บทความการทำงาน ลูกน้อง หัวหน้า เด็กจบใหม่

สิ่งที่อยากให้เด็กจบใหม่รู้ เรื่องของมนุษย์เงินเดือน

Home / บทความการทำงาน / สิ่งที่อยากให้เด็กจบใหม่รู้ เรื่องของมนุษย์เงินเดือน

บางคนเพิ่งมาอยู่ในจุดเริ่มต้น เริ่มต้นเข้าเรียนที่ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ และหลายคนก็จบใหม่ กลายเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน เรื่องราวของมนุษย์เงินเดือนนั้นเราได้ยินได้ฟังมาจากหลายๆ ที่ และวันนี้อ่านเจอใน Twitter ของคนหนึ่ง อ่านแล้วก็อยากนำมาแบ่งปัน (อยากให้เครดิต แต่ก็เกรงว่าเดี๋ยว HR จะมาแหก ดังนั้นเราอ่านแล้วเรียบเรียงอีกนิดนะคะ)

สิ่งที่อยากให้เด็กจบใหม่รู้ เรื่องของมนุษย์เงินเดือน

บริษัทใหญ่ = ให้เงินเดือนดี (สูง)

เรื่องนี้มี 2 แง่คิด มุมแรกก็เหมือนเป็นสิ่งที่รับรู้ได้จริงๆ แหละว่าเงินเดือนดี ตามชื่อเสียง ตามระดับของบริษัท แต่ในอีกมุมหนึ่ง ยิ่งบริษัทดัง บริษัทใหญ่ คนอยากทำงานกับเขาเยอะ เขาสามารถเรียกต่ำๆ ได้ เขาไม่ง้อ เรียกเงินเดือนไปสูงๆ เขาก็ไม่รับ (แต่ถ้าเป็นแบบนี้ในอีกระยะ บริษัทอาจจะมีชื่อเสียขึ้นมาได้ และคนอาจจะไม่อยากไปทำงานกับเขาแล้ว ไม่ง้อบริษัทนี้แล้วเช่นกัน)

แต่บริษัทใหญ่ ส่วนมากก็มีสวัสดิการดี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต กองทุนสะสมเลี้ยงชีพ ประกันสังคม ฟิตเนส นวด ฯลฯ

เด็กใหม่ = ทาส ?

แม้โลกการทำงานจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว แต่เชื่อไหมล่ะ ว่าในบางองค์กรอาจจะเป็นแบบนี้อยู่ คุณคือคนที่พี่ๆ ทุกคนเรียกหาตลอด เพราะว่าง่าย รับฟัง อะไรได้หมด ให้ไปซื้อข้าวกล่องมาให้ ฝากหิ้วกาแฟเย็น น้ำส้มคั้น ฝากเติมน้ำ เข้าประชุมทุกงาน มีส่วนร่วมทุกโปรเจ็คต์ ถ่ายเอกสารหรือกระทั่งทำรีพอร์ตทั้งหมด ต้องรับทำทั้งหมด เถียงไม่ได้ด้วยนะ นี่แค่บางส่วนที่พอจะจินตนาการได้ / เอาเป็นว่า เด็กใหม่ไม่ใช่ทาส แต่หากเจอแบบนี้เข้าไป …. ไม่รู้จะพูดอย่างไรเลยเหมือนกัน

– – เพื่อน ร่วมงาน – –

เพื่อนรวมงานดี = ดี / ถูก

กว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ที่เราต้องอยู่ร่วมกันใครสักคนหรือหลายๆ คนไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอึดอัด เพื่อนร่วมงานดีก็ทำให้เรามีแรงมีพลังในการทำงานมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากเจอเพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว ไร้มารยาท รวมถึงแทบจะไม่มีความสามารถ แต่เขารู้จักเอาตัวรอด เอาเปรียบเพื่อนร่วมงานคนอื่น ฯลฯ เจอแบบนี้เราจะรู้สึกเหนื่อยล้า รู้สึกแย่ อึดอัดจนทนไม่ได้ในสักวัน

เพื่อนร่วมงาน = คู่แข่ง

ก็ต้องไม่ลืมว่า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานดีๆ หรือเพื่อนร่วมงานแย่ๆ แต่ “เพื่อนร่วมงาน = คู่แข่ง” อยู่ดี หากทำงานในแผนกเดียวกัน ตำแหน่งเท่ากัน สักวันหนึ่งเรากับเพื่อนก็ต้องแข่งขันกัน เพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้นทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่า จะมีใครสักคนเปลี่ยนสายงาน อเปลี่ยนแผนก หรือมีแผนกใหม่เพิ่มไปเลย แบบนี้ก็ลดความเป็นคู่แข่งลงได้

 เพื่อนที่ดี = เพื่อนร่วมงานที่ดี ??

หากต้องทำงานกับเพื่อน เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน อยู่ร่วมกัน แล้วมาทำงานด้วยกัน ซึ่งในหลายๆ สถานการณ์ อาจจะทำให้เรารู้สึกแตกต่างไปจากเดิมกับเพื่อนคนนี้ นี่คือการทำงาน การเอาตัวรอด นี่คือชีวิต เขาอาจจะเป็นเพื่อนที่ดี แต่ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีเอาซะเลยก็เป็นได้ / แต่ก็ไม่แน่ไปทั้งหมด เพราะความเป็นเพื่อนกัน อาจจะทำให้กล้าพูดกล้าคุยกัน ในมุมที่คนอื่นไม่กล้าพูดกับเรา ความสัมพันธ์ที่ดีอาจจะทำให้อยากดูแลรักษามิตรภาพไว้ เรื่องนี้ต้องบอกว่า 50-50 % ค่ะ

พึ่งพาตัวเองให้ได้ (มากที่สุด)

ไม่มีใครอยากมีภาระ และเราก็ไม่ควรเป็นภาระของใคร การขอความช่วยเหลือ ขอคำแนะนำนั้นทำได้ แต่ถ้าบ่อยไปคงไม่ใช่เรื่องดี เราเองก็ไม่ได้พัฒนาตัวเองมากนัก หากคอยแต่จะถามหรือปรึกษาคนอื่น และคนอื่นเขาก็มีงานต้องทำเช่นกัน

มีโค้ชดี = เรื่องดีๆ

โค้ช ก็คือ คนสอนงาน เพราะถ้าเขาสอนงานเก่ง เราก็มีโอกาสที่จะเก่งหรือพัฒนาได้เร็วในหน้าที่การงาน โค้ชที่ดีมักจะสอนในสิ่งที่ดี ไม่มีกั๊กความรู้ คนเหล่านี้ไม่กลัวว่าคนอื่นจะโดดเด่นกว่าเขา เพราะเขาเองก็พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เช่นกัน การที่เราอยู่ใกล้ๆ คนเก่ง คนขยัน เชื่อสิคะว่าชีวิตเราต้องก้าวไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน

– – หัวหน้า – –

หัวหน้า = สุดยอดความโชคดี

สิ่งที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณดีนั้น อีกคนที่มีบทบาทสำคัญก็คือ หัวหน้า เพราะหัวหน้าเป็นมากกว่าที่คิด ทั้งสอนงาน เป็นโล่ห์เป็นเกราะกำบัง สร้างบรรยากาศให้คนในทีม ช่วยผลักดันให้เติบโต ช่วยชี้นำสิ่งดีๆ ให้กัน

ส่วนหัวหน้าที่แย่ๆ.. ก็นั่นแหละ เหมือนตกนรกไปแล้วครึ่งตัว สอนงานไม่ได้ ให้คำปรึกษาไม่ได้ รับงานทุกอย่างด้วยกลัวว่าตัวเองจะไม่มีผลงานอะไร แต่แล้วก็ส่งต่องานทั้งหมดให้ลูกน้อง , ถ้างานนั้นผิดพลาด อาจจะโยนความผิดมาให้คุณด้วยซ้ำ ทำให้เรายิ่งสงสัย คนแบบนี้มาเป็นหัวหน้าได้ไง? … นี่ล่ะคือสิ่งที่น่ากลัว เพราะนั่นเท่ากับว่า บริษัทให้ค่ากับหัวหน้าแบบนี้ เรานั่นเองที่อาจจะไม่เหมาะสมกับที่นี่ก็เป็นได้

หัวหน้า ที่ไม่ใช่หัวหน้า

สิ่งที่ควรเป็น ก็คือ หัวหน้าควรจะดูแลงานทั้งหมดของลูกน้องให้ทั่วถึง เพราะเขาคือคนที่ตำแหน่งสูงกว่า เงินเดือนสูง และความรับผิดชอบก็ควรสูงตามไปด้วย แต่ในความจริงส่วนใหญ่ที่ได้เจอ หัวหน้าก็คือคนที่ “อยู่เป็น” มักจะรับแต่งานที่ได้หน้าเต็มๆ ส่วนงานยิบย่อยนั้นก็ให้ลูกน้องทำ แบบนี้หัวหน้าผิดไหม ก็ในเมื่อเขามีโอกาสเลือกทำ เลือกได้ เขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง

เวลาที่ลูกน้องไปถามงาน เขามักจะพูดว่า “ให้ไปคิดเอง” มุมมองของหัวหน้าอาจจะคิดว่า อยากได้ความคิดใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ แต่ที่พูดมานี้ก็ไม่ควรจะเป็นทุกๆ งาน เพราะ Direction ของหัวหน้าคือ ควรเป็น Guide ให้กับลูกน้องก่อนบ้าง .. ถ้าคุณเจอหัวหน้าที่มักพูดแบบนี้ ทำใจได้เลยว่าคุณจะเหนื่อยกว่าปกติ เพราะคนที่ดูแลคุณเขาไม่ได้เรื่อง เราต้องพึ่งพาตัวเอง หรือพึ่งพาโค้ชแทน แต่ก็นั่นล่ะ ได้เรียนรู้ตัวเองเยอะๆ ก็อาจจะเก่ง แกร่งกว่าคนอื่นๆ เช่นกัน

ไม่ว่าทำงานที่ไหน ไม่ว่าทำอะไร สิ่งนี้คือสำคัญมากเช่นกัน นั่นคือ..

การควบคุมอารมณ์

เพราะหากต้องทำงานกับคนเยอะๆ แล้วเราสติแตก วีนแตก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ถึงจะเก่งแค่ไหน เรื่องแย่ๆ นั้นก็จะกลายเป็นภาพจำให้คนอื่นมองคุณในด้านลบไปอีกนาน และไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ไม่มีวุฒิภาวะทั้งนั้นล่ะ ไม่ว่าเราหรือเขา ใช่มั้ยล่ะ

– – แฟน – –

มีแฟน หาแฟนในที่ทำงาน ..?

หาแฟนในที่ทำงานแล้วต้องทำงานด้วยกัน เจอกันแทบจะ 24 ชม. บางคนอาจจะชอบ อุ่นใจดี ไม่ต้องมีอะไรใหม่ๆ ให้ตื่นเต้น รู้สึกปลอดภัย แต่บางคนก็อาจจะไม่ใช่แนวทางเลย แล้วยิ่งถ้าเลิกกันล่ะ ต้องมีใครสักคนต้องหลีกทางลาออกไป ส่วนน้อยมากที่จะอยู่ร่วมบริษัทกันได้ / เลี่ยงได้ก็เลี่ยง เลี่ยงไม่ได้ก็รัก แค่นั้นล่ะนะ ไม่มีคำอธิบายมากเลย

– – โอกาส เติบโต เลื่อนตำแหน่ง – –

เก่ง = ได้เลื่อนขั้น / ทั้งถูกและไม่ถูก

คนเก่ง ผลงานดี สมควรได้รับโอกาสดีๆ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะเส้นสาย สายสัมพันธ์ต่างๆ การชะเลีย ความอยู่เป็นนั้นก็สำคัญมากเช่นกัน เก่งอย่างเดียวไม่พอ เพราะบางทีโอกาสมาก็มีจำกัด เช่น ปีนี้ได้เลื่อนขั้นแค่คนเดียว..หากเจ้านายจะมองถึงความก้าวหน้า เขาก็ย่อมมองเห็นคนใกล้ตัวก่อนเป็นธรรมดา

cr : อยากให้เครดิต แต่เกรงว่าจะโดน HR มาแหก

จริงๆ เรื่องของการทำงาน กับคำว่า มนุษย์เงินเดือนนั้นมีหลายสิ่งอย่างที่อยากแบ่งปัน ไว้มีโอกาสหน้าจะมาพิมพ์ให้อ่านใหม่อีกที เจอกันเมื่อวันเงินเดือนออก 555_+