ielts การสอบ IELTS การสอบวัดระดับภาษาอังฤษ หลักสูตรนานาชาติ เรียนต่อต่างประเทศ

IELTS มีความสำคัญอย่างไร ในการสมัครเข้าเรียน และสมัครทำงาน – ใครสอบได้บ้าง?

Home / วาไรตี้ / IELTS มีความสำคัญอย่างไร ในการสมัครเข้าเรียน และสมัครทำงาน – ใครสอบได้บ้าง?

เรียกได้ว่าในปัจจุบันการสอบวัดระดับความสามารถทางด้านภาษานั้นได้มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคะแนนที่ได้ออกมานั้นสามารถนำไปใช้ได้ทั้งสมัครเรียนต่อ สมัครเข้าทำงาน และสอบเพิ่มฐานเงินเดินให้กับตนเอง ฯลฯ

IELTS มีความสำคัญอย่างไร? ในการสมัครเข้าเรียน และสมัครทำงาน

โดยการสอบวัดระดับภาษาก็มีหลากหลายรูปแบบให้เราได้เลือกสอบกัน เช่น TOEIC, TOEFL เป็นต้น และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะมาแนะนำการสอบ IELTS ให้น้อง ๆ ได้รู้จักกันค่ะ เนื่องจากมีความสำคัญต่อผู้ที่สนใจอยากเรียนต่อในหลักสูตรนานาชาติหรือเรียนต่อต่างประเทศเป็นอย่างมาก

การสอบ IELTS คืออะไร?

สำหรับการทดสอบ IELTS  หรือมีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า International English Language Testing System เป็นการทดสอบที่เกี่ยวกับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ เหมาะสำหรับผู้สมัครที่ต้องการนำคะแนนไปใช้ในการเรียนต่อหรือสมัครเข้าทำงาน

IELTS มีความสำคัญอย่างไร? ในการสมัครเข้าเรียน และสมัครทำงาน

ลักษณะของข้อสอบ IELTS

ลักษณะข้อสอบ IELTS แบ่งออกเป็น 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยมีการแยกคะแนนในแต่ละทักษะอย่างชัดเจน โดยในแต่ละทักษะก็จะมีเกณฑ์การการวัดคะแนนแบ่งออกเป็น 9 ระดับ เช่น น้อง ๆ สอบทักษะการฟังได้ระดับที่ 8.00 และสอบทักษะการเขียนได้ 8.5 เป็นต้น

1. การฟัง (Listening)

การทดสอบทักษะการฟัง (Listening) น้อง ๆ จะมีเวลาทำข้อสอบรวม 40 นาที โดยแบ่งออกเป็นฟัง 30 นาที (น้อง ๆ อาจจะเขียนคำตอบในตอนนี้ด้วยก็ได้นะจ๊ะ) ซึ่งเป็นการจาก CD ในรูปแบบของการสนทนา บทพูด และการออกเสียง โดยผู้สอบจะได้ฟังเพียงรอบเดียวเท่านั้น ส่วนอีก 10 นาที ที่เหลือน้อง ๆ สามารถกลับมาทวนคำตอบ หรือเขียนคำตอบลงกระดาษได้ ก่อนที่จะเริ่มสอบในพาร์ทถัดไป

2. การอ่าน (Reading)

การทดสอบทักษะการอ่าน (Reading) มีเวลาในการทำข้อสอบ 60 นาที โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 3 บทความ และคำถามอีก 40 ข้อ เนื้อหาที่ออกสอบจะเป็นเรื่องทั่วไป เช่น บทความในนิตยาสาร งานวิจัย หนังสือพิมพ์ ข่าวสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นต้น ลักษณะข้อสอบจะเป็นการเติมคำในช่องว่าง, เลือกถูกผิด, multiple choice ฯลฯ

3. การเขียน (Writing)

การทดสอบทักษะการเขียน (Writing) มีเวลาในการทำข้อสอบ 60 นาที โดยแบ่งการเขียนออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
– การเขียนอธิบายข้อมูล อาจจะเป็นกราฟ ตาราง หรือแผนผัง ซึ่งต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำ
– การเขียนเรียงความหรือรายงาน ลักษณะการเขียนจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ และการหาทางออก โดยจะต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ

4. การพูด (Speaking)

การทดสอบทักษะการพูด (Speaking) มีเวลาในการทดสอบ 11-15 นาที โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้
– การพูดคุยเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน (เริ่มต้นจากการแนะนำตัว)
– กรรมการจะมีบัตรคำถามให้เรา และเรามีเวลาในการเตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยเราต้องพูดคนเดียวประมาณ 2-4 นาที
– การพูดโต้ตอบกันในหัวข้อ (จากในส่วนที่สอง ที่เราได้บัตรคำถามมา)

ทั้งนี้ การสอบได้มีการแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยการสอบทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนจะเป็นการสอบในวันเดียวกัน และไม่มีการหยุดพักระหว่างการสอบ ส่วนการสอบทักษะการพูดเราสามารถเลือกได้ว่าจะสอบในวันเดียวกัน (สอบในวันเดียวกับการสอบการฟัง อ่าน และเขียน) หรือจะเลือกสอบในวันอาทิตย์ หรือวันจันทร์ในสัปดาห์เดียวกันก็ได้

** หมายเหตุ การประกาศผลคะแนนสอบจะนับ 13 วัน (นับตั้งแต่วันที่สอบ หลังเวลา 13.00 น.) และในปัจจุบันเราสามารถสมัครสอบ IELTS ได้กับทาง www.ielts.idp.co.th หรือ www.britishcouncil.or.th ฯลฯ

TOEIC, TOEFL, IELTS คืออะไร ต่างกันยังไง?

Link : seeme.me/ch/campusstar/kDB27M

ประเภทการสอบ IELTS มีดังนี้

1. IELTS on Computer : 7,500 บาท

2. IELTS Academic หรือ General Training : 6,900 บาท (สำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อปริญญาตรีขึ้นไปในสหราชอาณาจักร เพื่อวัดว่าทักษะความสามารถทางภาษาอังกฤษของเราเพียงพอที่จะสามารถเดินทางไปศึกษาต่อได้หรือไม่)

3. IELTS for UKVI : 9,009 บาท (ใช้สำหรับยื่นใบสมัครขอวีซ่าเพื่อย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ)

4. IELTS Life Skills A1 และ B1 : 6,757 บาท

คะแนนสอบ IELTS เอาไปทำอะไรได้บ้าง?

ในปัจจุบันคะแนนสอบ IELTS เป็นที่ยอมรับสำหรับใช้สมัครเข้าทำงานกับบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก (โดยจะเน้นไปที่บริษัทข้ามชาติจากฝั่งยุโรป) และนอกจากนี้คะแนนสอบ IELTS ยังมีความสำคัญสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในประเทศแถบยุโรปอีกด้วย เช่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และนิวซีแลนด์ เป็นต้น

ทั้งนี้เกณฑ์การยื่นคะแนนสอบ IELTS ไม่ได้มีเกณฑ์ที่ตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับการกำหนดสัดส่วนของคะแนนในแต่ละคณะ/สาขาวิชา โดยที่มหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดขึ้นมาเอง (** คะแนนสอบ IELTS ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานก็คือ 5.5 หรือ 6.5 ขึ้นไป แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและบริษัทด้วยนะคะ)

สำหรับ มหาวิทยาลัยไทยที่เปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติ หรือเปิดสอนภาคอินเตอร์ มีหลายแห่งด้วยกันที่ใช้คะแนนสอบ IELTS เป็นมาตรฐานในการสมัครเข้าเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ (MUIC),และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.admissionpremium.com, www.ielts.idp.co.th, www.britishcouncil.or.th, www.hotcourses.in.th

บทความที่น่าสนใจ