สุดเจ๋ง! 5 ประเทศ ที่เปิดหลักสูตรสอนเรื่องเพศศึกษา อย่างจริงจัง

Home / ข่าวการศึกษา / สุดเจ๋ง! 5 ประเทศ ที่เปิดหลักสูตรสอนเรื่องเพศศึกษา อย่างจริงจัง

บางคนอาจจะมองว่าการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องที่น่าอายหรือเรื่องไกลตัว แต่รู้ไหมว่าการที่เราไม่ยอมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอย่างมากมาย เพราะเด็กๆ อาจจะเข้าใจเรื่องนี้กันในแบบผิดๆ ก็จะทำให้เกิดปัญหาท้องก่อนวัยอันควร ติดเชื้อ HIV หรือเป็นโรคเอดส์ได้ ดังนั้นวันนี้เราจึง 5 ประเทศที่เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาอย่างจริงจังมาฝากกัน แถมในแต่ละประเทศยังได้มีไอเดียการสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ทั้งในรูปแบบเรียนผ่านแอพพลิเคชัน เรียนเข้าคู่ไปกับการเล่นกีฬา ฯลฯ

5 ประเทศ ที่เปิดหลักสูตรสอนเรื่องเพศศึกษา อย่างจริงจัง

เรื่องเพศศึกษา

1. การเรียนเพศศึกษากับฟุตบอล : แอฟริกา

ในแอฟริกาการเรียนหลักสูตรเพศศึกษาไม่ได้มีในเฉพาะห้องเรียนเท่านั้น เพราะได้มีการก่อตั้งองค์กรที่มีชื่อว่า “Grassroots Soccer” ขึ้นมาอีกด้วย เพื่อเป็นการมุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านเพศศึกษาและการป้องกันเชื้อ HIV แก่เด็กวัยรุ่นที่มีอายุ 12-18 ปี ภายใต้คำขวัญที่ว่า “พลังแห่งฟุตบอลต้านภัยเอดส์ และ เชื้อ HIV”

ซึ่งโครงการที่องค์กรนี้จัดขึ้นได้แก่ การเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล เริ่มสอนตั้งแต่การเลี้ยงลูกบอลหลบกรวย โดยการแบ่งออกเป็นทีม หากทีมไหนเลี้ยงลูกบอลหลบกรวยไม่ได้ ก็จะต้องถูกทำโทษโดยการวิดพื้น พอทุกคนได้ยินแบบนี้แล้ว อาจจะคิดว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องเพศศึกษาตรงไหน แต่ที่จริงแล้วกรวยในการเล่นฟุตบอลนั้นหมายถึงความเสี่ยงที่เราต้องเจอจากโรคเอดส์หรือ HIV ทั้งจากการเสพยาเสพติด, การไม่คุมกำเนิด, การเปลี่ยนคู่นอนที่บ่อยจนเกินไป, มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ฯลฯ ปัจจุบันมีเด็กๆ ในแอฟริกาเข้าร่วมโครงการ Grassroots Soccer กว่า 1.8 ล้านคนใน 45 ประเทศในทวีปแอฟริกา

2. เรียนรู้การปฏิเสธในเรื่องเพศศึกษา “Just say no” : สหราชอาณาจักร

สำหรับสหราชอาณาจักรเมืองผู้ดีเก่านั้น ได้มีโครงการที่จะนำเรื่องเพศศึกษามาเพิ่มลงในหลักสูตรการเรียน โดยในตอนแรกที่โครงการนี้ถูกนำเสนอขึ้นมาก็ต้องเจอเสียงคัดค้านอย่างมากมายจากผู้ปกครอง โครงการนี้จะเริ่มสอนตั้งแต่เด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 11 ปี ถึงแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านมากเท่าใดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เหล่าคุณครูยอมเปลี่ยนใจเลย เพราะด้วยสถิติอาญากรรมช่วงหลังๆ ในปี 2014-2015 ที่ผ่านมาได้มีอัตตราสูงมากขึ้นเรื่อยๆ (มีรายงานออกมาว่ามีเด็กๆ ชาวอังกฤษและเวลส์ถูกสวนลามมมากกว่า 7,000 คน และอีกกว่า 4,000 คนถูกข่มขืน)

จึงทำให้คุณครูทั้งหลายต่างตัดสินใจที่จะเปิดสอนหลักสูตรเพศศึกษา โดยมีวิธีการสอนที่แยบยลมากๆ คือให้เด็กๆ เรียนรู้ไปในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ได้รับความรู้อย่างเต็มที่ไปเลย เช่น ให้เด็กๆ จับคู่ทำกิจกรรม โดยให้ฝ่ายหนึ่งค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่าย จนรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังโดยคุกคาม ให้ลุกขึ้นหนีแล้วพูดว่า “ไม่” เพื่อเป็นการให้เด็กๆ ได้รู้ถึงวิธีการปฏิสเธได้อย่างถูกต้อง

3. เรียนรู้เรื่อง cyberbully : ประเทศแคนนาดา

รัฐออนแทรีโอ (Ontario) ในประเทศแคนนาดา มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษามานานแล้ว ตั้งแต่ปี 1988 หรือประมาณ 28 ปีมาแล้ว และได้มีการปรับปรุงระบบการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ใหม่ในปี 2015 ซึ่งจะเริ่มเรียนตั้งแต่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งในหลักสูตรนี้เด็กๆ จะเรียนเรื่อง ควาหลากหลายทางเพศ เพื่อให้เด็กๆ ได้เปิดใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมยังเปิดโอกาสให้ค้นหาตัวเอง นอกจากนี้ยังสอนให้ใเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง เช่น วิธีการรับมือพวกลามก สอนให้เด็กๆ ไม่โพสต์รูปภาพหรือข้อมูลส่วนตัวลงบนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

4. เรียนเรื่องเพศศึกษาผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ : ประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้วยความที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ค่อนข้างใหญ่ และมีรัฐในการปกครองอยู่มากมายหลายรัฐด้วยกัน จึงต้องมีการเรียนการสอนในเรื่องเพศศึกษาอย่างจริงจัง โดยในการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาผ่านทางแอพพลิเคชันนั้นเกิดขึ้นมาจาก นักศึกษามหาวิทยาลัยในรัฐเทนเนสซี สหรัฐฯ ที่ได้จับมือกันสร้างแอพพลิชัน Juicebox โดยมีเป้าหมายให้นักเรียน นักศึกษาทุกคนสามารถเข้ามาปรึกษาหรือขอคำแนะนำเรื่องเพศได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องแสดงตัวตน

5. ชวนคุณแม่มาเรียนด้วยกันเลย : ประเทศจีน

ในฝั่งเอเชียบ้านเราก็มีการเปิดสอนเหมือนกัน นั่นก็คือประเทศจีน แต่ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครที่ไหนนั้นก็คือ หลักสูตรของจีนเปิดโอกาสให้นักเรียนพาคุณแม่มาเรียนด้วยกันได้ โดยหลักสูตรนี้มีนางพยาบาลที่มีชื่อว่า “โจวหลี่” เป็นคนจัดตั้งขึ้นมา เพราะเธอคิดว่าครอบครัวชาวจีนชอบคิดกันว่าเรื่องเพศเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ซึ่งนั้นจะทำให้เด็กๆ เกิดความเข้าใจผิดเรื่องของเพศศึกษา และเวลามีเรื่องอะไรก็จะทำให้เก็บเอาไว้ ไม่ยอมปรึกษาใคร จนสุดท้ายก็เกิดปัญหาขึ้นมาในที่สุด จึงทำให้ต้องเชิญคุณแม่ไปเรียนพร้อมๆ กับลูกในคาบเรียนเลย ซึ่งการสอนของที่นี้ก็จะตรงไปตรงมาสอนให้เรารู้ถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้อง รู้จักการป้องกัน ฯลฯ

——————————————–

ที่มา :
www.globalcitizen.org
www.bustle.com
www.mtv.com

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้