o-net ข้อควรรู้ นักเรียน ภาษาอังกฤษ เทคนิคการสอบ โอเน็ต

เพียงแค่เข้าใจ ก็ทำได้แล้ว เทคนิคการสอบ O-NET วิชาภาษาอังกฤษ ม.6

Home / ONET / เพียงแค่เข้าใจ ก็ทำได้แล้ว เทคนิคการสอบ O-NET วิชาภาษาอังกฤษ ม.6

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับการสอบ O-NET ของน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2560 ที่มีกำหนดสอบในวันที่ 3-4 มีนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งถือได้เลยว่าเป็นการสอบระดับชาติที่นักเรียนชั้น ม.6 ทุกคนจะต้องเข้าสอบ และจะต้องทำการสอบให้ครบทุกวิชา ไม่สามารถขาดสอบวิชาใดวิชาหนึ่งได้

เทคนิคการสอบ O-NET วิชาภาษาอังกฤษ ม.6

วิชาที่ใช้สอบ O-NET ประกอบด้วย 5 วิชาด้วยกัน ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษาฯ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ซึ่งวิชาที่น้องๆ ส่วนใหญ่เป็นกังวลกันนั้นคงหนีไม่พ้นวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ เราสามารถฝึกทำโจทย์บ่อยๆ ฝึกคิด แก้ไขโจทย์ปัญหาต่างๆ และนำมาประยุกต์ใช้กันได้

แต่วิชาภาษาอังกฤษเราจะทำอย่างไรดีล่ะ ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยแม่นคำศัพท์ ไม่เข้าใจการเขียน แล้วจะทำได้อย่างไร วันนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ไม่พลาดที่จะมีเทคนิคดีๆ จากอาจารย์ ศรัณย์ นาทะสิริ (อาจารย์จากสถาบัน aims) มาฝากน้องๆ กันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย…

มาเริ่มกันที่ Conversation/Reading

1. อ่านโจทย์ให้เห็นภาพกว้างๆ เสียก่อน และให้เราตัด Choice ที่คิดว่าไม่ใช่ออกไป เพื่อง่ายต่อการเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

2. น้องๆ ต้องพยายามอ่านข้อมูลทั้ง graph, chart หรือข้อมูลที่เป็นตัวเลขให้ดี ให้เข้าใจ หลังจากนั้นก็ไปดูที่ choice แค่นี้ก็จะช่วยทำให้เราหาคำตอบที่ถูกต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเรียงข้อ ให้เราเลือกทำข้อที่ง่ายและมั่นใจก่อน เช่น ข้อที่ถามเป็นพวกตัวเลข หรือคำถามที่สามารถเอาคำตอบมาจากโจทย์ได้เลย เป็นต้น

4. ไม่จำเป็นต้องแปลทุกตัว ให้เราพยายามทำความเข้าใจและเก็บ keywords ที่สำคัญเอาไว้

5. อ่านคำถามให้เข้าใจ หลังจากนั้นก็ลองตอบเองโดยที่ยังไม่ได้ดู choice เมื่อได้คำตอบแล้วก็ให้ไปไล่ดู choice ที่ตรงและถูกต้องที่สุด

เพียงแค่เข้าใจ ก็ทำได้แล้ว เทคนิคการสอบ O-NET วิชาภาษาอังกฤษ ม.6

Writing

1. ต้องอ่านประโยคคำถามให้เข้าใจ และเลือกเติมคำให้เหมาะสมกับประโยคนั้นๆ

2. น้องๆ จะต้องจำสำนวนต่างๆ/ active voice หรือ passive voice เป็นผู้กระทำหรือถูกกระทำ/ Tense ต่างๆ ให้ได้

3. จะต้องหาประธาน กริยา และส่วนขยายของประโยคให้เจอ เท่านี้ก็จะช่วยทำให้เราเขียนตอบได้อย่างมั่นใจแล้ว

Error Recognition

1. น้องๆ จะต้องอ่านโจทย์ทั้งหมดให้เข้าใจและเห็นภาพกว้างๆ ของทั้งหมดเสียก่อน

2. พยายามแยกประโยค แล้วทำการหาประธาน กริยา และส่วนขยายของประโยคให้เจอ

3. ดูพวกคำที่ไม่ได้ขีดเส้นใต้ เพราะคำเหล่านั้นเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะทำให้เราหาคำตอบได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจากนั้นให้เราตัด Choice ที่คิดว่าไม่ใช่ออกไป

4. ถ้าเป็นคำถามที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะ ควรจะใช้ Past Tense แต่ถ้าเป็นคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั่วไปควรจะใช้ Present Tense

5. ถ้าคิดว่าเราได้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว ก่อนจะเขียนคำตอบลงไปให้เราทำการเช็คคำบุพบท (preposition) ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่เราเลือกเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

สุดท้าย Vocabulary โดยถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. Meaning in context

  • เว้นช่อง เติมคำ เลือกคำศัพท์ให้เหมาะสมหรือถูกต้องที่สุด

2. Meaning recognition

  • อ่านทำความเข้าใจโจทย์ในภาพรวมทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้คำศัพท์ทั้งหมดของโจทย์หรือคำถามนั้นๆ ก็ให้เราจำคำศัพท์และรู้ความหมายของคำสำคัญไว้ให้ดี เพราะมันสามารถช่วยทำให้เราแปลและเข้าใจคำถามได้ดียิ่งขึ้น (น้องๆ ควรฝึกท่องศัพท์ไว้ด้วย) หลังจากนั้นเราตัด choice ที่คิดว่าไม่ใช่ออกไป โดยที่เราจะต้องหาคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือน หรือคล้ายๆ กับคำที่ขีดเส้นใต้ตามที่โจทย์ให้มา เพื่อง่ายต่อการเดาความหมายและเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

Present Tense ทุกรุปแบบใน 5 นาที!!!

บทความที่น่าสนใจ

ที่มา : http://www.aims.co.th/