โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

Home / วาไรตี้ / โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

ถือได้ว่า ปัญหาด้านการเสพย์ติดโลกอินเทอร์เน็ตของเด็กวัยรุ่นใหม่นั้น นับวันยิ่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเราก็จะสังเกตเห็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเด็กๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ่านคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน

ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต

ดังนั้น ทำให้ประเทศจีน ได้คิดค้นมาตรการที่จะทำให้เขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ก็คือ การอบรมพิเศษสำหรับเด็กที่ติดการเล่นอินเทอร์เน็ต แต่ก็ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ หลังจากที่ได้มีการเผยแพร่ภาพการฝึกดังกล่าวออกไป

โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

สถาบันบำบัดเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่น่ากลัว

โดยได้มีนักเรียนคนหนึ่งที่เคยเข้าอบรมพิเศษนี้ จาก Yuzhang Shuyuan กล่าวว่า ในสถาบันดังกล่าวนั้นคุณครูจะควบคุมความประพฤติของพวกเขาอย่างเข้มงวดและเฆี่ยนตีพวกเขาด้วยแส้มากกว่า 30 ครั้ง พร้อมทั้งยังขังให้อยู่ในห้องเล็กๆ เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์

สำหรับ สถาบันการอบมรมดังกล่าว ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ในเมืองหนานชาง มลซลเจียงซี ซึ่งผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกๆ ของพวกเขาได้รับการอบมรมหรือบำบัดอาการติดอินเทอร์เน็ตนั้น จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินมากกว่า 150,000 บาท ในการเข้าอบรมหรือเข้าค่ายเป็นเวลา 6 เดือน 

โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

โดย สถาบันดังกล่าวได้มีการอบรมเด็กๆ ด้วย หลักปรัชญาจีนโบราณของขงจื๊อ เพราะทางสถาบันเชื่อว่าจะช่วยทำให้เด็กๆ ดีขึ้น ห่างไกลจากการเข้าโลกออนไลน์อย่างเดียว ซึ่งทางสถาบันก็ได้มีการทำโปรโมทสถาบันด้วยการให้นักเรียนใช้ชุดประจำชาติของจีน นั่งอ่านวรรณกรรมคลาสสิค และฝึกเขียนตัวอักษร

แต่ในความเป็นจริงแล้ว จากคำบอกเล่าของนักเรียนที่เคยเข้าไปอบรมในสถาบันแห่งนี้ ที่มีชื่อว่า Shan Ni Ma Da Wang ได้บอกว่า สถาบันแห่งนี้มีความโหดร้ายมากกว่าที่เราได้เห็นกัน

โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

Shan Ni เด็กที่เคยเข้าบำบัดอาการติดอินเทอร์เน็ต

Shan Ni Ma Da Wang อดีตนักเรียนของสถาบันแห่งนี้ ได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์อันโหดร้ายนี้ว่า… 

เธอได้ถูกแม่ของตนเองหลอกให้เข้ามารับการรักษาที่สถาบันแห่งนี้ ในปี 2014 ซึ่งในขณะนั้นเธออายุได้เพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น โดยในตอนนั้นแม่ของเธออ้างว่า จะพาไปเที่ยวในวันหยุดที่เมืองหนานชาง แต่เมื่อถึงที่นั้นเธอกลับถูกเจ้าหน้าที่ของสถาบันเข้าจับกุมตัวพร้อมกับใส่กุญแจมือเธอและพาไปยังสถาบันแห่งนี้ หลังจากมาถึงที่ สถาบันดังกล่าว เธอได้ถูดยึดของมีคมทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เธอคิดฆ่าตัวตาย และเธอก็ได้ถูกจับขังเอาไว้ในห้องเล็กๆ ที่มีสภาพสกปรกเป็นเวลา 3 วันด้วยกัน 

Shan Ni Ma Da Wang ยังได้เล่าต่ออีกว่า เธอถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และเคยเห็นคุณครูลงโทษเด็กนักเรียนที่พยายามหนีอย่างหนักด้วยท่อนเหล็ก เธอยังจำภาพความเจ็บปวดพร้อมกับเสียงกรีดร้องของเด็กคนนั้นได้เป็นอย่างดี และตัวเธอเองนั้นก็เคยพยายามคิดฆ่าตัวตายในระหว่างที่เข้ารับการบำบัด อีกด้วย

โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

ซึ่งถือได้ว่า การออกมาเปิดเผยถึงความโหดร้ายของสถาบันดังกล่าว ในการอบรมหรือบำบัดการติดอินเทอร์เน็ตของ Shan Ni Ma Da Wang นั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากถึงความเหมาะสมของสถาบันดังกล่าว และก็ได้มีเด็กๆ อีกหลายคนออกมาเปิดเผยถึงความจริงเกี่ยวกับสถาบันแห่งนี้ 

อย่างเช่น Zhou Yi หนึ่งในนักเรียนที่เคยผ่านการอบรมในสถาบันแห่งนี้ได้เปิดเผยว่า เขาถูกสั่งให้เปลือยกายและส่งตัวเข้าไปยังห้องขังทันทีหลังจากที่เขามาถึง ซึ่งที่นั่นเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเวลาผ่านไปนานกี่วันแล้ว

โหดไปมั้ย!! ค่ายปรับพฤติกรรมเด็กติดอินเทอร์เน็ต ที่ประเทศจีน

ทำไม? จีน จึงต้องมีสถาบันแห่งนี้

เพื่อนๆ หลายคน อาจจะงงว่าทำไม อาการติดอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องที่จะต้องเข้ารับการอบรมหรือบำบัดด้วยนั้น ก็เพราะว่าในประเทศจีน เขาถือว่าการติดอินเทอร์เน็ตเป็นโรคที่มีความผิดปกติของร่างกาย และกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในวัยรุ่น โดยเด็กๆ ที่ติดอินเทอร์เน็ตจะละเลยการเข้าสังคม ไม่ใส่ใจคนรอบข้าง และสนใจแต่โลกอินเทอร์เน็ต เท่านั้น

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เมืองหนานชาง ได้ออกมาแถลงว่า ตอนนี้พวกเขาได้ทำการตรวจสอบถึงความเหมาะสมและการใช้ความรุนแรงในสถาบันแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เตรียมสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป….

ต่อมาในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา ทางสถาบันดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า ในขณะนี้ทางสถาบันได้หยุดทำการเรียนการสอนแล้ว และกำลังหาทางออกสำหรับนักเรียนที่กำลังเข้ารับการบำบัดในสถาบันแห่งนี้ต่อไป

ข้อมูลจาก : www.dailymail.co.ukwww.catdumb.com