คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คอร์สเรียนภาคฤดูร้อน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเยอรมนี มหาวิทยาลัย เรียนต่อต่างประเทศ

8 มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่มีคนเข้าเรียนมากที่สุด

Home / วาไรตี้ / 8 มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่มีคนเข้าเรียนมากที่สุด

ปิดเทอมนี้น้องๆ ทำอะไรกันบ้างเอ่ย? หลายๆ คนอาจจะนอนอยู่บ้าน เล่นเกม แต่เราเชื่อว่าต้องมีน้องๆ อีกกลุ่มหนึ่งแน่ๆ ที่กำลังสนใจศึกษาในการไปเรียนต่อซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ โดยใช้ช่วงเวลาว่าง 3 เดือนอันมีค่าให้เป็นประโยชน์ วันนี้เราจึงนำ 8 ประเทศ และ 8 มหาวิทยาลัยยอดฮิตในแต่ละประเทศนั้นๆ ที่เพื่อนๆ น้องๆ จากประเทศไทยชอบไปเรียนซัมเมอร์กันมาฝากให้น้องๆ ชาว Campus Star ได้ลองมาเลือกกันดู เผื่อว่าจะมีประเทศ และมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจไปเรียนซัมเมอร์ หรือเลือกเรียนต่อได้มาฝากกัน

8 มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่มีคนเข้าเรียนมากที่สุด

ก่อนที่เราไปดูว่ามีมหา’ลัยไหน ประเทศไหนกันบ้างที่ติดอันดับนักเรียนไทยชอบไปเรียนซัมเมอร์ ก็ต้องมาเช็คกันก่อนว่า น้องๆ มีความสนใจในการที่จะไปเรียนมากแค่ไหน เพราะการจะเดินทางไปเรียนไกลขนาดนี้ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น้องๆ ที่ตั้งใจแล้วว่าจะไป ก็ต้องศึกษาทั้งเรื่องค่าเครื่องบิน การเดินทาง ที่พัก ค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่ที่นั่น หลักสูตร การเรียนการสอน กิจกรรมที่ทางมหา’ลัยจัดให้เป็นยังไงบ้างน่าสนใจพอที่จะไปเรียนมั้ย และสภาพอากาศเป็นยังไงบ้างในช่วง 3 เดือนที่จะไปเรียนนั้น เพราะบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองชอบ อยากจะไปอยู่อากาศแบบหนาวๆ เย็นๆ ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่พอไปจริงๆ รับสภาพอากาศที่นั่นไม่ได้ซะอย่างงั้น อันนี้ก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม และเช็คสุขภาพตัวเองให้ดีๆ กันนะ… เอาละเรามาเริ่มกันที่ประเทศแรกเลยดีกว่า

ออสเตรเลีย

สำหรับประเทศออสเตรเลียถือว่า เป็นประเทศที่ค่าเครื่องบินไม่แพงมากนัก ค่อนข้างที่จะใกล้ประเทศไทยเราอยู่เหมือนกัน และมีคนไทยอยู่ค่อนข้างเยอะจนเป็นชุมชนเลยก็ว่าได้ ที่นี่เลยเป็นที่หนึ่งที่คนไทยเราชอบที่จะไปเรียนกันเยอะๆ สาขาที่นิยมเรียนกันส่วนใหญ่ก็จะเป็น สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

Australia-The University of Sydney

The University of Sydney เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และวิศวกรรมศาสตร์มากที่สุด เป็นอันดับต้นๆ และมีนักศึกษาไทยเรียนอยู่ที่นี่ค่อนข้างเยอะ และมีชื่อเสียงเป็นอันดับที่ 30 กว่าๆ ของโลกเสมอมา แถมยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ เพราะมหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1850 ตั้งอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ พร้อมทั้งยังเป็นสมาชิกหลักของกลุ่ม G8 (Group of Eight) มหา’ลัยมีนักศึกษาเข้าเรียนกว่า 46,000 คน ซึ่งเป็นนักศึกษานานาชาติราว 10,000 คน นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัยศิลปะแห่งซิดนีย์ (Sydney College of Arts) และสถาบันดนตรีแห่งซิดนีย์ (Sydney Music Conservatorium) ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเปิดสอน 1,088 หลักสูตรในระดับปริญญาตรี, สูงกว่าปริญญาตรีและอนุปริญญาใน 17 ภาคคณะด้วยกัน

นิวซีแลนด์

ประเทศที่มีบรรยากาศธรรมชาติสวยๆ ให้ความสดชื่น รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ไปอยู่ ให้ความรู้สึกสบายๆ เป็นกันเอง ธรรมชาติโดยรอบมักเป็นภูเขา ทะเลสาบ หรือพื้นที่ลานหญ้าโล่งๆ กว้างๆ เหมาะแก่การทำกิจกรรม ทำให้อุณหภูมิที่นี่มีความหนาวเย็น แถบที่ชอบไปเรียนกันจะเป็น ‘โอ๊คแลนด์’ เมืองใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้านบนของเกาะเหนือ

New Zealand-The University of Auckland

The University of Auckland มหาวิทยาลัยซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 125 ปี และปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ให้ความพร้อมทางด้านปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การศึกษาในบรรยากาศของการทำวิจัยระดับชั้นนำ นั่นหมายความว่าหลักสูตรที่คุณเล่าเรียนนั้นจะผสมผสานไปพร้อมกันกับการค้นพบอะไรใหม่ๆ ในงานวิจัยที่เกิดขึ้นเสมอ

นักเรียนต่างชาติสามารถพบความสุขในสมดุลย์ของบรรยากาศทางด้านการเรียน ความสนุกสนานและตื่นเต้นของชีวิตในมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ เมืองโอ๊คแลนด์เปรียบเสมือนกับประตูทางเข้าสู่ประเทศนิวซีแลนด์ อันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่คุณสามารถพบปะหรือทำความรู้จักกับบุคคลต่างๆ จากทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนควีน (Queen Street) เป็นถนนคนเดินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เป็นถนนสายหลักของย่านธุรกิจในใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ที่มีคนต่างชาติมากหน้าหลายตาอันเป็นแหล่งรวมความเป็นนานาชาติอย่างแท้จริงมาไว้ที่นี่ด้วยกัน

สหรัฐอเมริกา

ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนกันมากที่สุดคงไม่พ้นอเมริกา เพราะเนื่องด้วยวัฒนธรรมที่เปิดกว้างของประเทศ ทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถผ่านเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างได้ เป็นประเทศที่ให้ความอิสรเสรีสูงประเทศหนึ่ง และเหมาะในการที่จะเรียนภาษาสื่อสารอย่างมาก แถมยังเป็นประเทศที่มีสภาพการศึกษาเป็นที่ยอมรับระดับโลกอีกด้วย ทำให้ผู้คนต่างหลังไหลมาเรียนที่นี่กันไม่น้อยเลยทีเดียว ที่นี่มีทุกสาขาวิชาที่เด่นๆ ให้ได้เลือกเรียนกันตามใจชอบ เพราะทุกสาขาวิชาล้วนแล้วแต่มีคุณภาพ และมีความน่าสนใจด้วยกันทั้งนั้น เพราะเขาจะเน้นวิชาการ และงานวิจัยที่เข้มข้น บวกกันการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนให้ได้มาตรฐาน ให้มีความรู้ในด้านที่เรียนมาจริงๆ สถานที่ๆ นิยมไปกันก็คือ นิวยอร์ค บอสตัน ไมอามี่ แคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิสซีแอตเทิลเป็นส่วนใหญ่

America-University of California, San Diego

University of California, San Diego เป็นหนึ่งในวิทยาเขตทั้ง 10 แห่งของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในด้านหลักสูตรการเรียน การสอน และผลงานวิจัยที่โดดเด่น ซึ่งมี 8 คณะที่ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลโนเบล และยังเป็นศูนย์กลางการวิจัยด้าน biomedical, electronics and telecommunications วิทยาเขตตั้งอยู่ในเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงามในเมืองซานดิเอโก ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ติดมหาสมุทรแปซิฟิก และมีอากาศอบอุ่น นอกจากนี้เมืองซานดิเอโก ยังได้รับรางวัลจากหนังสือ “by Bicycling Magazine” ให้เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการขับขี่จักรยานที่สุดของประเทศอเมริกา เหมาะแก่การที่น้องๆ จะเดินทางไปไหนมาไหน หรือไปเรียนโดยจักรยานแบบชิลล์ๆ ที่สุด แถมยังมีการเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ และหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้น ทำให้น้องๆ สามารถเรียนระยะสั้นได้ตามแผนที่กำหนดไว้อีกด้วย

นอกจากนี้ที่นี่ยังให้นักเรียนสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของมหาวิทยาลัยได้ โดยอาจารย์ผู้สอนเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่สอน และอาจารย์ผู้สอน และเจ้าหน้าที่แนะแนวที่จะคอยให้ความช่วยเหลือนักเรียนในการเข้าศึกษาต่อในระดับวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยอย่างเป็นกันเอง สามารถพูดคุยหรือถามตอบได้ตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่นั่น

อังกฤษ

ประเทศสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ และการใช้ภาษาอย่างแท้จริง เพราะน้องๆ จะได้สำเนียงภาษาอังกฤษแบบต้นตำหรับจากที่นี่กลับไปอย่างแน่นอน มหาวิทยาลัยของที่นี่ล้วนเก่าแก่ และมีชื่อเสียงด้วยกันทั้งนั้น และความเก่าแก่ ก็ทำให้น้องๆ ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเรียน การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ และอยู่กันแบบตั้งใจที่จะเรียนรู้กันจริงๆ แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชวนโรแมนติกที่น่าสนใจอีกหลายที่ไว้ดึงดูน้องๆ อีกเช่นกัน สาขาที่นิยมกันไปเรียนส่วนมากก็จะเป็นด้านการบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์อังกฤษ วรรณคดีอังกฤษ ดนตรี และเมืองที่คนไทยมักจะไปเรียนกันก็คือ ลอนดอลเคมบริดจ์ อ๊อกซ์ฟอร์ดแคนเทอร์เบอร์รี่บริสโทลเบอร์มิ่งแฮมและแมนเชสเตอร์เป็นต้น

England-University of Cambridge

University of Cambridge ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1209 ตอนนี้ก็มีอายุประมาน 805 ปีแล้ว!! ผลิตคนที่ได้รับรางวัลโนเบลสูงที่สุดในโลกถึง 89 รางวัลซึ่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มีจำนวนห้องสมุดมากกว่า 100 แห่งด้วยกัน อันนี้ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงได้รางวัลโนเบลกันเยอะแยะขนาดนี้ เพราะมีคลังความรู้อัดแน่นขนาดนี้กันนั่นเอง ที่นี่มีนักเรียนมากกว่า 18,000 คน และยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ ติดอันดับ Top fiveWorld ranking University ที่บอกต่อๆ กันมาว่าเข้ายากมากสุดๆ แต่คนไทยเราก็เก่งๆ ติดที่นี่กันอยู่เยอะเหมือนกัน เป็นมหา’ลัยที่มีบรรยากาศสวยๆ ติดแหล่งช็อปปิ้ง ทำให้ไม่มีเบื่อในการเรียนที่ดีเชียวล่ะ

แคนาดา

แคนาดาถือว่า เป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง และให้ความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมาก แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G-8 ด้วยกันมากที่สุด และสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยของแคนาดา มักจะประสบความสำเร็จ และเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และนั่นเป็นเหตุให้หลายๆคนเลือกที่จะไปศึกษาต่อที่แคนาดากัน

Canada-University of Cambridge

Thomson Rivers University เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลแห่งประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ที่เมือง Kamloops ห่างจากเมือง Vancouver ประมาณ 365 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3-4 ชั่วโมง โดยทางรถยนต์ เปิดสอนหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรจนถึงระดับปริญญาโท โดยมีหลักสูตรวิชาการมากกว่า 100 หลักสูตร มีนักศึกษาประมาณ 10,000 คน โดยเป็นนักศึกษาต่างชาติประมาณ 900 คน จากกว่า 59 ประเทศ!! มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีเด่นๆ หลายสาขาให้ได้เลือกเรียนกัน เช่น บริหารธุรกิจ การบัญชีการเงินการตลาดการจัดการและพัฒนาบุคคลากรเศรษฐศาสตร์การโรงแรมและการท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสาธารณสุขศาสตร์วิทยาศาสตร์พยาบาลศาสตร์ศิลปศาสตร์ ฯลฯ

ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศในเอเชียที่คนไทยให้ความสนใจมากในการไปศึกษาหลักสูตรด้านภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรมญี่ปุ่น ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก นอกจากนี้ทุกปีรัฐบาลญี่ปุ่นยังส่งเสริมให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อยังประเทศญี่ปุ่นโดยมอบทุนรัฐบาลให้ทุกปีเป็นเวลากว่า 60 ปีมาแล้ว นอกจากความรู้ที่นักเรียนไทยได้มาจากการเรียนในประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้น ระบบความคิด ระบบการทำงานที่เน้นวินัยสูงของคนญี่ปุ่นผู้รักการทำงานก็ยังสามารถพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียนไทยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สาขาวิชาที่นิยมไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นในระดับมหาวิทยาลัยได้แก่ วิทยาศาสตร์หลายแขนง เช่น เคมี ชีววิทยา วิศวกรรมศาสตร์ ด้านคอมพิวเตอร์ อนิเมชั่น สถาปัตยกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ กฎหมายระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์

Japan-Kyoto University

Kyoto University ตั้งอยู่ในมหานครเกียวโต ศูนย์รวมประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น โดยมหาวิทยาลัยได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1897 ถือเป็นมหา’ลัยที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าน้องๆ จะอ่านการ์ตูน หรือดูละครก็จะต้องมีมหา’ลัยชั้นนำอย่าง Kyoto University เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวับมหา’ลัยก็จะเจอมหา’ลัยนี้ก่อนเลย แสดงให้เห็นถึงความภูมิใจในตัวมหา’ลัยนี้ของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้มหา’ลัยยังถือเป็นมหา’ลัยที่คัดแต่พวกหัวกระทิชั้นนำระดับนานาชาติไว้ด้วยกันทั้งสิ้น

มหาวิทยาลัยมีความหลายหลายในรายวิชาให้ได้เลือกเรียนกัน ซึ่งมีคณะที่เปิดให้สามารถเรียนได้ถึง 10 คณะ 13 สถาบันวิจัย ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 22,000 กว่าคน โดยมีนักเรียนต่างชาติประมาณ 10 เปอร์เซ็นของนักเรียนทั้งหมด มาจาก 80 ประเทศทั่วโลก

ประเทศจีน

ปัจจุบันประเทศจีนมีบทบาทมากในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะวงการการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของประเทศจีนเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่หลักสูตรเตรียมภาษาจีน หลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยเฉพาะทุนรัฐบาลจีนและทุนเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนที่เปิดโอกาสให้คนไทยร่วม 100 คน ไปเรียนต่อยังประเทศจีนทุกปี นับว่าเป็นประเทศมหาอำนาจโลกที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดอีกประเทศหนึ่ง อันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมและอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญในปัจจุบัน สาขาวิชายอดนิยมที่ประเทศจีน ได้แก่ ภาษาและวัฒนธรรมจีน บริหารธุรกิจ และเมืองส่วนใหญ่ที่นิยมไปเรียนกันก็จะเป็นปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้

China-Beijing Union University

มหาวิทยาลัย Beijing Union University ก่อตั้งเมื่อปี 1978 ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของวิทยาลัยต่างๆ 11 แห่ง มีสาขาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีกว่า 70 หลักสูตรในสาขามนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการ ภาษาต่างประเทศ และการสอน แผนกหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยได้จัดหาสภาพแวดล้อมที่ดีไว้สำหรับนักศึกษาต่างชาติ อีกทั้งยังมีโครงการแลกเปลี่ยนกับหน่วยงาน และสถาบันศึกษาของประเทศต่างๆ มากมายโดยมีทั้งอาจารย์ และนักเรียนต่างชาติในโครงการแลกเปลี่ยนเดินทางมาเข้าร่วมทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยรวมทั้งทำการสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มากมาย มีคณาจารย์ จำนวน 1,200 กว่าท่านคอยให้คำแนะนำในการเรียนแก่นักเรียนนานาชาติ

เยอรมนี

สำหรับประเทศสุดท้ายนี้เป็นประเทศที่เพิ่งจะมีกระแสการศึกษาต่อประเทศนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งก็ค่อนข้างมาแรงทีเดียวเนื่องจากคุณภาพด้านการศึกษา นโยบายต่างประเทศที่เป็นมิตรกับนักเรียนอินเตอร์ จึงเป็นที่นิยมของนักเรียนชาวเอเชียที่ชื่นชอบวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของชาวเยอรมัน สาขาวิชาที่น่าสนใจและคนไทยนิยมไปเรียนต่อในเยอรมัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาขาวิชา วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสาขาขึ้นชื่อของประเทศเยอรมันทีเดียวโดยเฉพาะในมิวนิก และเบอร์ลิน

Germany-Ruprecht-KarlsUniversität Heidelberg

Ruprecht-KarlsUniversität Heidelberg มหา’ลัยแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1386 เรียกได้ว่า เก่าแก่มากๆ เป็นหนึ่งในมหา’ลัยที่มีอายุมากที่สุดในบรรดามหา’ลัยที่เป็นผู้นำทางด้านการวิจัยในทวีปยุโรปมหา’ลัยแห่งนี้ยังมีความโดดเด่นทางการวิจัยและการศึกษา และยังเพิ่มโอกาสสำหรับคนที่อยากเรียนซึ่งเป็นนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น มหา’ลัยแห่งนี้ยังเป็นมหา’ลัยที่ประสบความสำเร็จทางด้านการริเริ่มอย่างสร้างสรรค์ โดยมีการสมทบทุนจากรัฐบาลของประเทศเยอรมัน เพื่อยกระดับงานวิจัยที่มีคุณภาพให้เป็นหน้าเป็นตาแก่ประเทศเยอรมัน

ความหลากหลายในการเรียนการสอนนั้น ทางมหา’ลัยได้แบ่งออกเป็นแขนงต่างๆ มีถึง 60 หลักสูตรสำหรับระดับปริญญาตรี และอีกกว่า 68 หลักสูตรสำหรับระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดความเป็นสากลมหา’ลัยแห่งนี้เป็นมหา’ลัยที่มีขนาดใหญ่ บรรจุนักศึกษาได้มากกว่า 28,000 คน รวมนักเรียนชาวต่างชาติอีก 5,000 กว่าคน และยังมีนักเรียนทุกอีกประมาณ 500 คน

ทีนี้เราก็ได้รู้ประเทศ และมหา’ลัยเด่นๆ กันไปหมดแล้ว น้องๆ ที่คิดว่า เวลา 3 เดือนในช่วงหยุดซัมเมอร์นี้เราควรจะศึกษาเพิ่มเติม พร้อมท่องเที่ยวไปในตัวก็ลองไปศึกษามหา’ลัยเหล่านี้ดูดีๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวน้องๆ เองนะ …ไม่ว่าซัมเมอร์นี้น้องๆ จะเลือกเรียนที่ไหน ก็ต้องตัดสินใจกันดีๆ พิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งค่าครองชีพ การเรียนการสอนทั้งหมดของที่นั่น ว่าเหมาะกับตัวน้องๆ เองหรือไม่ด้วยนะ ขอให้ทริปซัมเมอร์ของน้องๆ มีแต่ความสุขกันนะคะ ^^

ข้อมูลจาก นิตยสาร Campus star V.10 (มีนาคม 2014)

เครดิตภาพ : www.eduzones.com และ ภาพมหา’ลัย University of Cambridge จาก pantip.com/topic/30824503