เรื่องเล่าน่ารู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตต่างๆ

Home / เรื่องเล่ามหาวิทยาลัย / เรื่องเล่าน่ารู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตต่างๆ

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา สู่ดินแดนภาคใต้เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของท้องถิ่นและเพื่อการสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาค และนอกจากนี้ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขตในภาคใต้ เพื่อขยายโอกาสการศึกษาได้อย่างทั่วถึงในทุกๆ จังหวัดอีกด้วย กระทู้นี้เราจึงขอรวบรวมเรื่องน่ารู้ของวิทยาเขตต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมาฝากกันค่ะ

รวมมาให้อ่านกัน! เรื่องน่ารู้ ม.สงขลานครินทร์

ข้อมูลทั่วไปของมหาวิทยาลัย

– เด็กมออื่นชอบถามเด็กมอนี้ว่า ทำไมชื่อย่อมหาลัยถึงเป็น “ม.อ.” ทั้งที่ชื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพราะมหาลัยใช้นามย่อของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร มาตั้ง “สงขลานครินทร์” เป็นพระยศของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกส่วน “มหิดล” เป็นพระนามของพระองค์ท่าน จึงย่อตัว “อ” ในพระนามท่านนั่นเอง

– ชื่อภาษาอังกฤษคือ Prince of Songkla University แปลว่า “มหาวิทยาลัย เจ้าชายแห่งสงขลา”

– วันคล้ายทิวงคตของพระองค์ท่านคือ วันที่ 24 กันยายนของทุกปี เป็น “วันมหิดล” นักศึกษาทั้ง 2 มหาวิทยาลัยและบุคคลกรทางการแพทย์ถือเป็นวันสำคัญ

– ผู้เป็นแกนนำเรียกร้องรัฐบาล พ.อ.ถนัด คอมันตร์ ให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ เป็นหมอ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลปัตตานี ชื่อ นายแพทย์วิทยา ยุวชิต และท่านยังเป็นประธานจัดสร้างพระบรมราชานุเสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หน้าตึกอธิการบดี วิทยาเขตปัตตานี

– นักศึกษารุ่นบุกเบิกของทั้ง 2 มหาลัยบางท่านสนิทกันแต่น่าแปลกที่ไม่มีกีฬาประเพณี (หรืออาจจะเคยมี)

– พ.อ.ถนัด คอมันตร์เป็นประธานคณะกรรมการฯ เริ่มดำเนินการให้มีการก่อสร้างมหาวิทยาลัย และเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชื่อย่อว่า ม.อ. และเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้คำว่า “วิทยาเขต”

– สีประจำมหาวิทยาลัยคือ “สีบลู” ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ “ดอกศรีตรัง”

– เดิม ม.อ. ก่อตั้งครั้งแรกที่ปัตตานี แต่ไอทะเลทำให้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เสียหาย จึงขยายวิทยาเขตไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

– วิชา Foundation English เป็นวิชาที่มีคนดรอปมากที่สุด

– คณะวิศวกรรมศาสตร์ก่อตั้งเป็นคณะแรกใน ม.อ.

– งานรับปริญญา จะผลัดกันจัดที่ปัตตานีและหาดใหญ่ (แต่ตอนนี้จัดที่หาดใหญ่ที่เดียวแล้วเพราะปัญหาทางด้านชายแดนภาคใต้)

– เพลงประจำมหาวิทยาลัยแต่งทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์

– เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย คือ www.psu.ac.th

– นักศึกษาที่นี่ไปแข่งกีฬาในต่างประเทศมากกว่าในประเทศซะอีก (มาเลย์, อินโดนีเซีย, สิงค์โปร์) และน่าจะมากกว่านักกีฬาทีมชาติบางชนิดที่ไปเก็บตัวที่ต่างประเทศ

วิทยาเขตหาดใหญ่

– โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hospital Accreditation (HA)

– ม.อ. มีโรงพยาบาลทันตกรรมเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

– 99.99% ของคนส่วนใหญ่คิดว่า จุฬาฯ เป็นที่แรกที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แต่คน 0.01% ที่รู้ว่าม.อ. เป็นที่แรก ก็คือเด็กม.อ.เอง และ 0.0001% รู้ว่าอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในไทยเกิดที่คณะวิทยาศาสตร์

– คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เป็นคนมอบที่ดินให้ ม.อ. 400 กว่าไร่

– ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิทยาศาสตร์ มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก (ทอง) ก็มี 25 ขั้น

– หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมากๆ เย็นๆ จะโรแมนติกมาก

– ที่โรงยิมตอนเย็นทุกวันจะมีการเต้นแอโรบิค แต่ที่คณะวิศวะจะมีคนเต้นเยอะกว่า เรียงตามอายุและเพศ คนอายุเยอะจะอยู่ด้านหน้า อายุน้อยและกระเทยจะอยู่ด้านหลัง

– โรงช้างคือ โรงอาหารที่เด็กม.อ. จะไปทานข้าวกัน แต่ก่อนเป็นเพิงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนร้านอาโกในเรื่อง “มหาลัยเหมืองแร่” มีร้านขายของชำหลายร้านเหมือนในกิมหยง แต่เดี๋ยวนี้ทุบแล้วสร้างใหม่กลายเป็นโรงอาหารประถม

– ในเวลาตอนเที่ยงโรงช้างคนจะเยอะมากๆ แต่สถานที่ที่น่าไปทานข้าวเที่ยงมากที่สุดคือ โรงอาหารคณะทันตะ

– ตึกฟักทองเป็นที่อ่านหนังสือของเด็ก ม.อ. ในช่วงใกล้สอบ (ช่วงสอบเซเว่นจะขายดีมากที่สุด)

– เมื่อก่อนร้านสะดวกซื้อจะมีที่โรงช้างที่เดียว คนยืนเข้าแถววนจนจะรอบร้าน แต่ตอนนี้มีกระจายตามหอแล้ว

– ก่อนเข้าห้องสมุดทุกครั้งต้องแสดงบัตรนักศึกษา (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นยิงบาร์โค้ดแล้ว)

– ช่วงเสาร์-อาทิตย์หลายคนมักจะดูบอลที่โรงช้างและใต้หอ โดยเฉพาะวันแดงเดือด ทั้งแฟนผีแฟนหงส์จะเยอะสุดๆ

– เมื่อน้องปี 1 เข้ามาเรียนจะมีชมรมและกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าร่วมกันอย่างมากมาย

– เซเว่นใน ม.อ. มีอยู่ 4 ที่ (ที่จริงมี 5 แห่งอีกที่หนึ่งเป็นเซเวนลับจะรู้กันไม่มากเพราะอยู่ที่หลังตึกวิศวะ เค้านิยมเรียกกันว่าเซเวนวิดวะจะเจอสิงอมควันมากในที่นั้น)

– คาเฟตเปลี่ยนเป็นคณะแพทย์แผนไทยกับเนิร์สเซอร์รี่แล้วจ้า (ได้ข่าวว่าจะสร้างตึกคณะใหม่เเล้ว ที่วาริช คณะทรัพย์ มีโรงพยาบาลเเพทย์เเผนไทยย้ายไปที่นั่นด้วย)

– ทุกๆ วันใต้ตึก วจก. จะมีคนไปเล่นเน็ตกันมาก มีบางคนเรียกว่าลานโน๊ตบุ๊ค เยอะมากจริงๆ

– เด็ก ม.อ. บางคนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แม้จะตื่น 7.50 น. ก็ยังไปเรียนคาบ 8.00 น. ทัน

– รถตุ๊กๆ และรถสวัสดิการเป็นรถที่จะพาเด็กม.อ. ไปเรียนกัน เดี๋ยวนี้มีรถไบโอดีเซลแล้ว จะวิ่งเป็นเวลา เรียกสั้นๆ ว่า “รถไบโอ” และต่อมาใน ปี 2554 มีรถเฉื่อยแล้ว หรือเรียกว่ารถไฟฟ้า

– ไปรษณีย์ ม.อ. จะอยู่หลังตึกอธิการบดี

– เมื่อเข้ามาปี 1 ใหม่ๆ เด็กแพดจะใส่ไทค์สีเขียว พยาบาล=สีส้ม วจก.=สีเฉดม่วง วิดวะ=สีเลือดหมู วิดยา=สีเหลือง

– วจก. เป็นชื่อย่อของคณะวิทยาการจัดการ คณะนี้ว่ากันว่าสาวสวยที่สุด (บ้างก็ว่า วจก. ย่อมาจาก วิดวะจัดการ)

– เมื่อขึ้นปี 2 เด็กพยาบาล แพทย์ จะย้ายไปอยู่หอเฉพาะ

– สนามฟุตบอลม.อ. มีอยู่ 2 สนาม คือ 1. สนามบน เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ต่างระดับกันอยู่ข้างบน ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “บนแทรฟฟอร์ด” ไว้แข่งรักบี้ เป็นส่วนใหญ่ และเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่งผู้ป่วยจากชายแดนใต้มาที่โรงพยาบาลอีกด้วย 2. สนามล่าง เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ระดับต่ำกว่า ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “เซนต์เจมส์ล่าง” เป็นที่แข่งฟุตบอล

– คณะ อก. เป็นคณะที่อยู่ไกลที่สุด ถัดมาก็เป็นคณะทรัพย์

– หอ 3-4 เป็นหอเดียวที่อยู่ด้วยกัน และเป็นหอที่มีเรื่องเล่ามากที่สุด มีนักศึกษาเคยเสียชีวิตคาห้องมาแล้ว แต่ห้องไหนไม่รู้ใบให้ อยู่ปีก X313

– ตอนเปิดเทอมใหม่จะมีของขายที่ใต้ตึกกิจ เรียกว่าขายของน้องใหม่ และจะเป็นของที่แพงที่สุดเพราะเด็กใหม่จะยังงงงง และไม่รู้ว่ามันแพง คนขายเป็นบรรดารุ่นพี่ ที่รับของมาจากร้านในตลาด และเอาเฉพาะของถูกๆ มาเพิ่มกำไรขาย

– ประตู 108 และประตู 109 เป็นประตูอยู่ทางทิศตะวันออก (ประตูทางทิศตะวันออกชื่อประตูศรีทรัพย์)

– ประตู 108 ได้ชื่อจากจำนวนห้องของแฟลตที่ใกล้ประตู ส่วนประตู 109 ประตูใหม่หลังคณะทรัพย์ถัดจาก 108 เลยได้ชื่อว่า 109

– มีตลาดศรีตรังอยู่ข้างประตู 109 เด็กม.อ. ชอบมานั่งกินข้าว ดูบอลกันเยอะมากก แต่เสาร์-อาทิตย์ คนจะน้อย เพราะเด็กกลับบ้านกัน

– ประตูหลักๆ มีทางออกอยู่ 4 ที่ เปิดใช้แค่ 3 ที่

– ตลาดนัดเกษตร เปิดขายของทางคณะทรัพย์

– ในมหาลัยมีปั้มน้ำมันอยู่ 2 ที่ คือปั้มบางจาก อยู่ใกล้ประตูหน้า ม.อ. และก็คณะวิดวะ

– ช่วงเดือนสิงหาคม จะมีงานเกษตรภาคใต้ มีของขายเยอะมากๆๆ แถมคนเยอะโคตรๆ

– คณะ วจก. เป็นคณะที่อยู่ใกล้หอในมากที่สุด

– ว่ากันว่า ใครเดินผ่าน love path ระหว่าง วจก. กับศูนย์คอมฯ จะมีคู่ ว่าแล้วทำไม! ป้ากวาดถนนแถวนั่นฮอตจัง มีรปภมาจีบตลอด สวดยอด ต้องไปลองมั่งแล้ว อิอิ

– มอ. หาดใหญ่ อยู่หน้าเขา ส่วนมอ. ปัตตานีติดทะเล (โคลน)

– เมื่อก่อนรับปริญญาที่โรงยิม “ห้องทองจันทร์” ตอนนี้ไปที่ศูนย์ประชุมนานาชาติแล้ว (ตั้งแต่ปี 51)

– ที่หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร (ชื่อห้องสมุดที่นี่) มีคนมาหางานทำวิจัยโคตรเยอะ!

– ม.อ. ไม่มีหอพักสำหรับนักศึกษาทันตะ ที่นี่มีแต่หอพยาบาล หอแพทย์ นอกนั้น เป็นหอรวมๆ

– หอ 11 ใครที่อยู่ห้องมุมฝั่งเยื้องหอ 6 จะได้เห็นอ่างน้ำ และสนามซอฟท์บอลด้วย บรรยากาศส่วนตัวสุดๆ

– หอสมุดจะย้ายไปตึก LRC (ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ไม่ใช่ inductor resistor capacitor นะ) ส่วนหอสมุดเก่าเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์

– Big Four ของ ม.อ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์

– ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน (เพราะมีงานเกษตรฯ)

– ถ้ามา ม.อ.หาดใหญ่ แล้วได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ ไม่ต้องตกใจ เพราะ ม.อ. เราอยู่ห่างจากค่ายทหารไม่ถึง 1 กิโลเมตร

วิทยาเขตปัตตานี

– “รูสะมิแล” ชื่อที่ตั้งของ ม.อ. ปัตตานี แปลว่า “สนเก้าต้น”

– “อาเนาะรู” เป็นชื่อตำบลใกล้ๆ กัน แปลว่า “ลูกสน”

– คลอง 200 ปี เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ ม.อ.ปัตตานี (สมัยก่อนเป็นตลิ่ง มาเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเมื่อประมาณปี 42-43)

– พระบิดา ม.อ.ปัตตานี ทรงยืน ซึ่งเป็นพระราชานุสาวนีย์พระบิดาแห่งเดียวในโลกที่ทรงยืนแต่ที่ ม.อ.หาดใหญ่ ทรงนั่ง เป็นที่มาของความคิดที่ว่า ม.อ.หาดใหญ่ สบายกว่า ม.อ.ปัตตานี

– เพลงประจำมหาลัย วงสุนทราภรณ์ แต่งโดยไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัย ในเนื้อเพลงบอกว่าม.ติดทะเล สวยงามมาก แต่ที่จริง ม.ปัตตานี มีแต่ทะเลโคลน

– เพลงเขตรั้วสีบลู มีท่อนนึงร้องว่า “คอหงส์ เช่นกัน” แต่เด็ก มอ.ปัตตานี จะร้องว่า “คอหงส์ ชั่งมัน”

– เพลงประจำวิทยาเขตคือ “เพลงทิพย์สถาน” ซึ่งร้องยากที่สุดเพลงหนึ่ง ในการว๊ากเชียร์

– สัตว์ประจำ ม.อ.ปัตตานีคือ “ปลาตีน” มีเพลงประกอบด้วยชื่อเพลง “หัวใจปลาตีน”

– ม.อ.ปัตฯมีสระว่ายน้ำครึ่งสระ ม.อ.หาดใหญ่ มีสระว่ายน้ำสระครึ่ง (เพราะแบ่งจากม.อ.ปัตตานีไปครึ่งสระ ก่อนที่จะได้งบสร้างสระใหม่ แต่ตอนนี้ไม่รู้มีกี่สระแล้ว)

– หน้าม.ปัจจุบันนี้อดีตคือสวนมะพร้าวหลังม. หน้าม.ที่แท้จริงคือหลังม.ในปัจจุบัน สังเกตได้จากถนนกว้างขวาง 4 เลน และมีป้ายบอกทางจากในตัวเมืองให้เข้าทางที่ปัจจุบันเป็นหลังม.

– ครั้งหนึ่ง ม.อ.ปัตตานี เคยถูกเรียกว่า ม.กล้วยไข่ จากการลงข่าวของหนังสือพิมพ์มติชน เรื่องการรับน้องมหาลัย ซึ่งมีภาพ น.ศ.หญิงกำลังอมกล้วยไข่ที่ตั้งอยู่บนเป้าของบัดดี้ชาย (รับน้องปี 41) เนื่องด้วยเหตุการณ์ข้างบน เราเลยมี “บูมกล้วยไข่” เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งบูม

– ถนนที่วิ่งตัดผ่าน ม.เส้นนั้น (ก็มีอยู่เส้นเดียวแหล่ะ) เรียกว่า Street of Mor-Or Pattani

วิทยาเขตภูเก็ต

– เมื่อก่อน ม.อ.ภูเก็ต อยู่ที่สะพานหิน (ที่รู้จักกานในนามว่าตึกที่ซิบ้าเช่าม.อ.อยู่)

– คณะอุตสาหกรรมบริการ เมื่อก่อนชื่อ การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นการบริการและการท่องเที่ยวแล้ว)

– ผู้หญิงการโรงแรมจะบึกบึนเป็นพิเศษเพราะส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงและเพื่อนสาว ต้องทำอะไรด้วยตัวเองตลอด

– ในอดีต ตึกดนตรีไทยเคยเป็นหอชายล้วนด้วย เรียกว่าเล้าไก่

– ส่วนหอหญิงทางมหาลัยเช่าตึกเอทั้งตึก ให้ผู้หญิงอยู่

– คณะอุตสาหกรรมบริการ สาขาวิเทศน์ธุรกิจจีน (สาวสวยเยอะ) เป็นคณะที่เรียน 3 ปี ครึ่ง

– ช่วงสอบก็ต้อง “ไก่เมา” เรานอนเช้าก็เพราะเรารอไปกิน “ไก่เมา” เมื่อก่อนเป็นไก่ก๊ะ เพราะว่าคนขายเป็นก๊ะ (ไม่รู้อันเดียวกับไก่เมารึป่าว) กินเสร็จแล้วต้องไปเหนวรอบเกาะ นั่งเล่นริมทะเล แล้วกลับหอตอนตี 3

– ใกล้ๆ ไก่ก๊ะจะมีอีกไก่ทอดอีกเจ้า กินเวลาก๊ะไม่มาขาย เลยถูกเรียกว่าไก่แก้ขัด 55

– คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เดิมคือโครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ตอนนี้แตกแขนงอีกมายมาย จนนับม่ะถูกแล้น

– อาคารกีฬาวิทยาเขตภูเก็ต มีลักษณะเหมือนยุ้งฉางเก็บข้าว และเมื่อตอนแผ่นดินไหวตอนเกิดซึนามิ โรงยิมร้าว แก้ไขโดยการทาสีปิดรอยร้าว

– หอพักมหาลัย ใช้ระบบแสกนลายนิ้วมือเข้าหอ

– เด็กภาคคอม จะพยายามจีบเด็กภาคอุตสาหกรรมบริการ และเด็กวิเทศ อิอิ

– น้ำประปาที่ใช้ในมหาลัย มาจากขุมน้ำหน้าหอพักทั้งหมด เกือบทุกเช้าจะมีคนมาโปรยคลอรีนลงในขุมน้ำนั้นด้วย และนักศึกษาที่ไม่ใช้ครีมนวดผมนั้น ทรงผมจะเหมือนใส่เจลล์

– หน้ามหาลัยมีป้ายห้ามขี่ม้าเข้ามาในมหาลัย

– จอดรถในที่ห้ามจอด จะถูกล๊อคล้อ ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และปรับเงินร้อยนึง

– หอพักวิทยาเขตภูเก็ต มีอินเตอร์เน็ตถึงทุกห้อง

– ห้องน้ำที่หอพักชายเก่า จะมีห้องที่ล๊อกมาจากด้านใน และชั้นบนจะมีผีดุมากก

– โรงอาหาร เรียกว่า “Canteen”

– Canteen ใหม่ (บ้างก็เรียก Canteen บน) เพิ่งสร้างเสร็จปลายปี 2009 แต่ 95% ของนักศึกษาก็ยังอดทนต่อคิวที่ canteen เก่า

– มีโรงแรมในมหาวิทยาลัย ชื่อ PSU Lodge

– ที่นี่ไม่มีการประชุมเชียร์ แต่มีกิจกรรมสอนน้องร้องเพลง

– สระอโนดาษ จะมีคนคนนึงไปว่ายน้ำ เค้าคือ อาจารย์แบลร์ และต้อนนี้สระอโนดาษสวยงามแล้วนะแถมยังไปวิ่งรอบๆ สระได้ด้วย วู๊วว อาจารย์แบลร์ (Blair) ชอบขึ้นไปวิ่งบนภูเขารอบมหาวิทยาลัยด้วย บางครั้ง (สมัยก่อน) ถ้าเห็นอาจารย์แบลร์วิ่งกระโดดข้ามรั้วหลังมหาวิทยาลัยเข้ามาก็ไม่ต้องตกใจไป นั้นเปรียบได้กับการวิ่ง jogging ของเรานั่นเอง

– เด็กปีหนึ่งคณะอุตสาหกรรมบริการทุกคนต้องเคยได้ยินอาจารย์แบลร์พูดว่า “Open your window directory!!!!”

– ด้านกีฬา มีสนามเทนนิส 2 คอร์ท สนามแบดมินตัน 2 สนาม สนามฟุตบอล สนามบาสกลางแจ้ง 2 สนาม สนามวอลเล่ย์บอลชายหาด 1 สนาม และสนามบาสในร่ม 1 สนาม

– รถประจำมหาลัยมีดังนี้ รถบัสพัดลม 1 คัน (สภาพพอใช้งานไปวันๆ) เค้าเรียกว่า รถบรรทุกหมู, รถบัสแอร์ (แต่ร้อนมาก สภาพเหมือนๆ กัน ) 1 คัน และ รถ 6 ล้อ ที่ไร้ระบบกันสะเทือน 1 คัน บ้างก็เรียกรถทัวร์ (ฮุก)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง >> 6 ตำนานหลอน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่และปัตตานี)

———————————————

ที่มาจาก ไร้สาระนุกรม (อัพเดทเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559)