เพราะอะไร? เด็กยุคใหม่-เด็กไทยเรียนเก่ง แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ

Home / วาไรตี้ / เพราะอะไร? เด็กยุคใหม่-เด็กไทยเรียนเก่ง แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ

รู้กันไหมเอ่ย? ในการจัดอันดับทางด้านการศึกษาหลายครั้งที่ผ่านมา พบว่าเด็กๆ ประเทศไทยเรานี้ เรียกได้ว่ามีการเรียนที่หนักหน่วงมากกว่าเด็กประเทศอื่นๆ ในโลกอีกหลายประเทศเลย เมื่อมองย้อนกลับไปถึงเด็กไทยจะเรียนหนักและเก่งแค่ไหน แต่ว่าในด้านความประสบความสำเร็จของการดำเนินชีวิตนั้นก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ ว่าแต่ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณนี้ขึ้นได้นะ ทั้งที่เรียนเก่งแต่แย่ในเรื่องการดำเนินชีวิตและการทำงาน เราเลยรวบรวมปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้เด็กไทยที่เรียนเก่ง แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิต ลองมาเปรียบเทียบกันว่าจริงหรือไม่

สาเหตุที่เด็กยุคใหม่ ไม่ค่อยประสบความเร็จ

เรียนหนังสือ ไม่มีสอนวางแผนชีวิต

1. สอนให้เรียนหนังสือ… แต่ลืมสอนให้รู้จักการวางแผนชีวิตที่ดีในอนาคตด้วย

เรียนจบมัธยมก็เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้นะลูก จบมาจะได้สบายๆ มีงานดีๆ ทำ! คำเหล่าพูดนี้เหมือนจะตราตรึงอยู่ในหัวของเด็กไทยเกือบจะทุกคน เลยมีข่าวคราวเรื่องที่เด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้แล้วฆ่าตัวตาย เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว แต่ที่จริงแล้วชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะ นอกเหนือตำรา และการเรียนในห้องเรียน และยังไม่มีการวางแผนชีวิต อยู่ไปวันๆ แบบไร้จุดหมาย เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆ เลยล่ะ เพราะอนาคตมันไม่แน่นอน การวางแผนจึงเป็นการขจัดความไม่แน่นอนออกไปให้มากที่สุดนั่นเอง

สอนให้รู้ แต่ไม่ได้สอนให้คิด

2. สอนให้มีความรู้ แต่ไม่ได้สอนให้มีความคิด เหมือนดั่งสุภาษิตที่ว่า “มีความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด”

ด้วยการที่เจอแต่ตำราเรียน เจอแต่หนังสือ ซ้ำยังเน้นการท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง ไม่สามารถนำความรู้ที่มีไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ของชีวิตประจำวันได้ และในส่วนของการศึกษาก็ควรมีการพัฒนา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ให้ทันกับยุคสมัย ไม่ใช่แต่เอาตำราเก่าๆ เนื้อหาเดิมๆ มาสอนซ้ำอยู่อย่างนั้น ซึ่งใช้กับยุคสมัยใหม่ไม่ได้จริงๆ

สิ่งที่เรียน ไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต

3. สอนการเลือกเส้นทางอาชีพ ที่มีไม่ได้ตอบโจทย์ของชีวิต

ตัวอย่างที่เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ คือพอเรียนจบมหาวิทยาลัยมาแล้วก็มาทำงานเป็นพนักงานบริษัท ด้วยเงินเดือน 15,000 บาท เรียกได้ว่าถ้าจะซื้อรถ หรือซื้อบ้านสักหลังก็ต้องยอมเป็นหนี้กันไปตามระเบียบ ซึ่งพอมาคิดๆ ดูแล้วเหมือนจะไม่คุ้มค่าซักเท่าไหร่ เพราะว่าเรียนมาแทบตาย สุดท้ายมาเป็นหนี้ที่สำคัญเงินเดือน 15,000 แค่ใช้ชีวิตก็ชักหน้าไม่ถึงหลังแล้ว การมีเงินเก็บได้เดือนละ 2-3 พันก็นับว่าเป็นเรื่องยากสุดๆ ละจะเก็บกี่ปีกว่าจะได้เงินแสนเงินล้าน… เฮ้อ! ชังเหนื่อยเหลือเกิน

นิสัยคนไทยโดยส่วนใหญ่

4. การมีนิสัยที่อยากสบาย รวย แต่ไม่อยากเหนื่อย

เนื่องจากการเลี้ยงดูของพ่อ-แม่ที่เลี้ยงลูกมาดีเกือบทุกบ้าน (ตามแบบไทยๆ ) ทำให้เด็กๆ ส่วนมากจะติดสบายกันไปซักหน่อย งานหนักก็ไม่สู้แล้ว ซึ่งในโลกนี้นั้นไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ถ้าหากไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง ทุกๆ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตก็ล้วนแต่ลำบากมาก่อนทั้งนั้น ข้อนี้สำคัญมากๆ

การใช้ชีวิต

5. การเลือกใช้วิธีการดำเนินชีวิต แบบดั้งเดิมในปัจจุบัน บางทีก็ใช้ไม่ได้แล้ว

ในอดีตพ่อ-แม่จะชอบสั่งสอนให้ลูกๆ เข้ารับราชการ เพราะว่ารายได้มั่นคง แถมยังมีเงินตอนเกษียร แน่นอนเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการล่ะ ก็ต้องหาเงินไปฝากธนาคารและหวังกินดอกเบี้ย ซึ่งเมื่อก่อนดอกเบี้ยธนาคารให้ร้อยละ 16 เลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันอัตราเปลี่ยนแปลงลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 0.75 เปอเซ็นต์โดยรวม แน่นอนเลยว่าความคิดแบบนี้ไม่สามารถอยู่ในโลกปัจจุบันได้แล้ว นี่ยังไม่รวมในส่วนของภาษีนะ ฝากเป็นแสนแต่ได้เงินหลักร้อยแน่นอนเลย

ปล. สำหรับใครยังคิดไม่ได้ว่าเมื่อเราเรียนจบมาแล้วจะทำงานอะไร? หรือยังไม่รู้ว่าตนเองอยากเป็นอะไร? ก็ลองนึกถึงสิ่งที่เราชอบ และลงมือได้เลย ถึงตอนแรกอยากจะยากไปหน่อย เหนื่อยไปหน่อย แต่พอผ่านไปเรื่อยๆ สิ่งที่เราทุ่มเทลงไปก็จะผลดีกลับมาหาเรา ไฟท์ติ้ง!! ^_^

ที่มา : http://www.scholarship.in.th 

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้