อินเตอร์ในแบบเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นใหม่ สไตล์เฟ่อร์-มุกกี้ ดาวเดือนศิลปกรรม มธ.

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / อินเตอร์ในแบบเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นใหม่ สไตล์เฟ่อร์-มุกกี้ ดาวเดือนศิลปกรรม มธ.

หนุ่มสาวนักศึกษาสายเอนเตอร์เทนเนอร์ที่สนใจการเรียนด้านศิลปกรรมต่างๆ วันนี้เราจะพาไปฟังคำแนะนำจาก สองสาว ปี 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคอน ม.ธรรมศาสตร์ นำทีมโดยอดีตดาวสาวสวย เฟ่อร์-ไอศวรรฎา สังข์ศรี และอดีตเดือนสุดฮา มุกกี้-อณัศยา น้ำดอกไม้ อันเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกแตกต่างจากคณะอื่นๆ และไลฟ์สไตล์การเรียนบอกความเป็นตัวของตัวเองที่เด็กศิลปกรรมต้องมี

อินเตอร์ในแบบเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นใหม่ สไตล์เฟ่อร์-มุกกี้ ดาวเดือนศิลปกรรม มธ.

ไอเดียแรกที่อยากเข้ามาเรียน

มุกกี้ : ตอนม.ปลาย หนูได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา แล้วก็ได้อยู่ชมรมการแสดง พอได้แสดงละครเวทีที่โน่นก็ รู้สึกมีความสุขมาก กลับมาเลยคิดว่าอันนี้แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ ก็เลยมุ่งมั่นที่จะมาเรียนที่นี่ให้ได้

เฟ่อร์ : ก็ชอบการแสดงเหมือนกันค่ะ การได้แสดงออกทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แล้วจุดเด่นของการเรียนที่นี่ก็คือ มันมีให้เรียนหลากหลาย อย่างสาขาการละคอนก็จะแบ่งเอกออกไปอีก แล้วที่นี่ไม่ได้ฟิกซ์ว่าจะต้องเรียนสาขานี้ เอกนี้เท่านั้น เราสามารถเรียนกี่เอกก็ได้ พอเราได้เรียนหลายเอกก็ทำให้เราได้รู้ว่าเราถนัดทางด้านไหนเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็เลยรู้ว่าเราชอบทางด้านออกแบบเสื้อผ้าในละครเวที

ความแฮปปี้ของสองสาวเมื่อได้มาเรียนศิลปกรรม

มุกกี้ : แฮปปี้มีความสุขมากๆ ค่ะ หนูได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ทำงานที่เราชอบจริงๆ แล้วก็ทำได้ดีด้วย ก็เลือกเอกคอสตูมดีไซเนอร์ ซึ่งก็รู้สึกมีความสุขเวลาที่เราได้ออกแบบชุดให้คนใส่ แล้วเขาแฮปปี้กับชุดที่หนูทำ เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เขาเข้าถึงตัวละครด้วย อย่างวิชาการละคอนเด็กก็ชอบเหมือนกัน ได้เห็นฟีดแบ็กจากเด็กๆ จริงๆ มันเหมือนเป็นพลังจากคนดูที่ทำให้เรามีความสุขที่จะแสดงมันต่อไป

เฟ่อร์ : ถามว่าเรียนหนักมั้ย ด้วยความเป็นศิลปกรรม มันเป็นศาสตร์ทางศิลปะ คือมันก็หนักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมหา’ลัยที่ไหน มันหนักแต่มันก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่มันได้มา มันสนุกตรงได้ปฎิบัติ หนูจะถนัดปฎิบัติมากกว่าทฤษฎี รู้สึกสนุกเวลาได้ลงมือทำจริงมากกว่า ไม่ถนัดการเขียน การเรียงคำเท่าไหร่ แต่คณะนี้ก็เปิดสอนวิชาวิเคราะห์บท การเขียนบท ให้เราฝึกพัฒนาการเรียบเรียงคำให้ดีขึ้นได้

วิชาแอกติ้ง วิชาหินสุดๆ ของสาขาการละคอน

มุกกี้ :  วิชาแอกติ้งเป็นวิชาที่หินมากๆ เพราะครูบอกว่าการที่จะแสดงเป็นคนอื่นได้ เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีที่สุดก่อน แต่หลายคนสร้างกรอบของตัวเองขึ้นมา การที่เราจะเคาะกำแพงพวกนั้นออกไป การที่เราจะหาตัวเองให้เจอจริงๆ มันยากมาก ยอมรับเลยว่าเป็นวิชาที่โหดมาก แต่มันก็ให้อะไรกับเราเยอะมาก มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเราเป็นคนยังไง เราต้องการอะไรในชีวิตเรา เหมือนตัวละครทุกตัวที่มีจุดมุ่งหมายอยู่ในตัว แล้วพอเราต้องไปแสดงเป็นอีกคนหนึ่ง ในการแสดงละครเวทีมันก็ซ้อมหนัก เราต้องทำทุกอย่าง ต้องเล่นเหมือนกันทุกวัน 3-4 เดือน ก็มีเหนื่อยท้อ แต่พอเราต้องออกไปหน้าเวทีซึ่งเป็นอะไรที่สดใหม่ ก็ต้องทำทุกวันให้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น ทำตัวเองให้เฟรชอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ข้างหน้าออกมาเป็น Performance ที่ดีที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงจาก 4 ปีที่ได้มาเรียนคณะนี้

มุกกี้ : มีความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ตอนแรกก่อนจะได้มาเรียนแอกติ้ง หนูจะไม่ได้เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้ หนูพยายามทำให้คนอื่นรักเราชอบเราโดยการเป็นตัวตลกของคนโน้นคนนี้ แต่พอได้เรียนวิชานี้ปุ๊บ เรารู้เลยว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบเราได้ เพราะฉะนั้น เราต้องจริงใจกับความรู้สึกของตัวเองก่อน ตอนนี้ก็รู้สึกตัวเองโตขึ้น เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ทำให้เราเป็นมนุษย์จริงๆ รู้ว่าเรามีจุดมุ่งหมายอะไร

เฟ่อร์ : คณะนี้สอนหนูเรื่องการตรงต่อเวลา เมื่อก่อนหนูไม่ได้เป็นคนตรงต่อเวลาขนาดนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าเราจะทำอะไรในชีวิตประจำวัน ถ้าเราตรงต่อเวลามันก็ทำให้งานเราพัฒนาต่อไปได้

เทคนิคการเรียนในแบบสาวเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นใหม่

มุกกี้ : ก็ต้องฝึกซ้อมให้หนัก คณะศิลปกรรมเรียกได้ว่าเป็นคณะที่นอนน้อยมากๆ เพราะหนึ่ง งานไม่ใช่แค่อ่านหนังสือแล้วก็เสร็จ แต่มันต้องซ้อมให้เกิดความสมบูรณ์แบบบนเวที งานทุกอย่างไม่ใช่แค่แสดง มันมีองค์ประกอบทั้งแสงสีเสียง ก็ต้องซ้อมให้มากให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด อีกอย่างคือฝึกเรื่องการครีเอทความคิด ที่จะเป็นจุดเด่นของเราเอง เพราะสมัยนี้เราอาจไม่สามารถคิดสูตรต่างๆ หรือคิดเลขทันคอมฯ ได้ แต่สิ่งที่คอมฯ ไม่สามารถเอาไปจากเราได้คือความคิดสร้างสรรค์ค่ะ

นิยามสุดแนวบอกความเป็นเด็กศิลปกรรม

มุกกี้ : ความเป็นตัวของตัวเอง จริงใจกับความรู้สึก ชอบก็ทำ ไม่ชอบอะไรก็ไม่ทำ ไม่ฝืนความรู้สึกตัวเอง แต่ที่สำคัญคือต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

เฟ่อร์ : เด็กคณะเรามีโลกส่วนตัวสูงนะ แต่มันก็ไม่ได้สูงเกินความจำเป็นอะ แต่ละคนก็มีความถนัดในแบบของตัวเอง แล้วถ้าเด็กคณะนี้ชอบทำอะไร เขาก็มุ่งทำสิ่งนั้นแบบสุดโต่งไปเลย แบบต้องทำให้ได้ ต้องได้ลองทำก่อน

ความเฮฮาในแบบชาวแก๊งค์

มุกกี้-เฟ่อร์ : คณะนี้เป็นคณะที่สนุกสนาน ชอบใช้เสียงดังมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทุกคนจะมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง อยู่กับเพื่อนก็เฮฮา ไม่เครียด จะมีเครียดเรื่องงานอย่างเดียว ที่ร้องไห้ บางทีไปไม่ไหวตัน พอเราสตั๊นท์ปุ๊บเราจะต้องชวนกันออกไปหา INSPIRATION หาที่เที่ยวบ้าง แต่เด็กคณะนี้จะเก่งเรื่องเที่ยวกับ เรื่องเรียนให้ได้ดีทำควบคู่กันไปได้ ซึ่งสำคัญมากในการใช้ชีวิตในมหา’ลัย ส่วนคำพูดติดปากช่วงนี้ คงเป็นคำว่า “พี่สาว” เจอหน้าก็จะชอบเรียกกันว่าพี่สาว ไม่รู้เรียกทำไมทั้งๆ ที่เป็นรุ่นเดียวกัน (หัวเราะ)

ฝากถึงน้องๆ ชาวศิลปกรรมรุ่นต่อไป

มุกกี้ :  ฝากถึงน้องๆ ที่มีความฝัน อยากให้หาว่าอะไรคือความสุขของหนู แล้วก็เรียนตามความสุขของหนูเลย ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นด้านละคร แต่คือถ้าคนที่อยากหา Meaning of Life อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ละครก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองได้ พอเราช่วยตัวเองได้ แล้วเราก็อยากออกไปช่วยคนอื่นด้วยเหมือนกัน ก็อยากให้น้องๆ มาลองเรียนดู คณะนี้น่าอยู่มากๆ เราจะได้มิตรภาพจากเพื่อนๆ ที่ช่วยเหลือกันตลอด และอาจารย์ที่นี่น่ารักและเป็นกันเองมากๆ ค่ะ

ติดตามได้ในคอลัมน์ about campus นิตยสาร campus star no.55

www.facebook.com/campusstar