6 เรื่องเล่าผี ม.ขอนแก่น

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / 6 เรื่องเล่าผี ม.ขอนแก่น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใครหลายๆ คน ฝันที่อยากจะเข้าศึกษาต่อ เพราะที่นี้มีการเปิดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์… และเพื่อนๆ เคยได้ยินไหมว่า ที่ไหนยิ่งมีความเก่าแก่มาก ที่นั้นย่อมมีเรื่องเล่าชวนขนหัวลุกอยู่ด้วย ที่ม.ขอนแก่นเองก็เช่นกัน กับ 6 เรื่องเล่าผี จะน่ากลัวขนาดไหน ไปพิสูจน์กันเลย

รวม 6 เรื่องเล่าผีชวนหลอน มข.

ตำนานสะพานขาว

เรื่องที่ 1

สะพานขาวตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตภาคอีสานโดยรอบเป็นป่าทั้งหมด ช่วงหน้าหนาวอากาศจะเย็นมากเพราะมีต้นไม้เยอะมาก แต่ก่อนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนี้เป็นที่อยู่ของพวกคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีการรบกันระหว่างคอมมิวนิสต์กับตำรวจทหาร ทำให้คอมมิวนิสต์ตายเป็นจำนวนมาก ศพไม่มีที่เผาจึงทำการฝัง จากนั้นมีการก่อตั้งมหาลัยเกิดขึ้น มีการสร้างถนนตัดผ่านช่วงหลุมฝังศพของคอมมิวนิสต์ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง และมีคนตายเป็นจำนวนมาก มีช่วงหนึ่งที่มหาลัยดังมาก คือช่วงหนุ่มสาวคู่หนึ่งขับรถมอไซค์มาด้วยความเร็วมีใครไม่รู้เอาลวดสลิงไป ขึงช่วงกลางสะพาน ทำให้คอผู้หญิงคนนั้นขาดแต่ผู้ชายยังไม่รู้ตัวว่าแฟนของตนตายแล้ว เพราะตนยังก้มหน้าขับรถ แบบคนขับรถเร็ว ทำให้ไม่โดนสลิง เมื่อขับไปถึงปั้มน้ำมันพอจะลงจากรถจึงเห็นแฟนตัวเองคอขาด..

จากนั้นก็มีอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นบนสะพานขาว จึงมีการอันเชิญซินแสมาทำพิธี ซินแสจึงบอกว่า ให้ทำการสร้างเสาสะพานขึ้นเพื่อเป็นการไม่เหยียบหลุมศพซึ่งเป็นการลบหลู่ จึงเกิดเป็นตำนานสะพานขาวเกิดขึ้นนั่นเอง และยังไม่หมดแค่นั้นเพราะได้มีเรื่องเล่าต่างๆ เกิดขึ้นตามอีกหลายเรื่อง…. ทั้งเรื่องมีชายคนหนึ่งขับรถเข้าไปใน ม. ตอนดึก ประมาณเที่ยงคืน ตี 1 ประมาณนี้แหละ

เขาเปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วย เส้นทางที่จะเข้าไป ม. ต้องผ่านสะพานขาว พอใกล้ๆ สะพานขาว วิทยุเขาก็ดับไปเฉยๆ เขาก็เลยปิดวิทยุ แล้วลองเปิดใหม่ เสียงเพลงที่ได้ยิน คือ ธรณีกรรแสง ใครเล่นตลกอะไรนี่ เขาเลยปิดวิทยุไปเสียเลย เพื่อตัดปัญหา รถก็วิ่งไปเรื่อยๆ แสงไฟหน้ารถส่องไปทางข้างหน้า เขาเห็นคนสองคนเดินอยู่ไม่ไกลมากนัก แล้วเสียงเพลงธรณีกรรแสงก็ดังขึ้นมาอีก ก่อนที่รถเขาจะวิ่งถึงคนทั้งสอง เครื่องยนต์ก็ดับ เขาเลยจอดรถเสียงเพลงยังดังอยู่.. และพอสองคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เขาก็เห็น ผู้ชายไม่มีแขน ส่วนผู้หญิงหิ้วหัวตัวเองอยู่ ทั้งคู่ยิ้มให้เขา (คนหรือผี) ทั้งสองเป็นใคร? ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ (เล่าไปขนลุก)

และก็มีเรื่อง เล่าอีกว่า เมื่อประมาณ 20 กว่าปีผ่านมาแล้ว สมัยนั้นมหาลัยมีสภาพเป็นป่าอยู่มาก และมีนักศีกษาอยู่น้อย (ปัจจุบันมี 16 คณะ นักศึกษาประมาณ 2 หมื่นคน) ได้มีหนุ่มคณะวิศวะคนหนึ่ง มีแฟนที่รักกันมากเป็นสาวคณะพยาบาล ขี่มอเตอร์ไซค์มารับแฟนที่หอพักเป็นประจำ และกลับหอพักทางสะพานขาวดึกๆ ทุกวัน

มีอยู่คืนหนึ่ง ฝ่ายชายขับมอเตอร์ไซค์มารับแฟนที่หอพักไปเที่ยวในเมือง มีผู้ร้ายจ้องจะ ชิงทรัพย์ ทั้งคู่ถูกปล้น และตายทั้งคู่ (น่าจะเป็นเพราะผู้ร้ายขึงลวดสลิงไว้ ทั้งคู่จึงมีสภาพเช่นนั้น) เพราะเป็นการตายแบบที่เรียกกันว่า “ตายโหง” และสภาพการตายที่น่าอนาถ วิญญาณจึงเฮี้ยนมาก วิญญาณของทั้งคู่วนเวียนหลอกหลอนนักศึกษา และผู้คนทั่วไปที่ขับรถผ่านสะพานขาวเป็นประจำ ทางมหาลัยจึงได้ทำพิธีกรรม อัญเชิญอัฐิของทั้งคู่ฝังไว้ในเสาสะพาน โดยแยกไว้คนละด้านภายหลังมีพิธีรับน้องใหม่ โดยกลางดึกให้เฟรชชี่จับคู่ นับเสาสะพานมาจากคนละด้าน จะนับได้ไม่เท่ากัน และว่ากันว่าถ้ากลั้นหายใจระหว่างที่นั่งรถข้ามสะพานไปจนสุดสะพานได้ โดยที่ไม่ผ่อนลมหายใจ จะอธิษฐานขอพรอะไรก็ได้

เรื่องหลอนๆ ของนักศึกษาแพทย์

เรื่องที่ 2 มีนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งขึ้นลิฟท์ที่โรงบาลศรีตอนกลางคืน ในลิฟท์มีนักศึกษาแพทย์กับลุงอีกคน พอลิฟท์ลงไปเรื่อยๆ ลิฟท์ก็เปิด มีผู้หญิงแก่ถือไม้เท้ากำลังเดินมาที่ลิฟท์ แต่นักศึกษาแพทย์กลับรีบกดปิดลิฟท์ ลุงที่ขึ้นมาด้วยเลยถามอย่างตกใจว่า “ปิดทำไมไม่เห็นคุณยายหรอ” นักศึกษาแพทย์บอกลุงว่า “ลุงไม่เห็นหรอ ที่มือของยายแกมีด้ายแดงอยู่” (คนที่มีด้ายแดงก็คืออาจารย์ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว) ลุงแกเลยบอกว่า “แบบนี้หรือเปล่า” พร้อมกับชูแขนให้ดู… โดนแล้วล่ะ!!

เรื่องที่ 3 เรื่องมันก็เกิดขึ้น เพราะนักศึกษาแพทย์ฟังเรื่องเล่ามาจากรุ่นพี่ ว่าชั้น 4 ของคณะมีผี แต่ก็ไม่เชื่อเลยไปพิสูจน์แต่ไม่มีใครเป็นเพื่อน เพราะกลัว นักศึกษาปี 1 คนนี้ก็เลยไปทีล่ะห้องแล้วทำทุกวิธีที่เห็นผีได้ ทั้งมองลอดหว่างขา ตัดเล็บ ฯลฯ ทำห้องแล้วห้องเล่าก็ไม่เห็น ก็เลยเบื่อจึงเดินไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา ด้วยความเจ็บใจเลยทำหน้าตาทะเล้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่กระจก วันต่อมาชายคนนี้ได้เดินไปหาเพื่อน แล้วเล่าให้เพื่อนฟัง จนมาถึงเรื่องห้องน้ำ เพื่อนเค้าเลยบอกว่า นายโดนแล้วล่ะเพราะห้องน้ำชั้น 4 ไม่มีกระจก…..? แล้วคนที่เห็นในกระจกนั่นเป็นใคร?

เฟรชชี่ผู้โชคดี

เรื่องที่ 4 มีรุ่นน้องเฟรชชี่ กาลพฤกษ์ 43 เอ็นท์ติดคณะหนึ่งที่มข. แล้วเดินทางจากต่างจังหวัด เพื่อมาสัมภาษณ์พร้อมกับพ่อ-แม่ แต่เดินทางมาถึงกลางดึก แล้วไม่มีที่พัก โชคดีที่มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งมาเห็น และอาสาพาน้องเฟรชชี่มาพักที่หอพักใกล้โรงชาย (แต่เป็นหอร้างที่ไม่ได้ใช้นานแล้ว) พ่อกับแม่พอเห็นว่ามีพี่ดูแลก็วางใจ พอเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนหอแล้ว พ่อกับแม่น้องก็กลับ รุ่นพี่จัดที่นอนให้น้อง แล้วขอตัวลงไปทำธุระปล่อยให้น้องนอนพักอยู่คนเดียว พอน้องเฟรชชี่คนนี้ตื่นขึ้นมาวันรุ่นขึ้นกลับพบว่าห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยฝุ่น และใยแมงมุม เมื่อลงมาจกหอ และเห็นสภาพของหอน้องแทบจะเป็นลมเลยทีเดียว เพราะสภาพหอพักชายแห่งนี้ดูเหมือนจะร้างมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีได้แล้ว

เรื่องเล่าหอ 9 หลัง

เรื่องที่ 5 เรื่องหลอนในรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น บริเวณป่ารกข้างหอ 9 หลัง เป็นจุดที่ไม่มีใครกล้าผ่าน เพราะมีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลยเหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อจึงหันไปดูก็เห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้

คุณยายไฮสปีด

เรื่องที่ 6 แถวปั๊มปตท มีผู้หญิงแก่ๆ ชอบมาวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์ ตอนแรกยืนจะอยู่ตรงแถวๆ สามแยก เหมือนจะโบกมือเรียก แต่ถ้าเพื่อนๆ ผ่านเธอไป สักพักเธอก็เดินตาม และถ้าบิดคันเร่งจะหนี เธอเริ่มวิ่งตามเลย งานนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ดีแหงๆ บิดคันเร่งมิดเลย (ทางจะไปหอเก้าหลัง) เล่นวิ่งตามเกือบทันรถด้วย และที่น่าแปลกก็คือเวลาที่วิ่งผ่านตรงที่มืดๆ จะเห็นว่าเธอวิ่งตาม แต่พออยู่ตรงเสาไฟสว่างๆ เธอก็จะหายไป เห็นๆ หายๆ (เค้าเรียก คุณยายไฮสปีดค่ะ แกวิ่งตามแต่มอเตอร์ไซค์ ส่วนรถยนต์แกจะขึ้นมานั่งเลย)

ปล… มีคนเจอแถวๆ โลตัสด้วยนะ ตอนดึกๆ ก็อย่าไปกัน แล้วคุณจะเห็นผู้หญิงผมยาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์คุณอยู่ก็ได้

ที่มา : https://blog.eduzones.com/saifa/40683

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้