ใจเกินร้อย จ๊ะจ๋า-จิณจุฑา บัณฑิตสาวผู้ไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ

Home / วาไรตี้ / ใจเกินร้อย จ๊ะจ๋า-จิณจุฑา บัณฑิตสาวผู้ไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ

ใจสู้เกินร้อยจริงๆ สำหรับ บัณฑิตใหม่ป้ายแดง จากรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี “น้องจ๊ะจ๋า-จิณจุฑา จุ๋นวาที” ที่ถึงแม้ว่าร่างกายของเธอนั้นจะพิการจากการที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วครั้งก็ตาม เนื่องจากเธอป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะตั้งแต่กำเนิด แต่เธอก็สามารถพิสูจน์ตนเอง เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ในวันที่ความฝันเป็นจริง ‘จ๊ะจ๋า-จิณจุฑา’

น้องจ๊ะจ๋า จะเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560 ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แคมปัส-สตาร์ ขอแสดงความยินดีกับน้องจ๊ะจ๋าด้วยค่ะ สุดยอดไปเลย…

น้องจ๊ะจ๋า

เคยมีครูพูดว่า ..อย่างมากหนูก็ได้แค่ขายล็อตเตอร์รี่

น้องจ๊ะจ๋า ได้กล่าวกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่า เคยมีคุณครูคนหนึ่งพูดกับตนเองว่า “อย่างมากหนูก็ได้แค่ขายล็อตเตอร์รี่ หรือไม่ก็ขอทาน” ซึ่งคำพูดดังกล่าวได้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเธอที่ต้องลุกขึ้นมาสู้ ทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้นให้ได้ และเมื่อปี พ.ศ. 2555 น้องจ๊ะจ๋า ก็ได้เข้าร่วมการประกวด Miss wheel chair thailand 2012 ซึ่งก็สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ

โรคกระดูกเปราะตั้งแต่กำเนิด…

นอกจากนี้ น้องจ๊ะจ๋า ยังเล่าต่ออีกว่า เธอเกิดมาเป็นโรคกระดูกเปราะตั้งแต่กำเนิด พ่อแม่ทอดทิ้งไปตั้งแต่แรก แต่ในความโชคร้ายนั้น ก็ยังมีความโชคดีอยู่ด้วย ก็คือ น้องจ๊ะจ๋าได้รับการอุปการะจาก นางขนิษฐา เมือบศรี ที่ประกอบอาชีพหมอนวดแผนไทย แม่บุญธรรมที่ขอตนเองมาเลี้ยงจากพ่อ ซึ่งพ่อเป็นหลานเขยของแม่ โดยแม่ที่ให้กำเนิดเป็นภรรยาน้อยของพ่อ ได้ทิ้งน้องจ๊ะจ๋าไปตั้งแต่คลอดพอรู้ว่าเธอนั้นพิการ

น้องจ๊ะจ๋า

ไม่มีโรงเรียนไหนรับเข้าเรียน…

ตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน น้องจ๊ะจ๋า มีแม่บุญธรรมเลี้ยงมาตลอด พออายุได้ 5 ขวบ แม่ได้พาไปสมัครเรียนแต่ไม่มีโรงเรียนไหนรับเข้าศึกษาเลย จนกระทั่งโรงเรียนมีนประสาทวิทยา ได้รับเธอเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 เรียนได้ 1 เดือน ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้จึงต้องย้ายมาโรงเรียนทองสัมฤทธิ์ 1 เดือน แต่ด้วยความที่โรงเรียนอยู่ไกลบ้าน ซึ่งในตอนนั้น น้องจ๊ะจ๋า อาศัยอยู่ที่บ้านนักกีฬา บางกะปิ กับญาติของแม่ จึงต้องย้ายมาเรียนโรงเรียนสุเหร่าทับช้าง ตอน ป.1 โดยที่ น้องจ๊ะจ๋า ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนสุเหร่าทับช้างถึงประถมศึกษาชั้นปีที่ 3

น้องจ๊ะจ๋า

แม่ย้ายมาเช่าหอพักเพื่อดูแลเธอ..

ด้วยความที่ แม่กลัวว่าลูกจะลำบากในการเดินทางไปโรงเรียน แม่จึงได้หาโรงเรียนใหม่ให้ น้องจ๊ะจ๋าเข้าเรียน และได้ย้ายมาเรียนต่อที่ โรงเรียนศรีสังวาลย์ ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จนถึงชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยแม่ของน้องจ๊ะจ๋า ก็ต้องย้ายมาเช่าหอพักติดโรงเรียนเพื่อมาดูแลเธอ อีกด้วย

น้องจ๊ะจ๋า

หลังเรียนจบ ม.3

หลังจากที่ เรียนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 น้องจ๊ะจ๋า ตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนปากเกร็ด และด้วยความโชคดีที่ได้เพื่อนๆ และคุณครูช่วยดูแล จนสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) และได้สอบตรงเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ความฝันอยากเป็นนักข่าว

ด้วยความฝันที่อยากจะเรียนต่อคณะสื่อสารมวลชน และอยากจะเป็นนักข่าว เพราะในวัยเด็ก น้องจ๊ะจ๋า มีโอกาสได้ออกสื่อตอน 5 ขวบ รายการเจาะใจ และได้เห็นถึงวิธีการทำงานของพี่ๆ สื่อมวลชน ได้เห็นเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ แต่ด้วยร่างกายที่ไม่อำนวยต่อการเรียนในสาขานี้ จึงทำให้ น้องจ๊ะจ๋า เลือกศึกษาต่อในสาขาวิชาที่มีความใกล้เคียงกับสิ่งที่ตนเองชอบ ก็คือ “สาขาการตลาด” ซึ่งเธอได้มองถึงเรื่องของการประกอบอาชีพในอนาคต  มีช่องทางในการประกอบอาชีพหลากหลายอาชีพ อย่างน้อยถ้ามีความรู้ทางด้านการตลาด ช่องทางในการทำงานน่าจะเยอะขึ้น

น้องจ๊ะจ๋า

การดูแลตัวเอง…

สำหรับโรคกระดูกเปราะ ที่น้องจ๊ะจ๋าป่วยอยู่นั้น ต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดี และต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ เนื่องจากกระดูกของเธอจะหักง่าย และกระดูกจะคดจะง้อได้ง่าย จากโรคดังกล่าวทำให้ตนเองต้องผ่าตัดปีละครั้ง

ซึ่งน้องจ๊ะจ๋าได้เล่าว่า ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดมาโชคร้าย แต่เธอก็ยังมีความโชคดีอยู่คือ ความรักของแม่ ความรักที่ไม่ใช่ความรักหนุ่มสาว ความรักที่ไม่ใช่สายเลือด ความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน หรือแค่อาจจะมีใครสักคนเป็นเสียงหัวเราะและความสุขของใครอีกคน แค่นั้นก็อาจจะพอแล้ว “ตนเองกับแม่ลำบากกันมากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อกันมานานเท่าไหร่ มีแค่เราสองคนที่รู้และเข้าใจความรู้สึกนั้น” กว่า 22 ปี ที่ยึดอาชีพหมอนวดแผนโบราณเลี้ยงตนเองมา ภาพตอนเด็กเวลาแม่ไปนวดที่ไหน ตนเองจะไปด้วย และจะมีสมุดวาดรูปให้เล่มหนึ่งเพื่อไม่ให้รบกวนแม่ตอนทำงาน

ปัจจุบัน แม่เลิกอาชีพหมอนวดแผนโบราณแล้ว ตนเองและแม่เปิดร้านขายของกิ๊ฟช็อป (กระเป๋าเอกสารกระเป๋าใส่ของ) ที่ตลาดนัด Rmutt walking street ทุกวันอังคาร-วันพฤหัสบดี เวลาตั้งแต่ 16.00-22.00 น. และสามารถสั่งได้ทางทวิตเตอร์ @Thejajahshop

น้องจ๊ะจ๋า

IGOT7 🐥💚 เย้ๆ

A post shared by จ๊ะจ๋า จิณจุฑา จุ่นวาที (@thejajah) on

น้องจ๊ะจ๋า

น้องจ๊ะจ๋า ในชุดครุยรับปริญญา #RMUTT

น้องจ๊ะจ๋า

น้องจ๊ะจ๋า

น่ารัก สดใส สุดๆๆๆๆๆ

น้องจ๊ะจ๋า

น้องจ๊ะจ๋า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.pr.rmutt.ac.th, IG @thejajah, Facebook Miss wheelchair Thailand, Facebook Thejajah Chinchutha