มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้า เจเจ-กฤษณภูมิ

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้า เจเจ-กฤษณภูมิ

โอปป้าตี๋หล่อมาแรง เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม กับบทบาท “ไทเกอร์” ในซีรีส์ I Hate You, I Love You ที่คนพูดถึงกันอย่างมาก และ 24 พฤศจิกายนนี้ เจเจกำลังจะมีผลงานหนังใหม่ ค่าย CJ MAJOR อย่าง “20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น” ประกบกับใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เรียกว่าพิสูจน์ฝีมือกันให้ต่อเนื่อง จากความสามารถที่มีในตัวหนุ่มคนนี้และส่วนหนึ่งจากการเรียนศาสตร์ภาพยนตร์เพิ่มเติมเสริมความแน่นเป๊ะในวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว

มาดูวันเรียนใสๆ เจเจ-กฤษณภูมิ  

มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้าตี๋ เจเจ-กฤษณภูมิ

เรียนก่อนหน้านี้ที่ ม.รังสิต แล้วย้ายมาเรียนต่อที่มศว

ก็ซิ่วมาจากคณะนิเทศฯ สาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่ม.รังสิต ตอนนั้นที่เลือกด้านนี้เพราะว่าเราทำงานในวงการภาพยนตร์มานานแล้ว (เล่นหนังเรื่องแรก เกรียน ฟิคชั่น ปี 2013) คิดว่าน่าจะเอาการเรียนมาต่อยอดในการทำงานได้ ส่วนตัวผมระหว่างซีรีส์กับหนัง ผมชอบหนังมากกว่า ชอบวิธีการแสดง การถ่ายทำ การทำงานที่ดูมีรายละเอียดมากกว่า จริงๆ เรียนสนุกมาก ไปก็ได้ทำไฟนอลโปรเจกต์จัดแสง เขียนบท ทำหนังจริงๆ เลย แต่ก็ค่อนข้างหนัก ตอนนั้นไม่ได้นอนติดกันสองสามอาทิตย์ เพราะต้องช่วยเพื่อนด้วย ทำงานด้วย เลยตัดสินใจมาเรียนที่มศวแทน เพราะหลายๆ อย่างมันสะดวกกว่า มาที่นี่ก็เลือกด้านภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล วิชาเอกเป็นการแสดงและกำกับการแสดงผ่านสื่อ

มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้า เจเจ-กฤษณภูมิ

จากเด็กมัธยมวัยว้าวุ่นจนมาเข้ามหาวิทยาลัย มีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

มหา’ลัยในความคิดผม คือการที่เราเข้ามาอยู่ในอีกสังคมหนึ่งที่โตขึ้น และค่อนข้างแตกต่างจากตอนมัธยมมาก ตอนเข้าใหม่ๆ ก็ต้องปรับตัว หัดจัดระเบียบวินัยให้ตัวเอง ไม่งั้นเราจะหลุดได้ง่าย แล้วก็การเจอเพื่อนใหม่ๆ มันไม่ได้มีเพื่อนเดิมๆในคลาสเดียวเหมือนตอนมัธยม บางคลาสเราก็ไม่ได้เจอกับเพื่อนกลุ่มเดิม เราก็ต้องหัดทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ตลอดเวลา

สังคมเพื่อนใหม่ในแบบเฟรชชี่มหาวิทยาลัย เป็นยังไงบ้าง

ที่ม.รังสิต ผมโชคร้ายตรงที่ผมต้องลงตารางเรียนเอง เพราะต้องทำงานด้วย ก็ตามเพื่อนลงไม่ได้ เลยต้องหาเพื่อนใหม่ทุกคลาส แต่วิธีหาเพื่อนใหม่ของผม คือ รอเขามาทัก (หัวเราะ) ถ้าไม่มีคนทัก คลาสนั้นผมก็จะไม่มีเพื่อนเลย (โถ) แต่ว่าพอมาที่มศว การเรียนที่นี่จะเข้มงวดกว่าหน่อย เขาจะลงเรียนให้เราเลย เราก็จะเจอเพื่อนหน้าเดิมๆ ก็เลยสนิทกันมากขึ้น ที่สนิทสุดเป็นกลุ่มใหญ่สิบกว่าคนได้ จริงๆ สังคมที่ผมรับไม่ได้คงเป็นพวกเห็นแก่ตัว ไม่เคยช่วยงาน แล้วเราก็รู้ว่าเราเข้าข่ายนั้น เพราะต้องทำงานไปด้วยกันเรียนไปด้วย ก็เลยต้องคอยถามเพื่อนตลอด คอยทักไปหาเพื่อน มีอะไรก็บอกได้นะ ส่งมาได้ เดี๋ยวเราช่วย แต่เพื่อนๆ ก็ดีมาก คอยช่วยเหลือผมตลอด มีได้ไปรับน้องด้วยกัน สนุกดี อย่างผมก็โดนให้ออกไปเต้นงานประกวดดาวเดือน ตอนนั้นคือเขาให้ส่งตัวแทนสาขาละสองคนออกไปเต้น ตอนแรกผมก็ไม่ได้อะไรนะ แต่พอกัปตันเดินออกไป เพื่อนๆ ก็เชียร์ผม ผมก็เลยต้องออกไปเต้นด้วย พี่ก็แซวๆ กันแล้วอัดคลิปลง (ยิ้ม) มันก็เป็นประสบการณ์ที่ผมว่าเราไม่ได้ทำที่ไหนแน่ๆ นอกจากที่มหา’ลัยที่เดียว

 มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้า เจเจ-กฤษณภูมิ

เริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ที่นี่ มศว ประสานมิตร

ที่มศวตอนนี้ยังเรียนเป็นพื้นฐานซะส่วนใหญ่ อย่างประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ แล้วก็มีเรียนด้านแอกติ้งบ้าง ซึ่งเราก็มีพื้นฐานอยู่แล้ว ก็เลยง่ายหน่อย แต่ผมจะชอบในพาร์ทของตากล้อง เพราะเป็นคนชอบถ่ายรูป ส่วนวิชาที่สร้างปัญหาให้จะเป็นคณิตศาสตร์ (หัวเราะ) ผมไม่ได้เลยอะ ก็ต้องให้เพื่อนติวให้ กว่าจะผ่านมาได้ ช่วงนี้ก็เรียนทุกวัน ก็ต้องแบ่งเวลาให้ดี บางวันก็เรียนเช้าด้วย ผมก็ต้องใช้วิธีจัดข้าวตั้งแต่ตอนกลางคืน แล้วนอนเร็วๆ เพราะตอนเช้าผมจะเป็นคนงอแง นาฬิกาปลุกแล้วก็จะเลื่อนเวลาไปเรื่อยๆ บางทีก็เลทไปหนึ่งชั่วโมงก็มี เราก็ลนว่ายังไม่ได้เตรียมของเลย ต้องอาบน้ำอีก หลังๆ ใช้วิธีเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเลยดีกว่า

เทคนิคส่วนตัวในแบบเจเจ

ผมใช้วิธีอ่านหนังสือเยอะๆ เน้นจดเลกเชอร์เอา การจดเนี่ยมันทำให้ผมจำได้เยอะขึ้น เวลาสอบก็จะกลับมาอ่านทบทวนอีกที ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอ่านดึกดื่นเหมือนกันนะ บางทีก็ชอบไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟแถวเดอะซีนหรือทองหล่อถึงตีสองตีสาม รู้สึกมันเงียบสงบ ทำให้มีสมาธิดี

มาดูวันเรียนใสๆ ของนิสิตโอปป้า เจเจ-กฤษณภูมิ

อยากรู้ถ้าเจเจได้เป็นอาจารย์สอนในมหา‘ลัยสักวิชา คิดว่าตัวเองจะสอนอะไร แล้วเป็นอาจารย์สไตล์ไหน

คงเป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ เพราะตอนม.ปลายผมรู้สึกว่าตัวเองทำคะแนนวิชาสังคมได้ดีมากเหมือนกัน เราชอบท่องจำ แล้วก็คงเป็นอาจารย์ที่ไม่จริงจังมาก แบบชิลๆ เล่นกับนักเรียนบ้าง จะได้ไม่เครียดกัน (ยิ้ม)

อนาคตของนิสิตเอกฟิล์มกับอีกอาชีพที่อยากลองทำ

ผู้กำกับก็น่าลอง เพราะเราก็มีความรู้ทั้งเรื่องแอกติ้งแล้วก็กล้อง ผมชอบความรู้สึกที่เวลาได้ผลิตผลงานหนึ่งๆ ให้เผยแพร่ออกไป แล้วคนดูชอบ มีความสุข อารมณ์ดี มันทำให้เรามีความสุขไปด้วย มันเป็นเสน่ห์ของภาพยนตร์เลย

 

ตามดูคอลัมน์ campus impart ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.42

www.facebook.com/campusstars

img_6415

ขออภัย!

ไม่อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นในบทความนี้