ielts การสอบ IELTS การสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษา

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ จะใช้ในการเรียนต่อหรือทำงาน ควรเลือกสอบแบบไหน?

Home / วาไรตี้ / IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ จะใช้ในการเรียนต่อหรือทำงาน ควรเลือกสอบแบบไหน?

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการทดสอบภาษาอังกฤษแบบต่าง ๆ กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสอบ TOEIC, TOEFL และ IELTS ซึ่งในแต่ละแบบเป็นการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษเพื่อจะนำมาใช้ในการเรียนต่อ (ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ) และใช้ในการทำงาน

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ

ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพาเพื่อน ๆ มารู้จักการสอบภาษาอังกฤษแบบ IELTS กันให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการเรียนและทำงาน จะสอบเรื่องอะไรบ้าง? และใช้เวลาในการสอบนานแค่ไหน ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันได้เลย

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ

IELTS ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

IELTS ย่อมากจากคำว่า International English Language Testing System ซึ่งเป็นการสอบวัดระดับทางด้านภาษาที่ประกอบด้วย 4 ทักษะด้วยกัน ได้แก่ การฟัง (Listening), การพูด (Speaking), การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing)

สำหรับการสอบ IELTS เพื่อวัดระดับความสามารถด้านภาษาเพื่อนำคะแนนไปใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในต่างประเทศ หรือใช้ในการทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร จะมีการทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • General Training Modules (GT)
  • Academic Module (AC)

โดยทั้ง 2 แบบ มีจุดประสงค์ที่นำมาใช้แตกต่างกัน คือ General Training Modules (GT) ใช้ในการขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานต่าง ๆ ขอวีซ่าการทำงานในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ใช้ในการสอบวัดระดับเพื่ออบรม หรือใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญา โดยทั่วไปแล้วเป็นข้อสอบที่ใช้ไว้วัดระดับความสามารถด้านภาษาขั้นพื้นฐาน ไม่มีความซับซ้อนในข้อสอบมากเท่าไหร่

ส่วนแบบ Academic Module (AC) เป็นการสอบวัดระดับทางวิชาการเพื่อใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ (ทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท) ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 แบบอยู่ในส่วนของ การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing)

TOEIC, TOEFL, IELTS คืออะไร ต่างกันยังไง?

Link : seeme.me/ch/campusstar/kDB27M

เวลาที่ใช้ในการสอบ IELTS

การทดสอบของ IELTS จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นส่วนในการสอบข้อเขียน มีเวลาให้ 2 ชั่วโมงครึ่ง และในช่วงบ่ายจะเป็นการสอบสัมภาษณ์รายบุคคลใช้เวลาในการสอบคนละประมาณ 10 นาทีกว่า ๆ เวลาที่ใช้ในการทำข้อสอบส่วนต่าง ๆ แบ่งออกเป็น การฟัง (Listening) 30 นาที, การพูด (Speaking) 11-14 นาที, การอ่าน (Reading) 60 นาที และการเขียน (Writing) 60 นาที จัดสอบครั้งละประมาณ 25-26 คน

การเขียน (Writing) – AC

ในส่วนการเขียน (Writing) ของแบบ Academic Module (AC) มีกำหนดเวลาในการทำข้อสอบ 60 นาที แต่จะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกจะเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับไดอะแกรม หรือตาราง รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ว่าอันไหนก่อนและอันไหนหลัง กล่าวง่าย ๆ ก็คือ เป็นการวัดระดับความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล และการอธิบาบการเปรียบเทียบของข้อมูลต่าง ๆ

การเขียน (Writing) – GT

และการเขียน (Writing) แบบ General Training (GT) จะมี 2 ส่วนเช่นเดียวกับแบบ Academic Module (AC) โดยส่วนแรกจะเป็นในลักษณะจดหมายที่มีข้อมูลหรือเป็นคำอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนนี้จะเป็นการวัดความสามารถในด้านการสนทนาหรือการโต้ตอบสื่อสาร และในส่วนที่ 2 จะเป็นการทดสอบถึงทัศนคติของผู้สอบ จะมีหัวข้อมาให้ผู้สอบเขียนแสดงความคิดเห็นลงไป ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การเสนอความคิดเห็น และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากความคิดของผู้สอบ

IELTS อ่านให้ละเอียดก่อนสอบ

ผลคะแนนสอบ IELTS

สำหรับผลคะแนนการสอบ IELTS มีตั้งแต่ระดับ 0 – 9.0 โดยจะมีการนับครึ่งคะแนนด้วย เช่น 0.5, 4.5, 6.5 ฯลฯ โดยจะให้เป็นคะแนนของทั้ง 4 ทักษะ เช่น การฟัง 5.0, การพูด 6.0, การอ่าน 5.0 และการเขียน 6.0 จากนั้นจะนำคะแนนไปคิดคะแนนรวมที่ 5.5 เป็นต้น

ผลคะแนน IELTS จะออกมาหลังการสอบเสร็จสิ้นประมาณ 5 วัน ทั้งนี้สามารถเก็บคะแนนสอบ IELTS ไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี

ค่าสมัครสอบ IELTS

  • การสอบ IELTS on Computer : 7,500 บาท
  • สอบแบบ IELTS Regular : 6,900 บาท
  • สอบ IELTS for UKVI : 8,800 บาท
  • และเลือกสอบแบบ IELTS Life Skills : 6,600 บาท

** อัปเดตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2018

ข้อมูลจาก : www.si-englishbkk.com, www.hotcourses.in.th

บทความที่น่าสนใจ