10 เรื่องเล่า ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วเมืองไทย

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / 10 เรื่องเล่า ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วเมืองไทย

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหนต่างก็มีเรื่องเล่า ชวนขนหัวลุก ให้เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล วัด สถานที่ที่ถูกทิ้งล้างเอาไว้ และสถาบันการศึกษา ซึ่งในบทความนี้ แคมาปัส-สตาร์ จะทุกคนไปสัมผัสกับความหลอน กับ 10 ตำนานเฮี้ยนของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย ที่บางคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว หรือบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ต้องขอบอกเลยว่าตำนานของแต่ละที่ น่ากลัวและหลอนมากๆ ถ้าใจแข็งพอก็ไปอ่านกันเลย…

10 ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยไทย

10 อันดับ เรื่องเล่า ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วเมืองไทย

1. เรื่องหลอน ของลิฟต์แดง

เรื่องหลอนสุดสยองของลิฟต์แดงจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่าในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ แห่งความขัดแย้งทางการเมือง นักศึกษาพากันหลบหนีเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่ง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทหารได้กระหน่ำยิงจนเลือดสาดอาบไปทั่วทั้งลิฟต์ นักศึกษาทั้งหมดเสียชีวิต ซึ่งในเวลาต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ทำการล้างทำความสะอาดลิฟต์ตัวนั้น แต่ไม่ว่าจะล้างยังไง ลิฟต์ตัวนี้ก็จะยังคงมีคราบเลือดสีแดงเปื้อนอยู่ ลบยังไงก็ไม่ออก ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยจึงได้ทำการแก้ปัญหาโดยการทาสีลิฟต์ตัวให้เป็นสีแดงทั้งหมด

จนกระทั่ง ลิฟต์ตัวนี้ถูกนำกลับมาใช้งานตามปกติ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างก็พบเจอเหตุการณ์น่าขนลุกต่างๆ เช่น มีนักศึกษาคนหนึ่งขึ้นลิฟต์ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจก เขากลับเห็นว่ามีคนอื่นยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย หรือมีนักศึกษาเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับรอยเลือดไหลเป็นทาง เป็น และในปัจจุบันลิฟต์ตัวนี้ถูกถอดออกไปแล้ว แต่เรื่องราวของลิฟต์แดงก็ยังคงถูกเล่าขานกันต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น โดยทางมหาวิทยาลัยยังคงเก็บ “ลิฟต์แดง” ตัวนี้เอาไว้อยู่ โดยนำไปตั้งที่ชั้น 6 คณะศิลปศาสตร์

2. ตำนานหลอนอิฐ 9 ก้อน

เป็นเรื่องเรื่อง ตำนานเฮี้ยนของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยบริเวณทางเดินหน้าตึกคณะเศรษฐศาสตร์ของที่นี่ จะมีอิฐจำนวนหนึ่งเผยอขึ้นมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือมีการปรับปรุงพื้นที่แล้วก็ตาม แต่อิฐก้อนนั้นก็ยังคงเกยกันอยู่ดี จึงมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันในหมู่นักศึกษาว่า ห้ามเดินเหยียบอิฐนั้นเป็นอันขาด เพราะมีเรื่องเล่าว่า นักศึกษาชายคนหนึ่ง มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนเรื่องเลิกกัน และสุดท้ายฝ่ายชายก็ตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตตรงบริเวณอิฐก้อนนั้น แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องที่เล่าขานต่อๆ กันมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าลบหลู่เรื่องที่ว่านี้เลยสักคน

3. ลานทรงพล คณะอักษรศาสตร์

ลานทรงพล บริเวณคณะอักษรศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งในแต่ก่อนสถานที่แห่งนี้คือ “ลานประหารนักโทษ” วิธีที่ใช้ในการประหารนักโทษในยุคสมัยก่อนที่ทำกันก็คือ การประหารด้วยการตัดคอให้ขาดในดาบเดียว และสาเหตุนี้จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาอยู่มากมาย บ้างก็ว่ามีนักศึกษาเห็นเงาคนสูงใหญ่กำลังฟันคอคนที่นั่งอยู่บนพื้นจนขาดกระเด็น บ้างก็ว่าเห็นผู้หญิงนุ่งโจงห่มสไบมายืนอยู่บริเวณนี้ยามค่ำคืน…

4. ลิฟต์สยองที่ตึก 3

มหาวิทยาลัยดังย่านเมืองเอก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนและความเฮี้ยนติดอันดับต้นๆ ทั้งเรื่องของฮวยจุ้ยที่ว่ากันว่าผีเพียบ แถมบริเวณโดยรอบที่เต็มไปด้วยบ้านร้างและสถานที่วัดใจสำหรับคนอยากลองของ และเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ยังคงสร้างความน่าหวาดผวามาจนถึงในปัจจุบัน… คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ลิฟต์ตึก 3 ในยามกลางวัน ลิฟต์ตัวที่ว่านี้จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่พอตกกลางคืน ลิฟต์ตัวนี้จะเปิดเองโดยที่ไม่มีคนกด และหากมีใครกดขึ้นลงระหว่างชั้นต่างๆ มันก็จะไม่เปิดให้ตามชั้นที่กด ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นของคณะนิติศาสตร์ เคยมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวปรากฎกายอยู่ในกระจกข้างลิฟต์อีกด้วย (ซึ่งข้างๆ ลิฟต์ไม่มีกระจกแม้แต่บานเดียว)

5. ด้ายแดง

เรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่น มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ของตึก MNL ซึ่งเป็นตึกสำหรับวิชากายวิภาคศาสตร์ ก็แปลว่าตึกนี้เป็นที่ใช้เก็บรักษาร่างของอาจารย์ใหญ่นั่นเอง (อาจารย์ใหญ่ หมายถึงศพที่นักศึกษาแพทย์ใช้ทำการเรียนการสอนเกี่ยวกับกายวิภาค ใช้ทำการผ่า ทำการศึกษาผ่านร่างกายจริง นักศึกษาจึงเรียกร่างเหล่านี้ว่าอาจารย์ใหญ่ ในฐานที่อุทิศร่างกายให้พวกเค้าได้เรียนรู้) สำหรับตำนานของตึกนี้เขาเล่ากันมาว่า…

เคยมีนักศึกษาปี 1 มาเรียนที่ตึกเป็นวันแรก ไปถามยามว่าลิฟต์อยู่ทางไหน ยามก็บอกทางไปตามปกติ ก่อนที่นักศึกษาคนนั้นจะสังเกตเห็นว่า ที่ข้อมือของยามคนนี้ “มีด้ายสีแดงผูกอยู่” โดยเป้าหมายของนักศึกษาคนนี้อยู่ที่ชั้น 5 ก็กดลิฟต์เปิดเข้าไป กดชั้น 5 แต่ลิฟต์กลับไปเปิดที่ชั้น 2 (ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่ใช้เก็บร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งตอนนั้นนักศึกษาคนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่รู้เรื่อง) เรียนเสร็จลงมาก็ไม่เจอยามคนนั้นแล้ว และก็ไม่เคยได้เจอแกอีกเลยไม่ว่าจะกลับไปเรียนที่ตึกอีกกี่ครั้ง จนในที่สุด ก็ได้มารู้ความจริงจากปากรุ่นพี่ว่า ที่ตึก MNL ไม่เคยมียามประจำการอยู่.. ก็งงสิ แล้วยามคนที่เขาเห็นคืออะไร ก็เลยเล่าให้รุ่นพี่ฟัง จนมาได้รู้ความจริงว่า การผูกด้ายสีแดงที่ข้อมือน่ะ คนเป็นจะไม่ผูกกัน ด้ายแดงจะใช้สำหรับผูกข้อมืออาจารย์ใหญ่

10 อันดับ เรื่องเล่า ตำนานเฮี้ยน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วเมืองไทย

6. เรือนไทย

ตำนานเฮี้ยนมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านนครปฐม สำหรับเรือนไทยหลังนี้ เป็นเรือนสีแดงสดตั้งอยู่ตรงข้ามตึกวิทย์เก่า เดินเข้ามาไม่ไกลก็จะเห็นแล้ว ด้วยความสวยงามและอากาศเย็นสบาย ทำให้เรือนไทยกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของเหล่านักศึกษา ที่มานั่งติวหนังสือกัน โดยเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรือนไทยหลังนี้มีมากมายหลายเรื่องเลยทีเดียว เพราะความคลุมเครือในที่มาของเรือนไทยโบราณหลังนี้ เมื่อ 2 ปีก่อน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเข้าไปอ่านหนังสือบริเวณเรือนไทย เวลาผ่านไปจนเริ่มเย็น ขณะนักศึกษาคนนั้นเก็บของเตรียมตัวกลับไปหอพักก็เหลือบไปเห็นเส้นสีดำๆ คล้ายเส้นผมของใครบางคนปลิวไสวอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า เส้นผมที่ว่านั่น…

เป็นเส้นผมของผู้หญิงใส่ชุดไทยโบราณ และกำลังห้อยหัวลงมาจากเสาเรือน ปากยิ้มแสยะเห็นฟันสีดำ นักศึกษาคนนั้นร้องกรี๊ด และเป็นลมไปในทันที พี่ยามได้ยินเสียงจึงเข้าช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาล และนอกจากนี้รุ่นพี่ยังเล่าต่อๆ กันมาว่า เสาต้นหนึ่งในเรือนไทยเป็นเสาตกน้ำมัน ถ้าคุณไม่เชื่อเกี่ยวกับ “ความแรง” ของที่นี่ มีเรื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าที่เรือนไทยนี้อากาศเย็นสะท้านตลอดเวลาไม่ว่าจะฤดูอะไร และไม่ว่าจะแดดร้อนแค่ไหน แต่ภายในเรือนไทยก็ยังเย็นอยู่ดี

7. ห้องแลปฟิสิกส์

สำหรับเรื่องเล่าหลอนๆ ห้องแลปฟิสิกส์ เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของทางภาคเหนือ ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อก่อนตอนที่ตึกวิทยาศาสตร์ ชั้น 9 ยังไม่ได้สร้างแลปฟิสิกส์ของเด็กปี 1 ก็ยังทำที่แลปเก่าอยู่ แลปคราวนั้นเป็นแลปเรื่องแสง คนที่เคยเรียนคงรู้ว่าห้องจะมืดเพราะต้องปิดไฟตอนทำ นักศึกษาหญิงคนนึงก็เข้าห้องแลปแต่พาร์ทเนอร์แลปยังไม่มา คนอื่นๆ ก็มากันหมดแล้ว พอเตรียมอุปกรณ์เสร็จ เพื่อนก็มาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่พูดไม่จา ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบ เหลือบเห็นที่คอมีรอยแผลเป็นทางยาว เธอจับไหล่เพื่อนถามว่าไปโดนอะไรมา เพื่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น นักศึกษาหญิงร้องกรี้ดแล้ววิ่งออกมาสลบตรงระเบียง พอฟื้นขึ้นมาก็มียามกับรุ่นพี่สองสามคนถามว่า ไม่รู้เหรอว่าวันนี้แลปงด เพราะเมื่อเช้ามีนักศึกษาในเซค รถคว่ำตาย เพื่อนเลยไปงานศพช่วงค่ำกันหมด สอบถามชื่อได้ความว่าคือพาร์ทเนอร์แลปของเธอนั่นเอง!!!

8. เงาดำ ณ ห้องแลปฯ

สำหรับเรื่องนี้ เป็นเรื่องเล่าของมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศไทย มีรุ่นพี่มาขู่ว่า ทำแลปดึกๆ ระวังจะเจอ? ก็เลยไม่กล้าอยู่ดึก แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ทำแลปจนดึก โดยรุ่นพี่คนนี้ เล่าให้ฟังว่ามีอยู่คืนนึงตอนประมาณสามสี่ทุ่ม ยังไม่ได้กลับบ้าน ในห้องทำงานของพี่จะมีทีวีที่ลิ้งค์กับกล้องวงจรที่ติดไว้ที่หน้าประตูทางเข้าของทุกชั้นของที่ภาควิชา พี่ก็เห็นเงาดำๆ เหมือนเป็นผู้ชายมายืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าชั้น 4 ของภาควิชา โดยประตูทุกชั้นของภาควิชาจะต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้า-ออก จึงคิดว่าอาจจะเป็นนิสิตรุ่นน้องลืมของไว้ แล้วจะกลับเข้ามาเอา เลยหวังดีจะไปเปิดประตูให้ แต่พอเดินไปที่ระเบียงทางเดินกลับไม่พบใคร อีกทั้งลิฟต์ก็ปิดแล้ว ถ้าจะเดินลงบันไดก็ต้องได้ยินเสียงคนเดินแต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องตัวเองอย่าง งงๆ

แต่เมื่อกลับที่โต๊ะก็พบว่ากล้องวงจรปิดยังจับภาพเงานั้นได้อยู่ พี่แกเลยตัดสินใจกรอภาพกลับไปก่อนหน้านี้ กล้องก็จับภาพตอนที่เขาเดินไปที่ประตูจริง พร้อมกับทำอาการเหมือนชะเง้อมองหาอะไรสักอย่าง พอไม่เจออะไรก็เดินกลับ แต่ว่าเงานั้นก็ยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูจนกระทั่งพี่คนนี้เดินกลับมา โดยที่ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นภาพเงาดังกล่าวเลยสักนิด วันรุ่งขึ้นก็รีบเอาฟิล์มให้หัวหน้าภาคดู หัวหน้าภาครีบนัดประชุมจัดวันทำบุญภาควิชาเป็นการด่วนกันเลยทีเดียว

9. ชั้น G ตึกศิลปกรรม

สำหรับเรื่องที่ฟังทีไรต้องขนลุกทุกที เป็นตำนานอันเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เคยเป็นเขตพระราชวังเก่า ก็คือเรื่อง “ชั้นใต้ดินของตึกศิลปกรรม” ว่ากันว่าที่ชั้น G ตึกศิลปกรรมหรือชั้นใต้ดินนั้น ในสมัยยังเป็นวัง ที่ตรงนี้คือคุกเก่าไว้ขังนักโทษ และในเวลาตอนกลางคืนยามที่ดูแลที่นี่มักจะได้ยินเสียงโซ่ลากตลอดเวลา เสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามขานักโทษ รวมถึงมีนักศึกษาคนหนึ่งเคยทำงานอยู่ใต้ตึกในเวลากลางคืน โดยนักศึกษาคนนั้นเขียนงานไปดูดบุหรี่ไปด้วย จนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยโบราณมาปรากฏให้ตนเองเห็น เพื่อเป็นการมาเตือนให้เลิกดูดบุหรี่ หรือบางคนก็เล่าว่า มีนักศึกษาคนที่มีสัมผัสซิกเซ้นส์ มาเรียนได้ไม่ถึงเทอมก็ลาออก เขาเล่าให้ฟังว่า “อยู่ไม่ได้เลย เพราะสถานที่แห่งนี้มีผีในวังเยอะมาก”

10. ตึกวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 8

เรื่องเล่าเรื่องสุดท้าย ที่หลอนไม่แพ้ที่อื่นเลย เป็นของสถาบันการศึกษาชื่อดังที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง มีกลุ่มนักศึกษาตั้งใจจะขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 8 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อสำรวจความน่ากลัวตามที่ร่ำลือกันมาว่ามีอาจารย์เสียชีวิตอยู่ในห้องดรอว์อิ้ง ขณะที่กำลังสำรวจนั้น อยู่ดีๆ ลิฟต์ก็เปิดออกและปิดในทันทีพร้อมกับขึ้นไปที่ชั้น 8 โดยที่ยังไม่มีใครกดลิฟต์ในชั้นใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนั้นเพื่อนทุกคนก็ถอยกรู ขนลุก ปรากฏว่าไม่มีใครอยากขึ้นไปอีกเลย… ทุกคนต่างๆ พยายามที่จะออกจากลิฟต์กันให้ได้

——————————

ปล. โปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่านด้วยนะจ๊ะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่เราก็ไม่ควรไปหลบหลู่นะ

อ่านบทความ เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย ทั้งหมดได้ที่ : http://campus.campus-star.com/actale