7 เรื่องน่ารู้ ก่อนตัดสินใจสมัคร ‘แอดมิชชัน’

Home / Admission / 7 เรื่องน่ารู้ ก่อนตัดสินใจสมัคร ‘แอดมิชชัน’

เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันแอดมิชชันสำหรับน้องๆ นักเรียนที่เข้าศึกษาต่อในระดับชั้นอุดมศึกษากันแล้ว และเราก็เชื่อว่าต้องมีน้องๆ หลายคนที่กำลังงงหรือสับสนอยู่แน่นอนว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนจะตัดสินใจในการสมัครแอดมิชชัน ซึ่งวันนี้เราก็มีเรื่องน่ารู้ที่น้องๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงวันแอดฯ จริงมาบอกกันด้วย จะมีเรื่องอะไรบ้าง? มาอ่านกันได้เลย

แอดมิชชัน เรื่องที่น้องๆ ควรอ่านเลย

1. มีใครที่สามารถสมัครได้บ้าง?

สิ่งแรกที่เราควรรู้ไว้เลยก็คือ คุณสมบัติของผู้สมัครว่าต้องมีอะไรบ้าง จึงจะสามารถทำการสมัครแอดมิชชันได้ โดยหลักๆ แล้ว ต้องเป็นผู้ที่เรียนจบในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ไม่ว่าจะเป็น ปวช. กศน. ก็สามารถสมัครได้หมด และที่สำคัญต้องมีคะแนนที่ใช้ในการสมัครสอบอย่างครบถ้วน ได้แก่ คะแนน GAT/PAT นั่นเอง และต้องไม่เป็นผู้ทำการยืนยันสิทธิ์รับตรงผ่านระบบเคลียริงเฮาส์หรือยืนยันสิทธิ์รับตรงกับมหาวิทยาลัยที่ตัดสิทธิ์ในการแอดมิชชันอีกด้วย

2. ค้นหาข้อมูลคณะที่เราสนใจ

การที่เราหาข้อมูลคณะถือว่าเป็นการเตรียมตัวที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะมันสามารถช่วยลดเวลาและความมึนงงช่วงสมัครไปได้เยอะเลย บางคนมาทำทุกอย่างในวันสมัคร ประมาณว่าอยากเลือกคณะนี้แต่ยังไม่รู้จักต้องไปหาข้อมูลอีก สุดท้ายไม่ชอบ ต้องไปเลือกคณะใหม่ หาข้อมูลใหม่อีก กว่าจะลงตัวระบบอาจปิดรับสมัครไปแล้วก็ได้

3. ไม่เลือกคณะที่มีจำนวนรับรวมกัน (คณะปีกกา)

คณะปีกกาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ต้องรู้ก่อนการสมัครแอดฯ คณะปีกกาก็คือ คณะที่มีจำนวนรับรวมกัน (จะมีปีกกาตรงจำนวนรับ) ทำให้น้องๆ ไม่ควรที่จะยื่นคณะที่มีปีกกาเกิน 1 คณะ เพราะนั่นจะทำให้เป็นเหมือนเรายื่นคะแนนไปแข่งกันเอง เพราะมันรับรวมไม่ได้รับแยก เพราะฉะนั้นถ้าน้องๆ จะยื่นเลือกคณะที่มีจำนนรับรวมอย่างนี้ ควรจะพิจารณาดีๆเพื่อเลือกยื่นคณะใดคณะนึงไปเพียงคณะเดียวเท่านั้น

7 เรื่องน่ารู้ ก่อนตัดสินใจสมัคร 'แอดมิชชัน'

4. คณะที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ควรจะสังเกตให้ดีว่าคณะที่เราจะลงมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนแต่ละวิชาไว้หรือเปล่า เช่น เขากำหนดไว้ว่า O-NET = 30 ก็เท่ากับกับว่าน้องๆ ต้องมีคะแนน O-NET เกิน 30 คะแนน ถ้าต่ำกว่านั้นถามว่ายื่นได้ไหม ก็ยื่นได้ เพราะตอนสมัครแอดฯ มันไม่มีแจ้งเตือนนะว่าน้องๆ คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่เมื่อสมัครไปแล้ว น้องๆ ก็จะไม่ได้รับการพิจิจารณาแน่นอน เพราะว่าคะแนนไม่ถึง ก็เท่ากับน้องสมัครไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ น้องๆ ควรจะเช็คให้ดีก่อนทำการสมัคร

5. ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ

แต่ละคณะจะมีคุณสมบัติที่ระบุเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ที่น้องควรจะต้องรู้ก่อนการสมัครแอดฯ โดยคุณสมบัติของแต่ละคณะแต่ละมหาวิทยาลัยจะถูกระบุไว้ในระเบียบการแอดมิชชันท้ายเล่มอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่น้องๆ ควรเช็คให้ดีก็คือว่าคณะที่น้องๆ สมัครรับสายการเรียนอะไรบ้าง และส่วนใหญ่คณะทางสายวิทย์สุขภาพจะมีระบุคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมไว้ เช่น เรื่องตาบอดสี เป็นต้น ซึ่งน้องๆ ต้องตรวจสอบตัวเองให้ดี เพราะถึงแม้ว่าน้องยื่นคะแนนผ่าน แต่พอไปถึงการสอบสัมภาษณ์ ถ้าโดนตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไม่ผ่าน ก็ถือว่าไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์ ดังนั้นก่อนที่น้องๆ จะสมัครแอดฯ ควรอ่านเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครให้ดีเสียก่อน

6. วิทยาเขตที่ต้องไปเรียน

อีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ควรเช็คให้ดีก่อนสมัครก็คือ สถานที่ตั้งของแต่ละมหาวิทยาลัย หลายๆ มหาวิทยาลัยไม่ได้เรียนแค่ที่เดียว แต่มีหลายวิทยาเขตตามคณะที่เปิดสอน และไม่ได้ระบุไว้ในชื่อมหาวิทยาลัย เช่น ม.เกษตรศาสตร์ ม.ศิลปากร  และ มศว เพราะฉะนั้นแล้วน้องๆ ควรเช็คให้ดีว่าคณะที่เราลงไปนั้นเรียนที่ไหน สามารถไปเรียนได้หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมานั่นเอง

7. กำหนดการที่สำคัญ

สุดท้ายก็คือเรื่องกำหนดการ ซึ่งน้องๆ อาจจะมองเป็นสิ่งที่ไม่น่าพลาด แต่เชื่อได้เลยทุกปีต้องมีน้องๆ หลายคนพลาดกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมัคร การจ่ายเงิน ซึ่งการพลาดอย่างนี้เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากๆ ดังนั้นน้องๆ ควรเช็คตัวเองให้ดี กำหนดวันที่จะสมัคร วันจ่ายให้ชัดเจน ทำการแจ้งเตือนของตัวเองไว้เลยในโทรศัทพ์มือถือ เพราะถ้าพลาดไปก็เท่ากับเสียเวลาไปปีนึงเลยนะ

บทความที่เกี่ยวข้อง 

——————————

ที่มา : blog.eduzones.com