สกาย-วงศ์รวี หรือ โด่ง Side by Side กับการเรียนประวัติศาสตร์ในรั้วแม่โดม

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / สกาย-วงศ์รวี หรือ โด่ง Side by Side กับการเรียนประวัติศาสตร์ในรั้วแม่โดม

เข้าวงการจากบท “พละ” ในซีรีส์ฮอร์โมน 3 หลังจากนั้น สกาย-วงศ์รวี นทีธร ก็กลายเป็นขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ ล่าสุดกับผลงานใหม่ที่ท้าทายใน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ นอกจากนี้การเรียนก็เข้าไปเป็นขวัญใจชาวมอในคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ตามไปดูไลฟ์สไตล์การเรียนของสกายกันดีกว่า

สกาย-วงศ์รวี หรือ โด่ง Side by Side กับการเรียนในรั้วแม่โดม

อัพเดทผลงานสักนิด กับซีรีส์เรื่องที่ 3

ผมเข้าวงการมาด้วยความบังเอิญมาก ตอนแรกไม่คิดฝันว่าจะได้เข้าวงการนะ ไม่คิดว่าเราจะตอบตกลงตอนนั้น แต่ก็ดีใจที่ได้เข้ามา ทำให้เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีซีรีส์ใหม่ค่ายจีดีเอช และนาดาวบางกอก ทางช่อง GMM25 เรื่อง “Side by Side พี่น้องลูกขนไก่” เป็นเรื่องที่ 2 จากโปรเจกต์เอส เดอะซีรีส์ เกี่ยวกับกีฬาแบดมินตัน พลิกบทบาทเล่นเป็น “โด่ง” เด็กขี้อิจฉา ก็ปลุกความขี้อิจฉาในตัวผมขึ้นมา (หัวเราะ) ซึ่งแตกต่างจากทุกเรื่องที่เคยเล่นมา คาแรกเตอร์ก็โตขึ้น เพราะต้องมาดูแลพี่ “ยิม” ที่เป็นออทิสติก ที่รับบทโดยพี่ต่อ เล่นยาก ต้องมาปรับบุคลิกภาพตัวเองเยอะ แต่ก็อยากจะฝากให้ติดตามกันด้วย เพราะทีมงานทุกคนตั้งใจทำมันให้ออกมาดีที่สุด เชื่อว่าใครได้ดูจะยิ่งรักครอบครัวมากขึ้นแน่นอนครับ

งานมีพัฒนาการขึ้น การเรียนก็ก้าวไปอีกขั้น พูดถึงการเรียนตอนนี้หน่อย ทำไมเลือกเป็นเด็กศิลปศาสตร์ รั้วแม่โดม

ตอนนี้ขึ้นปี 2 คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เรียนที่ท่าพระจันทร์ ผมเลือกสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คือสอบตรงเข้าไปเลย เพราะรู้สึกสนใจเกี่ยวประวัติศาสตร์ สังคม ความเป็นมาของมนุษย์ว่ามีที่มาจากอดีตถึงปัจจุบันยังไงบ้าง ที่สำคัญคือไม่ชอบเลข แต่เรียนศิลป์-คำนวณมานะ คณะนี้ไม่มีเรียนเลข แต่ก็ยากตอนสอบข้อเขียนเข้าไป ต้องมีเขียนเรียงความให้ผู้ตรวจสนใจรายละเอียดดีเทลที่เราเขียน เลยต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น ตอนสอบสัมภาษณ์ก็ไม่ได้ยากมาก เจออาจารย์สัมภาษณ์แค่คนเดียว เขาอยากจะดูทัศนคติของเราที่มีต่อวิชาที่เรียนมากกว่า

ตอนแรกเข้าเป็นเฟรชชี่คงจะฮอตมากๆ เลย

รุ่นผมมีเกือบร้อยคนครับ แรกเข้าที่ต้องปรับตัวคือเรื่องสังคม เพราะผมเรียนสวนกุหลาบมาเป็นชายล้วน พอมาคุยกับผู้หญิง บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันแรงเกินไปสำหรับผู้หญิงหรือเปล่า (ยิ้ม) ก็ต้องปรับตัวนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็เริ่มสนิทได้หมด ในกลุ่มที่สนิทมีประมาณ 6-7 คน นิสัยคล้ายๆ กันเลยเข้ากันได้ ถามว่าแรกๆ ก็ดูเหมือนจะฮอตๆ หน่อย แต่พออยู่ไปสักพักเท่านั้นแหละ เริ่มเบื่อขี้หน้า อ๋อไอ้นั่นหรอ (หัวเราะ) สไตล์เด็กศิลปศาสตร์จะมีความคิดเป็นของตัวเองนะ ชอบคิด ชอบวิเคราะห์อะไรแบบนี้

เทคนิคการเรียนสไตล์สกาย

เข้ามาเรียนจริงๆ รู้สึกว่ายากกว่าที่คิดไว้ เพราะอย่างท่องจำก็ต้องจำให้ได้ทุกรายละเอียด ต้องมีการวิเคราะห์เรียงความ อย่างมีวิชาหนึ่งที่เวลาสอบ อาจารย์จะให้โจทย์มาล่วงหน้า TAKE HOME ไปทำ แล้วตอนสอบเขาก็จะเลือกมาแค่สามข้อให้เรา นี่ขณะเขาให้มาเตรียมตัวแล้ว ก็ยังยากมากๆ แล้วสำหรับผม ตอนนี้ก็ทำงานไปด้วย บางทีก็เลยไม่ได้เข้าทุกคลาส แต่ก็ใช้วิธีขอเลกเชอร์จากเพื่อน หรือให้เพื่อนติวให้ฟังบ้าง ส่วนวิชาที่มีเนื้อหาเยอะๆ เคยเรียนกวดวิชาสมัยประถมอาจารย์เขาจะมีให้จำเป็นรหัสลับ ตัวย่อตึ้ดๆๆ เราก็เลยลองเอามาอะแดป เวลาเข้าห้องสอบเราจะได้จำได้

ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย ที่จะหาไม่ได้จากที่ไหน

สิ่งที่ได้จากมหา’ลัยน่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ อย่างตอนมัธยมอาจารย์ก็ยังคอยตามงานเรา จี้ให้เราส่งงาน แต่พอเข้ามหา’ลัย ไม่มีอะไรที่จะยืนยันได้ว่าเราจะมีใครช่วย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมาก เราต้องรับผิดชอบตัวเอง แล้วมหา’ลัยทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น จากที่เราเคยเรียนวิชาสังคมแค่พื้นฐานตอนมัธยม พอได้มาเรียนคณะนี้ปีหนึ่ง เราก็ได้รู้เจาะลึกเกี่ยวกับสังคมมากขึ้น อย่างกรุงศรีอยุธยาแตกเพราะอะไร รู้ชื่อคนในประวัติศาสตร์ต่างๆ มันชี้เฉพาะ เก็บทุกดีเทล อีกอย่างที่ได้คือการวิเคราะห์ข่าว ตอนนี้เวลาอ่านข่าวอะไร เราก็จะรู้จักวิเคราะห์ข่าวนั้นในหัว ฝึกการตีความไปด้วยในตัว

เรื่องเกรียนๆ ที่สกายอยากทำในมหา’ลัย (ที่คิดว่าในชีวิตจริงคงไม่ได้ทำ)

กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ข้างท่าพระจันทร์นี่แหละ ผมเห็นสีมันค่อนข้างใกล้เคียงกับคลองแสนแสบ ก็อยากจะลองชิมรสชาติดูว่ามันจะดำปึ้ดปื๋ยแค่ไหน (ฮา)

อนาคตในอีก 4 ปีข้างหน้า

ตอนนี้อยากเรียนให้จบภายใน 4 ปี ก่อน (ฮา) อนาคตนอกเหนือจากงานในวงการ ก็สนใจอยากเป็นนักการฑูต หรือไม่ก็สจ๊วตครับ เหตุผลไม่มีอะไรมาก ผมอยากไปเที่ยว (ยิ้ม)

ไอดอลหน้าใส ฝากข้อคิดถึงชาวมอ

อยากจะฝากน้องๆ ทุกคน ที่เข้ามาปีหนึ่งก็อย่าเพิ่งหลงระเริงไป (หัวเราะ) เพราะเราจะต้องไปเจอกับประสบการณ์จริงที่มันโหดร้ายกว่าตอนมัธยมแน่ แต่ก็ขอแสดงความยินดีก่อนละกันที่ได้เข้ามาเรียนในรั้วมหา’ลัย ได้เติบโตขึ้นไปอีกก้าวหนึ่ง ก็ขอให้ตั้งใจให้มากขึ้น เพราะมันเป็นอนาคตของเรา เราเป็นคนกำหนดเอง ทำมันให้เต็มที่ครับ

 

ติดตามบทสัมภาษณ์สกายได้ในคอลัมน์ campus impart นิตยสาร campus star no.51

www.facebook.com/campusstars