9 สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ที่ถูกทิ้งให้รกร้าง แอบหลอนกันเลยทีเดียว!

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / 9 สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ที่ถูกทิ้งให้รกร้าง แอบหลอนกันเลยทีเดียว!

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบเรื่องราวลี้ลับ สยองขวัญ หรือเป็นคนที่ชอบท้าพิสูจน์เรื่องลี้ลับในสถานที่ต่างๆ ต้องไม่พลาดกระทู้นี้เลย ที่เราได้รวบรวม 9 สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ที่ถูกทิ้งให้รกร้าง จนเกิดเป็นเรื่องเล่าขานต่อๆ กันมาถึงความน่าสะพรึงกลัวในแต่ละสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมาให้ได้หลอนกันแล้ว

9 สถาบันการศึกษา ที่ถูกทิ้งร้าง

Lillesden School for Girls (UK)

1. Lillesden School for Girls (UK)

โรงเรียนหญิงล้วนอันเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ “Lillesden School for Girls” ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ซึ่งก่อนที่จะมาสร้างเป็นโรงเรียนแห่งนี้ แต่เดิมเคยเป็นคฤหาสน์ที่มีชื่อว่า “Lillesden Estate Mansion” เมื่อย้อนกลับไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 คฤหาสน์แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นโรงพยาบาลทหารมาก่อน และเมื่อสงครามสิ้นสุดลงก็ได้ขายไปเพื่อทำเป็นโรงเรียนชายล้วนชื่อว่า “Saint Wilfred’s Boys Preparatory School” ในปี ค.ศ.1922 หลังจากนั้น 14 ปีต่อมา สถานที่แห่งนี้ก็ถูกขายอีกครั้ง เพื่อนำไปสร้างเป็นโรงเรียนหญิงล้วน “Saint Cuthbert’s Girls School” และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี ค.ศ.1940 ก็ได้ถูกนำมาทำเป็นโรงพยาบาลทหารอีกครั้ง เมื่อสงครามสิ้นสุดลงจึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนหญิงล้วนใหม่เป็น “Lillesden School for Girls” ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งปิดตัว และถูกทิ้งร้างในปี ค.ศ.1999

ซึ่งสาเหตุของการปิดตัวของโรงเรียนแห่งนี้น่าจะมาจากที่นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะไปเรียนในตัวเมืองมากกกว่า เพราะการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่เล็กๆ เป็นไปได้ยาก เมื่อไม่มีนักเรียนมาเรียนจึงทำให้ที่นี้ต้องปิดตัวลง ทิ้งไว้เพียงซากแห่งความหลังอันยาวนาน และด้วยตำนานของสถานที่แห่งนี้ที่เคยถูกใช้เป็นโรงพยาบาลทหารในสมัยสงครามโลก จึงเกิดเรื่องเล่าในคฤหาสน์ร้างแห่งนี้มากมาย จนกลายมาเป็นที่สนใจของเหล่าขบวนการล่าท้าผีที่ต้องการเข้ามาพิสูจน์ความลี้ลับในโรงเรียนแห่งนี้ หรือแม้แต่ช่างภาพต่างๆ พี่พยายามเสาะหาสถานที่แปลกๆ ก็ไม่พลาดที่จะมาเก็บภาพบรรยากาศโรงเรียนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

Holley High School (NY, USA)

2. Holley High School (NY, USA)

โรงเรียนมัธยมฮอลลี่ เป็นโรงเรียนในหมู่บ้านเล็กๆ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1931 และยังเคยเป็นโรงเรียนที่น่าภาคภูมิใจของเมืองนิวยอร์คอีกด้วย แต่ก็โชคร้ายที่โรงเรียนแห่งนี้ต้องเผชิญกับปัญหาทางมลภาวะอย่างหนักจากใยหิน จึงเป็นสาเหตุที่ต้องทำให้ปิดตัวลงในปี ค.ศ.1971 และถูกปล่อยให้รกร้างมาเป็นเวลาอันยาวนาน ทำให้โรงเรียนมัธยมฮอลลี่มีบรรยากาศภายในที่ดูหลอนอย่างกับในหนังซอมบี้เลยทีเดียว ซึ่งห้องประชุมหลักของโรงเรียนก็เต็มไปด้วยข้าวของที่เสียหายตามกาลเวลา รวมถึงผนังกำแพงที่ผุพัง ตำราเรียนที่ถูกทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ มอสและตะไคร่น้ำที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณโรงเรียน ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งมั่วซุมของเหล่าวัยรุ่นที่เข้ามาใช้สถานที่เพื่อเสพยาเสพย์ติด รวมทั้งยังได้พ่นสีตามกำแพงภายในโรงเรียนอีกด้วย แต่ในเวลาต่อมาโรงเรียนมัธยมฮอลลี่ก็ได้ถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Bennett College (New York)

3. Bennett College (New York)

วิทยาลัยสตรีเบนเน็ตต์ ถูกทิ้งร้างมากกว่า 30 ปี วิทยาลัยสตรีแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1893 และได้รับความนิยมสูงสุด มีนักเรียนหญิงมาเรียนอยู่ที่วิทยาลัยแห่งนี้มากถึง 300 คน แต่ในช่วงปี ค.ศ.1970 วิทยาลัยแบบสหศึกษาได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้วิทยาลัยสตรีเบนเน็ตต์ต้องปิดตัวลงในปี ค.ศ.1978 ถูกทิ้งร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อครั้งสมัยที่นี้ยังรุ่งเรือง อาคารหลักของวิทยาลัยแห่งนี้ “Halcyon Hall” เคยเป็นโรงแรมที่ใหญ่โตหรูหราและสง่างาม สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1893 ก่อนที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยสตรีเบนเน็ตต์ ในปี ค.ศ.1970 ทำให้วิทยาลัยสตรีแห่งนี้มีบรรยากาศคล้ายๆ กับที่ฮอกวอตส์ เหมือนกับในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ แต่ในปัจจุบันสภาพของสถานที่แห่งนี้กลับไม่เหลือเค้าโครงเดิม ตัวอาคารทรุด ต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณวิทยาลัย รวมไปถึงยังมีพวกวัยรุ่นที่ชอบไปสำรวจสถานที่แห่งนี้ก่อนที่จะหายไปอย่างถาวรในไม่ช้า… เอ๊ะ!! แล้วเขาหายไปไหนกันน้า?

L’école de Médecine Vétérinaire (Belgium)

4. L’école de Médecine Vétérinaire (Belgium)

โรงเรียนสัตวแพทย์แห่งนี้ ตั้งอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ภาพของโรงเรียนสัตวแพทย์ที่ครั้งหนึ่งเคยประกอบด้วยอาคาร 19 หลัง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองนี้ แต่ก็ต้องปิดตัวลงในปี ค.ศ.1990 เพราะต้องย้ายไปอยู่ที่ลีแยฌ (Liège) สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยทิ้งไว้ตั้งแต่นั้นมา บางส่วนของอาคารถูกดัดแปลงไปเป็นอพาร์ทเม้นท์ห้องใต้หลังคา แต่อาคารหลักยังเต็มไปด้วยโหลดองอวัยวะสัตว์ ที่ถ้าใครได้เห็นภาพรับรองว่าต้องเบือนหน้าหนี ขนหัวลุกไปตามๆ กันแน่นอน สภาพตึกที่เก่าแก่ประกอบกับบรรยากาศอันชวนขนลุกเหล่านี้ ทำให้ที่นี้กลายเป็นสถานที่ที่ชวนให้เหล่าคนชอบความหลอนเข้ามาพิสูจน์ความน่ากลัวกันในที่แห่งนี้

Detroit Schools (Detroit, USA)

5. Detroit Schools (Detroit, USA)

ทันทีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจอย่างฉับพลันในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1980 ก็ก่อให้เกิดผลกระทบมากมายตามมา โดยเฉพาะในเมืองดีทรอยต์ เมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ยื่นเรื่องขอล้มละลายอย่างเป็นทางการเมืองแรก ด้วยจำนวนหนี้สินมากมายหลายพันล้านดอลลาร์ ทำให้หมู่บ้านในเมืองดีทรอยต์ขาดสาธารณูปโภคอย่างรุนแรงและคนตกงานเป็นจำนวนมาก เป็นผลให้คนในเมืองนี้ต่างพากันอพยพออกจากเมืองไปเป็นจำนวนมาก โดยระหว่างปี ค.ศ. 2000 – 2010 จำนวนประชากรเมืองดีทรอยต์ ลดลงกว่า 250,000 คนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโรงเรียนที่ต้องปิดตัวลงมากกกว่า 30 โรงเรียน เหลือเพียงอาคารเรียนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน เมื่อโรงเรียนถูกทิ้งร้างเอาไว้แบบนี้จึงกลายเป็นซ่องสุมของเหล่าคนร้าย ทำให้สถิติการฆาตกรรมในเมืองดีทรอยต์พุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี และตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนั้นเมืองดีทรอยต์ยังขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในเมืองอันตรายที่สุดของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

Université du Val Benoît (Liege, Belgium)

6. Université du Val Benoît (Liege, Belgium)

มหาวิทยาลัย เว เบอนัวต์ อดีตสถาบันการศึกษาที่เคยผลิตนักคณิตศาสตร์ วิศกร สถาปนิก และนักวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญของประเทศเบลเยี่ยม มาเป็นเวลามากว่า 75 ปี สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1930 – 1937 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นวัดซิสเตอร์เรียนโบราณ ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 และได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยในช่วงปี ค.ศ.1930 แต่แล้วในเวลาต่อมาก็มีเหตุที่ต้องปิดตัวลงในปี ค.ศ. 2005 และนับตั้งแต่นั้นมาที่นี้ก็ถูกปล่อยทิ้งร้าง มีแค่การทดลองที่ถูกทิ้งให้เน่าอยู่ในห้องปฏิบัติการร้าง ผนังห้องและวอลเปเปอร์ที่หลุดลอก พื้นที่ของมหาวิทยาลัยปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองและซากปรักหักพัง ซึ่งช่างภาพที่ได้เข้าไปถ่ายบรรยากาศที่มหาวิทยาลัยร้างแห่งนี้ ชื่อว่า “Mr Dietze” ได้บอกว่า เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างในสถานที่แห่งนี้ ได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงเหมือนคนวิ่งอยู่ในห้องเรียน และเสียงประตูกระแทก แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครอยู่??

Eastmoor (Adel) Reformatory School (Leeds, UK)

7. Eastmoor (Adel) Reformatory School (Leeds, UK)

โรงเรียนดัดสันดานสำหรับเด็ก ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่อาเดล เมืองลีดส์ ในเวสต์ยอร์กเชียร์เคาน์ตี ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1857 ความน่าสะพรึงกลัวของโรงเรียนร้างแห่งนี้ มาจากเสียงที่ถูกเรื่องลือถึงความน่ากลัวจนได้รับฉายาว่า “Adel ghost town” เนื่องด้วยโรงเรียนดัดสันดานแห่งนี้ ภายหลังได้รับการอนุมัติให้เป็นสถานที่กักกันเด็กและเยาวชนในคดีที่ร้ายแรง และหนึ่งในนั้นก็คือ “จอน เวนาเบิล (Jon Venables)” เด็กชายวัย 10 ขวบที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโลก เพราะเขาได้ก่อคดีฆาตกรรม “เจมส์ บัลเกอร์ (Jamie Bulger)” เด็กน้อยวัย 2 ขวบ 11 เดือน ด้วยวิธีการที่โหดร้ายเกินกว่าเด็กคนไหนในโลกจะทำได้ เมื่อคดีถูกตัดสินแล้ว “จอน เวนาเบิล” ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่นี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1990 ภายในสถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยหอพัก โบสถ์คริสตจักร สระว่ายน้ำ ร้านหมอฟัน และที่ฝึกอาชีพเพื่อเป็นการสอนทักษะอาชีพการงานให้กับเด็กเหล่านี้

และเมื่อโรงเรียนดัดสันดานสำหรับเด็กได้ปิดตัวลง เสียงล่ำลือถึงความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ก็ยังไม่จางหายไป เพราะได้มีเรื่องเล่าที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาว่า เคยมีครูคนหนึ่งได้ทำการฆาตกรรมเด็กๆ ในโรงเรียนด้วยการจับพวกเขากดน้ำในสระว่ายน้ำของโรงเรียน และต่อมาสระว่ายน้ำของที่นี้ก็ได้กลายเป็นสระว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ

Chianan Home Economics Vocational High School (Taiwan)

8. Chianan Home Economics Vocational High School (Taiwan)

โรงเรียนมัธยมของประเทศไต้หวัน ที่มีช่างภาพเข้าไปเก็บภาพไว้มากมายและนำมาแชร์กันบนโลกออนไลน์ แต่กลับพบข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนนี้น้อยมาก มีเพียงบรรยากาศรกร้างของโรงเรียนแห่งนี้มาให้ได้ชมกัน ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ พืชสีเขียวทั้งประตูและหน้าต่าง คล้ายๆ กับฉากในหนังสยองขวัญ ในแต่ละห้องจะมีข้าวของเสียหายผุพัง ส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะแตะต้องอะไรไม่ได้อีกแล้ว สภาพทุกอย่างภายในโรงเรียนแห่งนี้เหมือนถูกแช่แข็งไว้ หนังสือตำราต่างๆ เกลื่อนอยู่บนพื้น ไม่มีใครบอกได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างและทิ้งร้างไว้ในสภาพเช่นนี้มานานกี่ปีแล้ว บรรดาวัยรุ่นทั้งหลายก็ได้เข้าไปถ่ายรูปเล่นกันในโรงเรียนแห่งนี้ เปรียบเสมือนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไต้หวันก็ว่าได้

Pripyat Schools (Ukraine)

9. Pripyat Schools (Ukraine)

โศกนาฎกรรมช็อคโลกที่ทุกคนไม่อาจลืมเลือน แม้จะผ่านมานานแล้วก็ตาม แต่ร่องรอยความน่ากลัวยังคงมีให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1986 ได้เกิดเหตุระเบิด “เชอร์โนบิล” โรงงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ใกล้เมืองพรีเพียต (Pripyat) ที่ส่งผลความรุนแรง ความเสียหายอย่างมหาศาล ทำให้มีผู้คนล่มตายในทันทีที่เกิดเหตุ จากการได้รับกัมมันตรังสีโดยตรง 56 คน ส่วนอีก 4,000 คน ตายภายหลังจากการสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนกัมมันตรังสี และต้องอพยพผู้คนกว่า 350,000 คน ให้ออกจากพื้นที่โดยรอบทันที จึงทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองร้าง ที่ดูน่าสะพรึงกลัวและน่าสลดหดหู่ใจในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับที่โรงเรียนพรีเพียต ก็ได้หลายเป็นโรงเรียนร้างในทันที ไม่ต่างอะไรกับโรงเรียนผีสิงเลย และได้มีเรื่องเล่าความหลอนของที่นี้ตามออกมาเรื่อยๆ บางก็เล่าว่ารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา ได้เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ เงาของชายลึกลับที่หลายคนพบเห็น บ้างก็พบซากตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่ตั้งอยู่ในส่วนต่างๆ ของเชอร์โนบิล… โอ๊ย!! ได้ยินแค่นี้ก็หลอนแล้ว

——————————————————

ข้อมูลและภาพจาก :
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://www.neutron.rmutphysics.com/

http://www.urbanghostsmedia.com/2013/07/9-abandoned-schools-universities/

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้