เรียนไป เที่ยวไป สไตล์เด็กคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.มหาสารคาม

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / เรียนไป เที่ยวไป สไตล์เด็กคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.มหาสารคาม

หนุ่มสาวที่รักอิสระ ชอบพบปะผู้คน รักงานบริการ อยากบินไปยังหาความท้าทายทั่วโลก มาฟังคำแนะนำจากแซน-กฤษกร มีทองแสน และนิ่ม-อภิชญา อุดมพงศ์สุข นิสิตคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กับการเรียนรู้ประสบการณ์ในงานทำทัวร์ การโรงแรม หรือการทำงานสายการบินระดับมืออาชีพ

เรียนไป เที่ยวไป สไตล์เด็กคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.มหาสารคาม

จุดเริ่มต้นมาเรียนการท่องเที่ยวและการโรงแรม

แซน : ตอนนี้อยู่ปี 2 สาขาวิชาการจัดการโรงแรมครับ เป็นคนชอบทางด้านการโรงแรมการบริการ ชอบเจอผู้คนเยอะๆ แล้วก็คิดว่าประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะ การท่องเที่ยวและการโรงแรมของไทยก็ไม่แพ้ชาติไหน ก็เลยอยากจะเข้ามาศึกษาทางด้านนี้โดยตรง แล้วที่นี่ก็มีรุ่นพี่จบไปทำงานอยู่สายการบินดังๆ หลายประเทศ ก็อยากเป็นอย่างพี่ๆ เขาบ้าง โดยส่วนตัวตอนนี้อยากเป็นสจั๊วต สนใจสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพราะมีรุ่นพี่ทำงานอยู่เยอะ

นิ่ม : ตอนนี้เรียนปี 1 สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวค่ะ หนูอยากจะเป็นแอร์โฮสเตส สนใจสายการบินเอมิเรตส์ ก็เลยคิดว่าที่นี่น่าจะสอนทั้งเรื่องบุคลิกภาพ การบริการ ทำให้เราเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น เลยตัดสินใจเลือกเข้าคณะนี้

แรกเข้ามาสัมผัสความเป็นเด็กท่องเที่ยว

แซน : ที่นี่ถึงแม้ว่าอาจารย์กับนักศึกษาจะเยอะ แต่ว่าอาจารย์กับนักศึกษาก็ผูกพันกัน เพราะเวลามีการทำกิจกรรมต่างๆ อาจารย์ก็จะเข้ามาช่วยดูแลตลอด เรื่องการเรียนมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาอาจารย์ได้ พอได้มาเรียนจริงๆ ก็รู้สึกว่าสนุก อย่างผมเอกการโรงแรม ก็ได้มีโอกาสไปดูงานที่โรงแรมพูลแมนที่ขอนแก่น ไปศึกษาแต่ละฝ่ายว่าคืออะไร ได้มีโอกาสเจอพนักงานในโรงแรม แล้วก็ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ คือได้เจอสถานที่จริง เจอลูกค้าจริง แล้วก็ได้ใช้เวลาเรียนรู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน

นิ่ม : สำหรับหนู เอกการท่องเที่ยว ได้มาเรียนแล้วชอบทุกวิชาเลยค่ะ การเรียนการสอนที่นี่ดีมาก อาจารย์แนะนำทุกอย่าง ได้ออกไปเที่ยวด้วย เป็นการศึกษานอกสถานที่ เพื่อเก็บเส้นทางบังคับไว้ใช้สอบในการขอรับบัตรมัคคุเทศก์ โดยไปดูสถานที่แต่ละที่ว่า ควรจะทำเป็นการท่องเที่ยวมั้ย ชุมชนที่นี่มีความสามัคคีกันมากแค่ไหนที่จะทำสถานที่นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ก็เป็นอะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้เยอะเลย

เทคนิคการเรียนที่อยากแนะนำ

แซน : ผมเน้นแนวข้อสอบครับ คือตั้งใจเรียนทุกคาบ เพราะอาจารย์จะบอกแนวข้อสอบให้เราทุกคาบ แล้วก็กลับมาอ่านทบทวนอีกที

นิ่ม : เหมือนกับแซนเลยค่ะ อีกอย่างที่สำคัญคือ เราควรจดเลกเชอร์สาระสำคัญแล้วก็ไฮไลท์ตามที่อาจารย์สอน เราจะได้มาอ่านตามที่อาจารย์แนะนำ

นิยามความเป็นหนุ่มสาวนักบริการ

แซน-นิ่ม : เด็กคณะเราจะเน้นแต่งตัวเรียบร้อย มันถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของคณะนี้เลย เรื่องบุคลิกภาพสำคัญมาก อาจารย์จะเน้นเรื่องบุคลิกภาพตลอด เพราะถ้าบุคลิกไม่ดี คนภายนอกจะมองภาพลักษณ์ของคณะไม่ดีได้ ความเป็นเด็กการท่องเที่ยวและการโรงแรมก็เลยต้องมีบุคลิกภาพที่ดี น้ำเสียง วาจา แล้วก็ต้องรักในการบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใสเวลาเจอผู้คน ทำให้คนเข้าหาได้ง่ายขึ้น

ฝากถึงน้องๆ รุ่นต่อๆ ไป

แซน-นิ่ม : น้องๆ ที่อยากเข้ามาเรียนด้านนี้ อยากให้น้องๆ เตรียมเรื่องบุคลิกภาพเป็นสำคัญ แล้วอีกอย่างคือเน้นเรื่องของภาษาด้วย เพราะการเรียนด้านนี้คือต้องออกสู่ความเป็นสากล ออกไปเจอผู้คนมากมาย ภาษาเลยจำเป็นมาก ก็อยากให้อ่านหนังสือกันมาเยอะๆ แล้วสอบเข้ามาให้ได้ พี่ๆ รอน้องๆ อยู่

JINKS-MINT

“อยากเป็นไกด์ครับ เพราะมีคุณพ่อเป็นแบบอย่าง คุณพ่อเป็นไกด์ แล้วก็มีโอกาสได้ไปฝึกงานทางด้านนี้ ก็รู้สึกว่าชอบ พอเข้ามาเรียนก็ประทับใจมาก ที่นี่มีหลักสูตรการสอนดีมาก เพื่อนๆ ก็น่ารักทุกคน เพราะโดยพื้นฐานความเป็นเด็กคณะนี้จะต้องเข้าถึงทุกคนง่ายอยู่แล้ว ก็ได้ออกไปทริปด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมด้วยกันตลอด”

“อยากเป็นไกด์หรือแอร์โฮสเตสค่ะ แล้วที่นี่ก็มีชื่อเสียงทางด้านนี้อยู่ เรียนแล้วก็รู้สึกว่าเลือกถูกทางมากๆ อีกอย่างคือที่นี่ใกล้บ้านด้วย ส่วนสังคมทั้งรุ่นพี่ เพื่อนๆ และอาจารย์ก็เป็นกันเอง คอนเนกชั่นก็ดีมาก รุ่นพี่ที่จบไปทำงานในบริษัทหรือสายการบินดังๆ หลายที่ ก็กลับมาให้คำแนะนำน้องๆ ตลอด”

TIM-GAM

INTERNATIONAL STUDENT

“เรียนปี 1 หลักสูตรนานาชาติค่ะ ตอนนี้เป็นนักเรียนทุนใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระเทพฯ บ้านหนูอยู่ภูฏาน คุณพ่ออยากให้มาเรียนที่เมืองไทย เพราะการท่องเที่ยวเมืองไทยดีที่สุดในเอเชีย พอมาเรียนจริงๆ คนไทยใจดี แล้วก็ตั้งใจเรียน จะคอยติวคอยช่วยเหลือกันตลอด มาเรียนปีหนึ่งแล้วก็ได้ฝึกภาษาไทยด้วย ประทับใจมากค่ะ”

“เรียนปี 2 หลักสูตรนานาชาติครับ ผมมาจากเยอรมัน มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 12 เคยมาเที่ยว มาเป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษให้คนไทยด้วย ก็อยากมาเรียนที่ประเทศไทย แต่อยากใช้ชีวิตชนบทสบายๆ มากกว่าที่กรุงเทพฯ เลยเลือกมาเรียนที่ม.มหาสารคาม การเรียนที่นี่ไม่หนักเท่าที่เยอรมัน แล้วก็มีรับน้องด้วย ซึ่งที่ต่างประเทศไม่มี รุ่นพี่รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมด้วยกัน รู้สึกอบอุ่น อยู่แล้วมีความสุข”

 

ติดตามคอลัมน์ About Campus ได้ใน Campus Star No.53

www.facebook.com/campusstar