การเลือกตั้ง นักการเมือง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

เปิดประวัติการศึกษา มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ม้ามืดแคนดิเดตนายกฯ

Home / วาไรตี้ / เปิดประวัติการศึกษา มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ม้ามืดแคนดิเดตนายกฯ

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ แคนดิเดตนายกที่ถือเป็นม้ามืด เปิดตัวทีหลังแต่ตอนนี้ได้รับกระแสความสนใจจากคนรุ่นใหม่ไม่น้อยเลย ทั้งนโยบายพรรคที่สวนทางกับพรรคใหญ่ ๆ และสื่อถึงการคิดนอกกรอบ ด้วยการใช้เพลงแร็ปเล่านโยบายพรรค เขาเป็นใคร เคยมีผลงานอะไร จบการศึกษาจากที่ไหน ลองไปทำความรู้จักกับเขากันค่ะ

ประวัติการศึกษา+ทำงาน #ลุงมิ่งใจดี

หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ แคนดิเดตนายกที่ถือเป็นม้ามืด ได้รับความสนใจจากนโยบายพรรค และประสบการณ์การทำงาน

EDUCATION

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 3 คน จบการศึกษาระดับมัธยม จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่ “บิ๊กตู่” หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทยได้เข้าเรียน จากนั้นได้สำเร็จการศึกษารับปริญญา นิติศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  อีกทั้งยังได้ประกาศนียบัตร หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง จากโรงเรียนวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา (The Wharton School of The University of Pennsylvania) ด้วย

WORK

 โตโยต้า : ข้ามขั้นจากผู้จัดการฝ่าย ขึ้นเป็นผู้อำนวยการทันที

นายมิ่งขวัญ เริ่มเข้าทำงาน เป็นพนักงานฝ่ายขาย กับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ต่อมาเลื่อนขึ้นไปอยู่แผนกการตลาด, แผนกประชาสัมพันธ์ โฆษณา, สื่อสารองค์กร จนกระทั่งได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และยังเป็น เลขานุการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย โดยกล่าวกันว่า นายมิ่งขวัญเป็นพนักงานคนเดียว ในบรรดาพนักงาน 70,000 คนของเครือโตโยต้าทั้งหมด ที่สามารถข้ามขั้น จากผู้จัดการฝ่าย ขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการทันที โดยมิได้เป็นไปตามจารีตการบริหารแบบญี่ปุ่น ( คือต้องเลื่อนขั้นโดยการเรียงตามลำดับอาวุโส และชั้นงาน)

POLITICAL

เส้นทางการเมือง : เริ่มจากเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายมิ่งขวัญ มีโอกาสเข้าช่วยงาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีทางเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และเป็นผู้ริเริ่มการประชาสัมพันธ์งาน เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์, เทศกาลตรุษจีนไชนาทาวน์เยาวราช และ เทศกาลดนตรีพัทยา เป็นต้น

WORK

เปลี่ยนแปลง แดนสนธยา : ให้เป็น โมเดิร์นไนน์ทีวี สถานีโทรทัศน์แห่งความทันสมัย

นายมิ่งขวัญได้รับเลือก ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) เขาได้เริ่มงานด้วยการเข้าไปเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. จากยุคเดิมที่เป็นแดนสนธยา เปลี่ยนแปลงปรับโฉมใหม่ให้เป็น “สถานีโทรทัศน์แห่งความทันสมัย โมเดิร์นไนน์ทีวี”จนนำไปสู่การแปรรูป อ.ส.ม.ท.จากองค์การภาครัฐ ไปเป็นบริษัทของรัฐ ภายใต้ชื่อ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

ปรับรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ออกจากผัง

ทั้งนี้ ระหว่างการบริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายมิ่งขวัญ เคยปรับรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในทำนองกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ออกจากผังรายการ

เกิดรัฐประหาร – มิ่งขวัญลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ทางไกลจากต่างประเทศ ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เพื่อดำเนินการกับคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ในที่สุด การรัฐประหารก็เป็นผลสำเร็จ นายมิ่งขวัญ จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พร้อมกับคณะกรรมการทั้งชุด ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549

POLITICAL AGAIN

ปี 2550 กลับสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้ง 

  • ในปี พ.ศ. 2550 พรรคพลังประชาชน ทาบทามนายมิ่งขวัญให้เป็น หัวหน้าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นายมิ่งขวัญ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ระบบสัดส่วน เขต 6 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เข้ารับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีคณะที่ 57 ของไทย
  • 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ปรับคณะรัฐมนตรี ให้นายมิ่งขวัญดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน
  • 9 กันยายน พ.ศ. 2551 นายมิ่งขวัญพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง
  • 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน นายมิ่งขวัญจึงย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2554 นายมิ่งขวัญ ได้รับความไว้วางใจจากทักษิณให้ทำหน้าที่เป็น “ผู้นำ” อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มิ่งขวัญได้ประกาศกลางสภาผู้แทนราษฎรเสนอตัวเป็น นายกรัฐมนตรคนที่ 28
  • 18 ธันวาคม ปี 2556 นายมิ่งขวัญ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ยืนยันว่ายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรค แม้ว่าความเห็นทางการเมืองของเขากับพรรคจะไม่ตรงกันบ้างแต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกันและเว้นวรรคทางการเมืองไปหลายปี
  • พ.ศ. 2562 มิ่งขวัญกลับมาเข้ามาเล่นการเมืองอีกครั้ง ในฐานะหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ พร้อมได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคชื่อเดียว

แร็ปเล่านโยบายพรรคเศรษฐกิจใหม่ เอาใจวัยรุ่น First Voters

ที่บอกว่าเป็นม้ามืดเพราะกระแสตอบรับดีแม้มาทีหลัง โดยคุณมิ่งขวัญเน้นหาเสียงเสนอนโยบายอย่างเดียว ไม่มีการโจมตีใคร อีกทั้งนโยบายหลาย ๆ อย่าง ยังสวนทางกับหลายพรรคใหญ่ ที่โดนใจหลาย ๆ คน เช่น หารายได้เข้าประเทศทุกทิศทุกทาง  สร้างคนรวยจากเศรษฐกิจใหม่, ตรึงค่าแรงขั้นต่ำ เพราะหวั่นเงินเฟ้อ, ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า, ส่งบันเทิงไทยไปตลาดโลกเพราะมีความเชื่อมั่นว่าดาราวัยรุ่นไทยหน้าตาดีมีความสามารถ, ให้ไทยเป็นเมืองปลอดภาษีอันดับ 1 ของโลก ล้วนโดนใจวัยรุ่นจนสร้างแฮทแท็ก #ลุงมิ่งใจดี นอกจากนี้ลุงมิ่งยังเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นจากการคิดนอกกรอบ ด้วยการเล่านโยบายของพรรคเศรษฐกิจใหม่ผ่านเพลงแร็ป เป็นการเอาใจ First Voters

ขอบคุณภาพจาก : MINGKWANSANGSUWAN9, MThai

บทความแนะนำ