปีที่สาม)

– สำนักวิชานิติศาสตร์เป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่า ทำกิจการงานช่าง ศิลปะ ประติมากรรม พิธีกรรม กิจกรรม ได้เป็นที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว (เปิดสาขากิจกรรมศาสตร์ไปเลย) เรียนไปๆ คล้ายว่าจะเป็นสถาปัตย์ซะงั้น บายสงบายศรีนี่ก็เด็ด

– สำนักวิชานิติศาสตร์เป็นสำนักเดียวในมหาวิทยาลัย ที่มีองค์กรต่างๆ ทำงานดูแลกิจกรรมของตนเองในสำนัก

– นักศึกษาสาขาวิศวะ มฟล. ถ้าไม่มีเหล้าสามารถกินยาสตรีเบนโล แทนได้เนื่องจากมีแอลกอฮอล์ 5% แต่ถ้าเป็นผู้ชายไม่กล้ากินเบนโลก็สามารถกินยาธาตุน้ำแดงแทนได้ ^^

– สำนักวิชาที่มีผู้หญิงมากเป็นอันดับต้นๆ คือ นิติศาสตร์แต่จะมีแฟนน้อยเป็นอันดับท้ายๆ (ดูจากลักษณะแล้วว่าเถื่อนจริงอะไรจริงผู้หญิงสำนักนี้)

– อธิการบดีมีความสามารถพิเศษในการพูดปลุกใจนักศึกษาและพูดถึงสัญญามหาชนมากมายแต่… อย่ารอเพราะโอกาสได้จริงมีน้อยมาก

– องค์การนักศึกษาหรือที่เรียกสั้นๆ ว่าองค์การ ในการประชุมผู้ชายไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าสะเหร่อแสดงความคิดเห็นจะโดนสายตาจากแก๊งค์แองเจิ้ลรุมประนาม (แกงค์แองเจิ้ลคือกลุ่มคนที่มีปริมาณและอำนาจมากที่สุดในมหาวิทยาลัย) ปัจจุบัน แกงค์แองเจิ้ลถูกเรียกว่า กระตอย (ย่อมาจาก กระเทยบนดอย)

– สนามบาสหน้าสเตเดียมมีอยู่ 4 สนาม โดยปรกติจะใช้เล่นฟุตซอล 1 สนาม บาส 1 สนาม บอร์ดหรือสเก็ต 1 สนาม และน้ำขัง 1 สนาม

– สัญลักษณ์ของเฟรชชี่วิศวะ คือแม่กุญแจ ซึ่งเพื่อนสาขาอื่นอาจจะงงว่าสื่อถึงอะไร (ปลั๊กตัวผู้เหรอ!)

– พี่ๆ BA จะจับตามองเป็นพิเศษเรื่องโบว์สีส้มของน้องๆ เฟรชชี่ ใครหาย ใครลืม หรือถ้าพี่ไปเจอโบว์หล่นที่ไหน ปี 1 ซวย (ของบูชาห้ามทิ้งนะเฟ้ย 55 จากรุ่นพี่บีเอ)

– น้ำตก 7 ชั้น เป็นน้ำตกที่เฟรชชี่ปราถนาจะได้เล่นมากที่สุด ถึงแม้ระยะทางจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

– ทางเดินจาก D1 ไปตึก S ได้รับการขนานนามจากเฟรชชี่ปีนี้ (51) ว่า เนินทรมานและเนินนรก

– งานลำดวน หรือกีฬาลำดวน คือกีฬาสีของ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

– กีฬาสามช็อป (3 shops) เป็นกีฬาประเพณีของ อก. วิดยา วิศวะ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ กีฬาน่ารัก แรด และเกรียน ถ้าคุณอยากเห็นธาตุแท้ของเด็กเสื้อช็อป หรือนศ. ปล่อยของใส่กัน แม้กระทั่งท่าเต้นและเพลงเชียร์ที่สุดแสนจะพิศดาร เกรียน และป่าเถื่อน ขอเชิญมาชมงานกีฬานี้ได้รับรองมันจะติดตาคุณไปจนวันตาย ฮ่าๆๆ

—————————————————————-

ที่มา จากไร้สาระนุกรม (อัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558)