รอบรั้วเอแบค มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ม.อินเตอร์แห่งแรกของไทย

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / รอบรั้วเอแบค มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ม.อินเตอร์แห่งแรกของไทย

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค (ABAC) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียล มี 3 วิทยาเขตด้วยกัน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีระบบการสอนหลักสูตรนานาชาติ และยังเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีจำนวนศาสตราจารย์มากที่สุดในประเทศไทย แต่เรื่องน่ารู้ของที่นี้ยังไม่หมดแค่นี้นะจ้า เพราะในรั้วอัสสัมชัญยังมีเรื่องที่น่าสนใจของชาวมอที่นี้อีกมากมายหลายเรื่อง ให้เราได้อ่านกัน น้องๆ คนไหนที่กำลังคิดที่จะเรียนต่อที่นี้ยิ่งต้องอ่านเลยจ้า เพราะมันจะทำให้เราได้รู้จักเกี่ยวกับที่นี้มากยิ่งขึ้น ^^

เรื่องน่าสนใจ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

**หากมีเนื้อใดที่ผิดพลาดไป ขอคำแนะนำชี้แจงมาด้วยนะคะ เดี๋ยวทีมงานแก้ไขให้ค่ะ

– ม.อัสสัมชัญ หรือที่รู้จักกันว่า “เอแบค”

ABAC ย่อมาจาก “Assumption Business Administration College” ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัย แต่ภายหลังได้รับการรับรองจาก “ทบวงมหาวิทยาลัย” ในปี 1990 หลังจากนั้น ABAC ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Assumption University หรือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” อย่างเป็นทางการ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกชื่อของ ม.อัสสัมชัญ ติดปากกันว่า “เอแบค” นั่นเอง (ที่เปลื่ยนเป็น Assumption University เพราะว่าเริ่มมีคณะต่างๆ มากมาย ซึ่งไม่สามารถใช้คำว่า college ได้แล้ว จึงต้องเปลื่ยนเป็น Assumption University ที่มีชื่อย่อว่า AU นั่นเอง)

– Assumption University มีชื่อภาษาไทยว่า ม.อัสสัมชัญ แต่ความมีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยยังเป็น College ก็เลยเรียกว่า ABAC ติดปากกันมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

มหาวิทยาลัยอินเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย

– เรามัก (ถูกบอกให้ ) มีความภาคภูมิใจในความเป็นมหาวิทยาลัยอินเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่เป็คาทอลิก และสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ซึ่งจริงๆ แล้ว Eng มีเรียน 4 ตัวที่สามารถสกิ๊ปแบบได้ A ทันที ถ้ายิ่น IELTS ที่เท่ากับหรือมากกว่า 6.5 แต่อังกฤษก็สอนดีจริงๆ ขึ้นอยู่กับอาจารย์ให้คะแนนทั้งนั้น แต่เรียนอาทิตย์ละตั้ง 6 ชั่วโมง

– บัณฑิตจากที่นี่ เกือบทั้งหมดต้องลงเรียน English for Foreign Student ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศอีกหนึ่งปี

ทางเข้ามหาวิทยาลัย

– ที่ทางเข้ามหาลัยจะมีหินสีทองก้อนใหญ่วางอยู่ มีตัวอักษรตรงกลางเขียนว่า “Au” ซึ่งเป็นชื่อทางเคมีของทองคำ

รถราง

– นักศึกษา “เอแบค” เรียกรถวนรอบมหาลัยว่า “รถราง”

– ABAC มีรถรางแค่สองคัน เพราะไม่มีคนขับ ประหยัดงบ

รองเท้าแตะ

– นักศึกษา “เอแบค” ที่จำเป็นต้องใส่รองเท้าแตะ หรือ นักศึกษาหญิงที่ต้องการแต่งชาย ชายต้องการจะแต่งหญิง ต้องทำใบขออนุญาตจากทางมหาวิทยาลัย จริงๆ ไม่ทำก็ได้ แค่แลกกับการโดนยึดไอดีถ้าอยากได้คืน ต้องเสียค่าปรับ 200 บาท ข้อหาแต่งกายไม่สุภาพ

– ผู้หญิงอนุญาติให้ใส่เฉพาะรองเท้าหุ้มส้น พวกที่ใส่ส้นสูงสวมๆ คีบๆ นี่ลืมไปได้เลย ฝ่าฝืน โดนปรับเงิน

บ่อเป็ด

–  ม.เอแบคหัวหมาก รุ่นพี่บอกกันว่าใครที่มานั่งที่ “บ่อเป็ด” แล้วเห็นเต่าโผล่ขึ้นมาจะจบช้า….(ความจริงคือ จะไม่จบช้าได้ไง ก็โดดเรียนมานั่งที่บ่อเป็ด)

– เด็กเอแบคคนไหนที่ว่างจัด ลงไปพายเรือในบ่อเป็ด ก็จบช้าอีกเช่นกัน (เหตุผลเดียวกับข้อข้างบน) วิธีแก้เคล็ด..รุ่นพี่บอกว่าให้พายทวนเข็มนาฬิกา

พี่ๆ รปภ.

– ที่ “เอแบค” ในวันคริสต์มาส พวกเจ้าหน้าที่กับพี่ๆ รปภ. จะใส่หมวกซานต้าโบกรถ (เดี๋ยวนี้ใส่เป็นชุดแล้ว)

– ส่วนวันลอยกระทง พวกเจ้าหน้าที่กับพี่ๆ รปภ. จะใส่เสื้อฮาวายลายดอกโบกรถแทนจ้า

– ที่ “เอแบค” จะเรียกยามว่า “Security Guard” เพราะถ้าเรียกยาม พี่แกจะบอกว่า ผมไม่ได้เป็นยาม ให้เรียกผมว่า Security Guard

– ใครจะรู้ว่า ยามที่เอแบคก่อนเข้ากะ จะถูกอบรมจากหัวหน้าให้พูดว่า “นักศึกษา!! เสื้อๆ” (เป็นอันรู้กันว่าเสื้อมรึงหลุดออกนอกกางเกงอยู่ กรุณาใส่ด้วย!!)

– ยามและแม่บ้าน ABAC ต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วย (เคยเห็นนั่งเรียนที่ตึก P ตอนเย็นๆ)

ตึกเรียนที่นี่ ไม่มีชื่อตึก 1 2 3 มีแต่ ตึก CL, SM, SR, SG, D, P, A, C สมฐานะ ม.อินเตอร์

เอแบคหัวหมาก

– ที่เอแบคหัวหมาก ใครจะรู้มั่งว่าร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ติดประตูทางเข้าด้านวงเวียน ได้ฉายาว่า “เจ๊กกบฏ” เหตุเพราะร้านดูจีนมากๆ แต่ดันมีสเต็ก เฟรนฟราย ขายด้วย

– สนามบาสหน้าตึก C สามารถแปลงเป็นสนามฟุตบอล,วอลเล่ย์บอล และกีฬาอื่นๆ ได้อีกมากมาย (ใช้คุ้มจริงๆ)

– ตึก Q เป็นตึกที่ดูวังเวง เพราะไม่ค่อยมีใครอยากไปยุ่งอะไรกับตึกนี้ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

ของกิน

– ถ้าอยากจะกินน้ำผลไม้ โกโก้ และอีกมากมายที่ไม่ใช่น้ำเปล่า ใครๆ ก็ว่าต้องไปร้านที่อยู่ติดกับเซเว่น

– ไม่มีเงินซื้อหนังสือเล่มจริง ให้ไปที่ร้าน “ธนสาร”

– ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ย้ายที่บ่อยที่สุดคือ “ร้านก๋วยเตี๋ยว นิติ” (เกี๊ยวฟรี) ก็ไม่รู้ว่าจะย้ายอะไรกันนักหนา

การแข่งขันต่างๆ

– ถ้าจะเรียนเอแบค ต้องแข่งขันกันทุกๆ อย่าง ทั้งที่จอดรถ ทั้งเรื่องกิน และแม้กระทั่งลงทะเบียนเรียน (เพราะถ้าช้า Sec เต็ม ต้องไปรอ add หรือถ้าโชคร้ายก็ต้องรอเรียนเทอมหน้า ทั้งๆ ที่กรูจ่ายค่าเรียน ไม่ได้ขอเรียนฟรีๆ ซะหน่อย)

Refund

– พูดถึงเรื่องลงทะเบียนไปแล้ว เลยขอพูดถึงเรื่อง refund แทนดีกว่า กว่าจะได้คืนแต่ละทีนานมาก ยิ่งถ้าเป็น lab refund นะ ถ้าไม่ตามกันดีๆ ก็ไม่รู้หรอก ว่ามีประกาศให้ไปรับ เพราะติดไว้ลับหูลับตามาก กว่าจะรู้อีกที ก็หมดเวลาไปแล้ว

– ส่วน sec eng นอกจากไม่บอกชื่ออาจารย์แล้ว ถ้าใคร jackpot เจอ felix แล้วละก็ เตรียมใจไว้เหอะ เหอะๆ (ไม่รู้ว่ายังอยู่ไหม น้องๆรุ่นหลังๆ จะได้เจอแกรึปล่าว)

– เป็นมหาลัยที่นักศึกษาตั้งใจเรียนมาก (มีวันหยุดวันเดียว คือ วันคริสมาสต์)

– ถ้านักศึกษาลืมเอาบัตรนักศึกษามาเวลาสอบต้องไปจ่ายเงินวิชาละ 200 ก่อนเข้าสอบที่ห้องทะเบียน

– อาจารย์ที่ตลกสุด คือ อาจารย์อโณทัย ชอบสะบัดผมกระจาย ส่วนอาจารย์ที่ใจดีสุดคืออาจารย์อรสา สุดสวย

ABAC มีคณะใหม่แล้ว นั่นก็คือ “คณะมิวสิค” ซึ่งค่าเทอมแพงที่สุดในทุกคณะที่มีใน ABAC

เอแบคบางนา

– ถ้าใครได้ไปสัมผ้สเอแบคบางนา ต้องเข้าไปที่ตึก CL บนเพดานที่เขาวาดรูปเป็นเทพต่างๆ มีเทพอยู่ 1 องค์ที่หน้าเป็น “ศรราม เทพพิทักษ์” ไม่เชื่อต้องลองไปดูกันนะ (ตึก CL จะมีภาพเขียนสีน้ำมันตรงเพดาน ส่วนใหญ่เขียนเกี่ยวกับเรื่องสวรรค์ และพระเจ้า แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นพี่หนุ่ม ศรราม และ พี่แหม่ม แคทลียา อยู่บนนั้นด้วย)

– ที่ เอแบคบางนา มีโรงหนังด้วย อยู่บนคาเฟ อารมณ์ประมาณ sf major เลยทีเดียว แต่ไม่มีป๊อปคอร์นขายนะ

สระน้ำ

– สระน้ำที่เอแบคบางนา (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสุวรรณภูมิ) มีหงส์สีขาวและดำไม่ทราบจำนวน มูลค่าตัวละแสนตั้งอยู่

– หงส์ ที่เอแบคบางนามีอาหารเป็นข้าวเปลือกล่ะ และก็ระวังอย่าเดินไปศาลาไทยโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อาจถูกมันดักที่ทางขึ้นได้

– ตอนนี้ที่บางนาสร้างตึกใหม่ของ คณะอคิเท็กเจอร์ กับ คณะคอมมูนิเคชั่น อาร์ต แล้ว (แล้วก็คงจะสร้างของคณะอื่นต่อไป…)

สำเนียงภาษาอังกฤษหลากหลาย

– ถ้าจบเอแบคแล้ว สามารถทำงานได้ทุกที่ในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะอาจารย์หลายสำเนียงมาก

– Eng ABAC เป็นวิชาที่เด็กเรียนซ้ำกันมากที่สุด (โดยเฉลี่ยคนละประมาณ 2 รอบ)

Campus

– ABAC Bangna Campus ไม่ได้อยู่บางนา แต่อยู่บางเสาธง (ไกลกว่าสุวรรณภูมิอีก) แต่เรียกว่าบางนา เพราะอยู่ถนนบางนา-ตราด (จาก Bangna Campus ไปชลบุรี ใกล้กว่าไปสยาม)

– ปัจจุบัน Bangna Campus เปลี่ยนชื่อเป็น “Suvarnabhumi Campus” ทั้งๆ ที่จากหัวหมากไปสุวรรณภูมิใกล้กว่าไปจากบางนา

เป็นเรื่องปกติที่เด็กปี 1 จะไม่ได้ลงเรียน Summer เพราะทุก Sec เต็มหมด (พูดโดย อ.Admin)

เรียนซัมเมอร์

– เวลาเรียน Summer ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ แต่ห้ามใส่รองเท้าแตะ

– เด็กวิศวะใส่เสื้อ GROUND หรือเรียกกันว่าเสื้อ shop ได้ตลอด 4 ปี ทั้งๆ ที่ใช้จริงๆ แค่วิชาเดียว ตลอด 4 ปี

รถตู้

– รถตู้ที่บางนามีไปส่งหลายที่ นอกจากหัวหมาก … มีทั้งอนุสาวรีย์ /  The Mall (บางกะปิ) / Central (ลาดพร้าว/บางนา) /  อ่อนนุช / ซีคอน ศรีนครินทร์ / สาธุ-ท่าพระ / สี่พระยา (ไม่รู้หมดยัง)… แต่บางที่มีเฉพาะวันที่มีเรียนเท่านั้นนะ!!

– ร้านค้าใน Plaza ที่เป็น Mini Mart ชื่อ U-Mate เป็นร้านค้าของมหาลัย (เพื่อบางคนอาจจะยังไม่รู้)

– ในอดีต Brother เคยสั่งให้นำตัวเหี้ยไปปล่อยในสระที่มีหงส์ ด้วยเหตุผลใดก็ไม่อาจทราบได้ แต่ผลคือหงส์ถูกกัดล้มตายเป็นจำนวนมากทำให้ต้องล้มเลิกแผนการไป

– Lift ตึก CL เร็วมาก แค่ดูนาฬิกาข้อมือว่ากี่โมงแล้ว ก็ถึงชั้นที่ 20 กว่าแล้ว

– ตอนนี้ที่หัวหมากจะกลายเป็นที่ๆ ของปริญญาโท เพราะว่าจะเขาจะบังคับให้ลงวิชาที่บางนาสำหรับเด็กปริญญาตรี

– บางนาตอนหน้าหนาว จะได้บรรยากาศเหมือนเรียนอยู่ต่างประเทศเลย

สิ่งได้ยินบ่อยๆ

– “นักศึกษา..(รปภ.จิกเสื้อคนหลุด)..ใส่เสื้อด้วย..” เด็กเอเบคทุกคนต้องเคยเจอ

– “เชิญหน้าต่างอีกช่องหนึ่งค่ะ..” อีกประโยค คลาสสิก (ห้องทะเบียน)

– “แอ๊บเซ่น..” อีกประโยค คลาสสิก (ห้องเรียน)

– ที่เอแบคบางนาจะมีโบส์ถอยู่ตรงข้าม ตึก john pual 23 ซึ่งคิดว่าน้อยคนที่เคยเข้าไป (เคยได้เข้าไปแล้ว อิอิ)

– เอแบคบางนาจอดรถฟรีตรงสนามฟุตบอลหน้ายิม แต่ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากในการเดินไปยังตึกเรียน (แถมต้องแย่งกันจอดด้วยนะ ไม่งั้นเต็ม)

ตึก IT ที่บางนา ห้ามนศ.เอาน้ำขึ้น ยามจะคุ้ยหาขวดน้ำในกระเป๋าของนศ.ทุกใบ แต่อาจารย์ และพวกทำเอแบคโพลถือขึ้นได้เลย

– ข้างหลังตึก CA ที่เป็นเตี้ยๆ นั้นคือตึก studio ห้ามเข้าก่อนที่จะได้รับอนุญาติ และเข้าไปแล้วต้องถอดรองเท้าด้วย

– วิชาพละที่มีหน่วยกิตเดียว เดี๋ยวนี้อัพเกรดความไฮโซ มีกอล์ฟให้ตี หรือจะไป scuba ก็ได้

สถาบันกวดวิชาที่มีเปิดติวเกือบทุกวิชา

– ม.เอแบค เป็นมหาลัยที่มีสถาบันกวดวิชาที่มีเปิดติวเกือบทุกวิชา ตั้งแต่ปี 1 ยันวิชาสุดท้ายก่อนจบ คือเรียนเป็นภาษาไทยให้เข้าใจ และมักบอกกันว่าคุ้มกว่าไปลงเรียนใหม่

เกจิชื่อดังประจำวิชา

– สำหรับเด็กที่เอแบคที่ต้องการติวเตอร์ แต่ละวิชาจะมีเกจิชื่อดังประจำวิชานั้นๆ เสมอ ลองมาดูกัน.. เท่าที่จำได้นะ

  • Account I ต้องพี่ Candy (ของแท้ต้องน้ำลายกระเด็น)
  • Acoount II ต้องพี่แอน สุดสวย
  • Stat I&II ต้องพี่เปรี้ยว เจ๊ตั้ง สองเถิกครองโลก
  • Science.Man ต้องพี่ A สุดขึ้เก็ก
  • World civil ต้องพี่ May แม่นจริงๆ
  • Intro. Bus. ต้องพี่ บอล ชอบมาสายมีที่บางนาแล้ว
  • Micro & Macro ต้องพี่พีคตัวดำฟันขาว
  • Math for Bus.&Integrated math ต้องพี่เหมา สุดหล่อ(หรือสวย? )
  • Finance ก็ต้องพี่เชิง สอนดีสุดๆ
  • Cor Fin. ก็ต้องพี่แนน เรเนชอง หญิงฉิ่งหญิง
  • Basic Math ต้องพี่เหมา สุดหล่อ(หรือสวย? )
  • Consumer&Psycho ต้องพี่บอล แจกข้อสอบของจริง
  • Mana.ACC ต้องพี่ตั๋ม แจกข้อสอบของจริง
  • Logic ต้องอาจารย์สามัคคี

ร้านเกมส์

– ร้านเกมส์ที่เด็กเอแบคต้องรู้จัก คือ “ร้านโบนัส” ซึ่งเป็นร้าน Internet รุ่นบุกเบิกและเป็นร้านที่มีเครื่องเยอะที่สุด

ที่มาจาก : http://th.uncyclopedia.info/ (เขียนเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2009)

บทความแนะนำ