ญี่ปุ่น ทำงานหนัก

งานหนักไม่เคยฆ่าใคร? ญี่ปุ่นขึ้นชื่อ โศกอนาฏกรรม “คาโรชิ” ทำงานหนักจนตาย

Home / บทความการทำงาน / งานหนักไม่เคยฆ่าใคร? ญี่ปุ่นขึ้นชื่อ โศกอนาฏกรรม “คาโรชิ” ทำงานหนักจนตาย

“งานหนักไม่เคยฆ่าใคร” อีกหนึ่งคำพูด ให้กำลังใจ? ที่หลายคนชอบพูดกัน แต่จริง ๆ แล้วการทำงานแบบหักโหม จนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ก็ทำคนตายมานักต่อนักแล้ว

โศกอนาฏกรรม “คาโรชิ” ทำงานหนักจนตาย

งานหนักไม่เคยฆ่าใคร?

แพทย์หญิงชาวจีน จ้าว เปี้ยนเซียง วัย 43 ปี ถูกพบว่าชีพจรหยุดเต้น หลังจากล้มลงหมดสติในขณะที่กำลังตรวจอาการคนไข้ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม หลังจากทำงานติดต่อกันโดยไม่ได้พักถึง 18 ชั่วโมง ด้วยภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (subarachnoid hemorrhage)

โดยเพื่อนร่วมงานกล่าวว่า แพทย์หญิงคนนี้เธอมักจะให้ความสำคัญกับงานก่อนเรื่องอื่นเสมอ และเธอเคยยอมรับกับเพื่อนร่วมงานว่า งานเธอยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อน

หนุ่มฟิลิปปินส์ Mark David Dehesa พนักงานบริษัท Ogilvy กรุงมะนิลา เสียชีวิตลงด้วยโรคปอดบวม เนื่องจากร่างกายอ่อนแอ หลังโหมทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมการประชุม

เพื่อนร่วมงานเล่าว่า Dehasa เร่งทำงานแบบไม่หยุดพัก จนงานเสร็จตอนประมาณตี 4 และมีประชุมพรีเซนต์งานตอน 9 โมงเช้า ยาวถึงเย็น จนเขารู้สึกปวดหัวจนทนไม่ไหว จึงขอให้เพื่อนช่วยพาไปส่งที่โรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

“บ้างาน” วัฒนธรรมที่ฝังลึก ของชาวญี่ปุ่น

ผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปี 2016 พบว่า พนักงานบริษัทราว 20 เปอร์เซ็นต์จากจำนวน 10,000 คน ทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 80 ชั่วโมงต่อเดือน

คาโรชิ หรือ การตายจากการทำงานหนัก ที่มีสาเหตุจากโรคทางสมองและหัวใจ ปรากฏให้เห็นในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ราว ๆ ต้นทศวรรษ 1960

เดือนธันวาคมปี 2558 มัตสึริ ทากาฮาชิ พนักงานสาวบริษัทเดนท์สุ บริษัทเอเจนซีโฆษณารายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพราะถูกบังคับให้ทำงานหนัก โดยเธอต้องทำโอทีเกิน 100 ชั่วโมงทุกเดือน และก่อนจะลาโลกไปเธอได้ทวิตข้อความไว้ว่า “อยากตาย และคงจะมีความสุขกว่านี้ถ้าทำได้”

โศกอนาฏกรรม "คาโรชิ" ทำงานหนักจนตาย

ญี่ปุ่น ทำงานหนักจนตาย ปีละหลายร้อยคน

มิวะ ซาโดะ ผู้สื่อข่าวสาว ของสถานีโทรทัศน์ NHK ของประเทศญี่ปุ่น เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ด้วยวัยเพียง 31 ปี หลังจากที่ซาโดะ ทำงานหนักล่วงเวลาราว 159 ชั่วโมง และพักผ่อนเพียง 2 วันเท่านั้น

เมื่อปี 2017 รัฐบาลระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนัก 236 ราย มีคนที่ฆ่าตัวตาย 208 รายเพราะปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปพบว่ามีสาเหตุมาจากการทำงาน

“เช้าวันจันทร์ที่สดใส” หวังแก้ปัญหา คาโรชิ

แต่ล่าสุด กระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้เกิดโครงการ  “เช้าวันจันทร์ที่สดใส” โดยให้เข้างานได้ตอนบ่ายวันจันทร์เดือนละครั้ง เพื่อรณรงค์ให้คนทำงานน้อยลง และสร้าง Work-life balance แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับคิดว่า นโยบายนี้ไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาการทำงานหนักของชาวญี่ปุ่นได้ และดูเป็นการแก้ปัญหาแบบผิวเผิน เพราะวัฒนธรรมการทำงานแบบ Workaholic นี้เป็นสิ่งที่ฝังลึกมาเป็นเวลานาน

ขอบคุณที่มาจาก: bbc

Written by: Typrn