การจัดอันดับ นักศึกษาจบใหม่ อาชีพ อาชีพทำเงิน

10 อาชีพเด่น-ร่วง ปี 2561 | เสริมความงาม-ไอที มาแรง ขายของหน้าร้าน-ผู้สื่อข่าว เสี่ยงตกงาน

Home / บทความการทำงาน / 10 อาชีพเด่น-ร่วง ปี 2561 | เสริมความงาม-ไอที มาแรง ขายของหน้าร้าน-ผู้สื่อข่าว เสี่ยงตกงาน

ในปัจจุบันโลกเราได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้านการสื่อสาร การคมนาคม หรือแม้แต่เรื่องของงานก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดในแต่ละปี ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้มีการเผยผลการสำรวจออกมาแล้วของปี พ.ศ. 2561 สำหรับอาชีพที่ได้รับความนิยมและอาชีพที่กำลังร่วงอันดับลงมาเรื่อยๆ น้องๆ คนไหนที่กำลังจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือเป็นนักศึกษาจบใหม่ควรรู้กันเอาไว้เลย…

ม.หอการค้าไทย เผย 10 อาชีพเด่น-ร่วง ปี 61

จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าอาชีพทางด้านความงามกำลังมาแรง เนื่องด้วยในปัจจุบันคนนิยมเป็นคนสวยคนหล่อกันเพิ่มมากขึ้น ตามมาด้วยอาชีพทางด้านไอที ที่มีการเติบโตขึ้นตามเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล ส่วนอาชีพดาวร่วงมาเป็นอันดับหนึ่งก็คือ ช่างไม้ ตามมาด้วยพ่อค้าคนกลาง อาชีพย้อมผ้า อาชีพขายของหน้าร้าน และอาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานสูงก็คือ นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ผู้สื่อข่าวภาคสนาม เหตุเพราะคนในยุคปัจจุบันเริ่มที่จะหันมาอ่านข่าวผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสวนทางกับเด็กนิเทศศาสตร์ที่จบเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี

ผลสำรวจ 10 อาชีพเด่น-ร่วง ประจำปี 2561

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจ 10 อาชีพเด่น-ร่วง ประจำปี 2561 ว่า อาชีพที่มีความโดดเด่นจะอยู่ในเทรนด์กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไอที และกระแสรักสุขภาพและความงาม โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกำหนดให้ว่าอาชีพไหนที่มีความโดดเด่นและอาชีพไหนที่ไม่มีความโดดเด่นเลย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ส่วนอาชีพที่โดดเด่นในปี พ.ศ. 2561 ได้แก่

อันดับ 1 แพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรม เพราะคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และต้องการเป็นคนสวยหล่อกันมากยิ่งขึ้น

อันดับ 2 โปรแกรมเมอร์ วิศวกรซอฟต์แวร์และนักพัฒนา นักวิเคราะห์ข้อมูล (IoT การใช้ BigData)

อันดับ 3 นักการตลาดออนไลน์ รวมทั้งรีวิวเวอร และเน็ตไอดอล

อันดับ 4 นักการเงิน และนักออกแบบวิเคราะห์ระบบด้านไอที

อันดับ 5 กราฟิกดีไซน์ และนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร

อันดับ 6 นักวิทยาศาสตร์ด้านความงาม (คิดค้นเครื่องสำอาง) และอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

อันดับ 7 ผู้ประกอบการธุรกิจ (สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ซ)

อันดับ 8 อาชีพในวงการบันเทิง (ดารา นักแสดง นักร้อง) สถาปนิก และมัณฑนากร

อันดับ 9 ครูสอนพิเศษ ติวเตอร์ และอาชีพเกี่ยวกับโลจิสติกส์และการขนส่ง

อันดับ 10 นักบัญชี

อาชีพเด่น-ร่วง ปี 2561

ส่วนอาชีพที่ไม่โดดเด่นในปี พ.ศ. 2561 ได้แก่

อันดับ 1 อาชีพช่างตัดไม้ ช่างไม้ไร้ฝีมือ

อันดับ 2 พ่อค้าคนกลาง

อันดับ 3 อาชีพย้อมผ้า

อันดับ 4 บรรณารักษ์ และไปรษณีย์ด้านการส่งจดหมาย

อันดับ 5 พนักงานขายสินค้าหน้าร้าน

อันดับ 6 การตัดเย็บเสื้อผ้าโหล

อันดับ 7 การทำรองเท้า ช่างซ่อมรองเท้า

อันดับ 8 เกษตรกร และครู อาจารย์

อันดับ 9 แม่บ้านทำความสะอาด

อันดับ 10 นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม

อาชีพอะไรเสี่ยงตกงานน้อยที่สุด

นายธนวรรธน์ ได้กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีกำลังแรงงานทั้งระบบอยู่ที่ 37.2 ล้านคน และลดลงจากปี พ.ศ. 2552 ที่มีอยู่ 38.2 ล้านคน โดยกำลังแรงงานหายไปประมาณ 1 ล้านคน หรือลดลงเฉลี่ย 1-2 แสนคนต่อปี จากการที่สังคมไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้แรงงานนั้นหายากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เพราะประเทศไทยยังจำเป็นต้องใช้แรงงานกลุ่มนี้อยู่

ซึ่งถ้าหากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ต้องไม่สูงเกินไป และต้องอยู่ในระดับที่ทุกฝ่ายรับได้ จะไม่เป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์มาแทนที่เร็วนัก เพราะหากค่าแรงสูงมากเกินไป จะเป็นตัวบีบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นกัน โดยมองว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสมน่าจะอยู่ใน 3-5 % หรือประมาณ 10-12 บาทต่อวัน ถือว่าเป็นระดับเดียวกับอัตราเงินเฟ้อ

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า อาชีพนักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม เป็นอาชีพที่มาติดท็อปเท็นในอันดับเสี่ยงตกงานเป็นปีแรก เนื่องจากในปัจจุบันคนได้หันมาบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย ยูทูป สื่อออนไลน์ กันเพิ่มมากขึ้น และคนทั่วไปก็สามารถทำตัวเป็นนักข่าวเองได้แล้ว โดยสามารถรายงานข่าวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งสวนทางกับเด็กจบใหม่จากคณะนิเทศศาสตร์ที่ยังมีเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงที่จะหางานได้ยากขึ้นอีกด้วย

ส่วนอาชีพที่ไม่มีความโดเด่น คือ อาชีพครูและอาจารย์ เพราะแนวโน้มจำนวนนักเรียนจะน้อยลงจากปริมาณเด็กเกิดใหม่มีไม่มาก และคนทั่วไปมีช่องทางการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่อาชีพพนักงานขายหน้าร้าน จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ทำให้เจ้าของร้านค้าหันไปขายสินค้าทางระบบออนไลน์กันมากขึ้น และผู้ประกอบการหลายรายต้องลดคนขายหน้าร้านลง

บทความที่น่าสนใจ

ที่มา : https://m.posttoday.com