5 เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ (ภาค 1)

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / 5 เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ (ภาค 1)

ว่ากันว่าผี และวิญญาณล้วนมีแฝงตัวอยู่ทุกที่ และหนึ่งในสถานที่ที่มีการเล่าขานตำนานผีๆ มากที่สุดแห่งหนึ่งก็คือ “มหาวิทยาลัย” ซึ่งมีหลายมหาวิทยาลัยที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงเรื่องราวลี้ลับชวนขนหัวลุกที่ถูกเล่าต่อกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน อย่างครั้งนี้เรากลับมาอีกครั้งกับเรื่องเล่าสยองขวัญของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง “ม.ธุรกิจบัณฑิตย์” ที่จะชวนให้ผู้อ่านขนลุกตามไปด้วย

เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก DPU

เรื่องที่ 1 : พี่จุก

พี่จุกอีกแล้วนะครับ (คือต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรที่เป็นรูปร่างแบบกุมารเด็กสมัยก่อนที่ไว้ผมจุก คนไทยเราจะเหมาเรียกรวมเหมือนกันว่าพี่จุกหมด) พี่จุกของที่นี่ เค้าอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ลักษณะจะเป็นรูปปั้นเด็กไทยไว้ผมจุกโบราณ เล่นตีวงล้ออยู่เห็นได้เด่นชัด (ตีวงล้อจะเป็นประมาณของเล่นเด็กไทยสมัยก่อน เป็นวงล้ออันใหญ่ๆ แล้วเด็กก็จะเอาไม้ตีให้มันวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ) เล่ากันว่าหากมาเดินคนเดียวดึกๆ บริเวณนี้ บางทีอาจจะได้เห็นพี่จุกกระโดดลงมาจากแท่นปั้น แล้วมาชวนเราตีวงล้อเล่นกับเค้า (ถ้าเจอเค้าชวนต้องเล่นนะครับ ไม่งั้นงานงอกแน่ๆ)

เพิ่มเติม >> พี่จุกเป็นรูปปั้นโลหะหากเดินผ่านๆ จะเห็นว่าเล่นห่วงอยู่ แต่เล่ากันว่าเดินผ่านเผินๆ อาจจะเห็นว่าเล่นของเล่นอย่างอื่นอยู่แทน พอเราหันกลับไปมองอีกทีก็ไม่มีอะไรแล้ว ข้างหลังพี่จุกเป็นเรือนไทย เรื่องนี้เกิดกับเชียลีดเดอร์เป็นพี่ของแฟนผม คือ ซ้อมเชียร์ดึกดันไปซ้อมใต้ถุนเรือนไทยเสียงดัง หัวหน้าเชียร์เหลือบไปเห็นคนเดินลงมานั่งยองๆ มองลอดช่องบันไดเรือนไทยดูพวกเค้าซ้อม แยกย้ายเลยครับ บริเวณนั้นด้านบนมีพ่อแก่เก็บไว้ด้วย ท่านคงมาเตือน

เรื่องที่ 2 : ลิฟต์แม่บ้าน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น้องผมโดนมากับตัวเลย เธอเป็นสาวประเภทสองชื่อน้องน้ำ คือที่ตึกนิเทศฯ จะมีลิฟต์ตัวที่แม่บ้านใช้ทำงานอยู่ เป็นลิฟต์ที่สีสันโดดเด่นมาก (สีม่วงเหลือง) เด็กหลายๆ คนก็จะรู้จักกันในนามลิฟต์แม่บ้าน วันนั้นน้องน้ำก็ไปเรียนตามปกติ กลางวันแดดเปรี้ยงๆ เลย ก็ขึ้นลิฟต์แม่บ้านไปพร้อมกดชั้น 5 แต่ลิฟต์ดันไปเปิดที่ชั้น 3 ทั้งๆ ที่ลิฟต์ตัวนี้ไม่มีให้ปุ่มกดออกที่ชั้น 3 พอเปิดชั้น 3 น้องน้ำก็ได้ยินเสียงผู้ชายพูดว่า “รอด้วย” น้ำชะโงกหน้าออกไปดูก็ไม่เห็นเงาใครแม้แต่คนเดียว (ถึงตรงนี้น้ำชักเริ่มเสียวสันหลังละ) จากนั้นลิฟต์ก็ขึ้นต่อไปยังชั้น 5 ระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ น้ำก็เล่าว่าไม่รู้หลอนเพราะกลัวหรือเปล่า แต่รู้สึกเหมือนมีลมหายใจมารดที่ต้นคอตลอดเวลา ในที่สุดก็ถึงชั้น 5 พอลิฟต์เปิดน้ำก็สาวเท้าออกมาโดยไว จังหวะที่ลิฟต์กำลังจะปิดนั้นเอง ที่น้ำได้ยินเสียงผู้ชายคนเดิมอีกครั้งว่า “ทำไมไม่รอ… ทำไมไม่รอ…”

เพิ่มเติมจ้า >> ตึกนิเทศฯ คือ ตึก 8 ตึกนี้ลิฟต์แม่บ้านชอบขึ้นเพราะไวมาก มันจะจอดแค่ชั้น 5 กับ 6 ชั้นอื่นไม่มีปุ่มให้กด และชั้น 3 มันโบกปูนไว้ด้วย คือไม่รู้ว่าสมัยก่อนมันโบกไว้รึเปล่า แต่ลิฟต์นี้ไม่มีชั้น 3 มาตั้งแต่ผมเรียนแล้ว แต่ตึกนี้ตอนกลางคืนมืดจนน่ากลัวมาก

เรื่องที่ 3 : ลิฟต์ตึก 3

เราขออธิบายก่อนว่า ตึก 1 และ ตึก 2 เป็นตึกคู่กันนะ ไม่มีลิฟต์ในตัวอาคาร มีแต่ลิฟต์นอกตัวอาคารทั้งสอง ที่สร้างขึ้นมาใหม่ เป็นปล้องๆ ยาวๆ คล้ายๆ ลิฟต์แก้ว จะจอดแค่ชั้น 1 และ ชั้น 4 เท่านั้น แล้วจะมีทางเชื่อมตึกให้เดินเอานะ ส่วนเรื่องของลิฟต์โรงพยาบาลเก่านั้น คือลิฟต์ตึก 3 เพราะหลายคนล้วนโดนมากับตัว (แต่เราก็ไม่รู้ประวัติความเป้นมาที่แน่นอนมากหนักนะ) แต่ที่รู้ก็คือ ลิฟต์ของตึก 3 จะเป็นลิฟต์ที่มีขนาดกว้าง และใหญ่กว่าลิฟต์ปกติทั่วไป เรียกง่ายๆ ว่ากว้างเท่ากับโรงพยาบาลที่เราเคยไปกันนั้นแหละ ด้วยความเฮี้ยนของลิฟต์ฝั่งซ้ายมือ (ถ้าหันหน้าเข้าหาตัวตึก) รวมๆ แล้วตึกนี้มีลิฟต์ทั้งหมด 6 ตัว แต่ที่มันแปลกๆ ก็คือ ลิฟต์ตัวเก่าๆ ที่มันถูกซ่อนอยุ่แถวห้องน้ำเนี่ยแหละ เพราะว่าบางครั้งที่มีนักศึกษาไปขึ้นลฟต์นั้น ลิฟต์จะร้องเตือนว่าน้ำหนักเกิน!! สะงั้น ทั้งๆ ที่ก้ขึ้นกันไปแค่ 2-3 คนเท่านั้นเอง แต่ยังไม่หมดแค่นี้เพราะว่า บางครั้งกดลิฟต์ลงชั้นล่าง แต่มันดันขึ้นไปข้างบนเฉยเลย ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีใครกดเลยสักคน ทำเอานักศึกษาไม่กล้าขึ้น เดินขึ้น-เดินลง ท่าทางน่าจะง่ายกว่า ไม่ต้องหลอนกันด้วย

นอกจากนี้บางคนยังบอกว่าที่นี้ไม่ใช่โรงพยาบาลเก่า แต่ว่าเคยมีคนเสียชีวิตในลิฟต์ต่างหาก เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ตึก 3 จะเป็นที่สำหรับการเรียนของเด็กภาคค่ำ อยู่มาวันนึงในคืนวันศุกร์ หลังจากที่เรียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะกลับบ้าน หลังจากลงลิฟต์มาถึงชั้น 1 แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ในห้องเรียน จึงขึ้นลิฟต์ไปเอา พอได้กระเป๋ามาแล้วก็กำลังลงลิฟต์มา ลุงยามที่เป็นคนคอยดูแลตึก เห็นว่านักศึกษากลับกันไปหมดแล้ว ด้วยความไม่ตั้งใจ จึงไขกุญแจปิดลิฟต์ทุกลิฟต์ รวมถึงลิฟต์ที่ผู้หญิงคนนั้นใช้อยู่ด้วย พอมาวันจันทร์ตอนเช้า มีคนพบศพของนักศึกษาหญิงคนนั้นเสียชีวิตอยู่ในลิฟต์โดยมีสภาพศพขึ้นอืด… และยังมีคนบอกอีกว่า นอกจากจะมีนักศึกษาเสียชีวิตในลิฟต์แล้วยังมีคนงานก่อสร้างตกมาตายด้วย

เรื่องที่ 4 : ตึกลานจอดรถ

ที่ตึกลานจอดรถ มีคนเคยเจอผู้ชายยืนลอยอยู่แค่ครึ่งตัว

เพิ่มเติม >> คนเจอเยอะมาก บอกว่าชั้นบนๆ ใครจอดรถทิ้งไว้มีร้องแน่ถ้าเลิกดึก เล่ากันไปต่างๆ นาๆ ว่าเจอยืนอยุ่ในลิฟต์บ้าง เจอตอนขับรถตอนกำลังจะวนลงบ้าง…. และอีกมากมาย

เรื่องที่ 5 : จูงหมาเดินเล่น

ภายในมหาวิทยาลัย บางคืนจะมีคนพบเห็นอดีตเจ้าของมหาวิทยาลัยที่ท่านได้เสียไปแล้ว พาสุนัขของท่านมาจูงเดินเล่น อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกกับนักศึกษาไว้ว่า ถ้าเห็นเข้าก็อย่าไปตกอกตกใจอะไร ท่านเป็นเจ้าของที่นี่ ไม่มีอันตรายใดๆ เค้าปกป้องคุ้มครองพวกเราอยู่

เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ถูกเล่ากันมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ^^

ข้อมูลจาก : คุณ SteeL14s สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ http://xn--t3c4cghost.blogspot.com/