เจมส์-ธีรดนย์ กับทริกสอบสไตล์เด็กวารสารฯ อินเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์

Home / ดาวเด่นมหาวิทยาลัย / เจมส์-ธีรดนย์ กับทริกสอบสไตล์เด็กวารสารฯ อินเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ กลับมากับหนังเรื่องแรกในชีวิต ค่าย GDH 559 อย่าง “ฉลาดเกมส์โกง” กับบท “พัฒน์” เด็กบ้านรวยที่เข้าไปสู่กลโกงในวงการลอกข้อสอบขนาดใหญ่ ในหนังเข้าสู่วังวนการเรียนในด้านมืด แต่ในชีวิตการเรียนนอกจอของเจมส์สว่างไสวสุดๆ ใครอยากรู้ว่าทำยังไงถึงได้เรียนในคณะยอดฮิตอย่างวารสารฯ อินเตอร์ ธรรมศาสตร์ ลองไปอ่านบทสัมภาษณ์มุมมองความคิดของเจมส์กันดู

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

เด็กวารสารฯ อินเตอร์ TU

ตอนนี้เรียนปี 2 วารสารฯ อินเตอร์ ธรรมศาสตร์

ผมเริ่มเข้าวงการมาตั้งแต่ม.5 ก็รู้สึกว่าเราอยากเดินมาทางนี้ อยากเรียนด้านวารสารฯ อย่างน้อยเราก็สามารถเอาความรู้ในวงการไปใช้ในการเรียนได้ แล้วก็เอาการเรียนมาใช้ในการทำงานจริงได้ด้วย ที่เลือกอินเตอร์ ธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์มันเป็นที่ๆ ค่อนข้างเสรีดี ชอบสังคมที่นี่ ภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่เก่งแกรมม่าอย่างเดียว แล้วตอนแรกแกรมม่าผมก็ไม่เก่งด้วย กากมาก (หัวเราะ) ที่จริงเราควรจะพูดได้ เพราะมันเหมือนเป็นภาษาที่ 2 เป็นภาษากลางที่อาจจะได้เอาไปใช้ในการทำงานอย่างอื่นด้วย ซึ่งพอเข้ามาปีแรกๆ ก็เลยหนักมาก ด้วยความที่ไม่ใช่เด็กอินเตอร์มาก่อนไง ไม่ได้ไปเรียนเมืองนอก เลยยาก มันตึงมากเลย ฟังไม่รู้เรื่อง แต่พออยู่ไปสักพักเริ่มปรับตัวได้ ก็โอเค เริ่มรู้วิธีเขียน พูด ฟังให้มากขึ้น จนตอนนี้ปี 2 ก็ดีขึ้น คณะนี้ทำให้ผมได้เขียนเยอะนะ เขียนทั้งเป็นรูปฟอร์ม แล้วก็วิธีเขียนข่าว เขียนยังไงให้ถูกต้อง

วิชาที่ถูกใจใช่เลย

เอาจริงๆ ชอบเลขครับ (หัวเราะ) ชอบบริหาร ถ้าย้อนเวลาไปได้ก็อยากเข้าบัญชี ชอบวิชาเลข ชอบวิธีการคิดที่ค่อนข้างเป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผล อย่างวิชา Logistic ซึ่งแบบเด็กที่เก่งอังกฤษหลายคนอาจจะงงกับวิชานี้ แตกต่างกับผมเลย ผมอินเลิฟวิชานี้มาก แต่ก็มีอีกวิชาหนึ่งที่ชอบมาก ก็คือวิชาการพูด รู้สึกว่าคนเรามันต้องพูดทุกวันอยู่แล้ว สมมุติเราต้องไปพูดบนเวที แล้วเราจะพูดยังไงให้คนสนใจ ควรเริ่มต้นยังไง ลงท้ายยังไง อะไรที่ควรหลีกเลี่ยง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ได้ใช้จริงๆ ในการทำงานด้วย

James Teeradon Supapunpinyo

James Teeradon Supapunpinyo

สังคมในแบบอินเตอร์ๆ

ผมรู้สึกผมได้เพื่อนดีนะ ทุกคนช่วยกัน ไม่ได้ต่างคนต่างเรียนแข่งกันอย่างเดียว ผมไม่ไปเรียน เขาก็เก็บชีทให้ ไปขอเลกเชอร์เด็กเก่งๆ เขาก็ให้ไม่หวงความรู้ แล้วก็ผมจะมีกลุ่มผู้ชาย 20 คน เป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกัน เล่นเกมด้วยกัน เตะบอลด้วยกัน เข้าฟิตเนสบ้าง ก็มีเล่นสเก็ตบอร์ดในลานสเก็ตในมอ แต่ที่สนิทแบบ Close Friend เลย มี 2 คนครับ ที่สนิทกันได้เพราะเขาจะรับฟังเราได้ตลอดเวลา มีอะไรก็คุยกัน แล้วก็ไลฟ์สไตล์คล้ายๆ เรา คือมีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่งี่เง่าแบบเด็กๆ

ฮอตขนาดนี้ แบ่งเวลายังไงบ้าง

คือผมรู้สึกว่าเวลาอยู่ในมหา’ลัย เรามาอยู่หอ ก็ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองเยอะขึ้น มันก็ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็น เหมือนหาเงินได้เอง กินอยู่เอง โดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ แต่คือช่วงนี้ก็คือหนักมากครับ! ผมก็พยายามเข้าเรียนนะ แบบเช้าถ้าว่างต้องไปเรียนก่อน ถ้าไม่เข้าวันนี้ วันข้างหน้าก็อาจจะยุ่งอีก แล้วเราจะตามเพื่อนไม่ทันด้วย ก็เลยพยายามเข้าให้เยอะที่สุดน่ะ แต่ถ้าเข้าไม่ได้จริงๆ ก็จะพยายามตามงานจากเพื่อน หรือถ้าวิชาไหนที่อาจารย์เขาไม่ให้ขาดเยอะ เราก็ต้องเข้าไปคุยกับอาจารย์โดยตรงเลย

เทคนิคการเตรียมตัวสอบในแบบเจมส์

ก่อนสอบผมก็ไปติวกับเพื่อนๆ ที่หอสมุดกัน เพราะใกล้สอบรู้สึกว่าต้องขยันหน่อย ผมอยู่หอสมุดยันเที่ยงคืน เป็นครั้งแรกเลย ไม่เคยอยู่มาก่อนในชีวิต คือวิชาไหนไม่เข้าใจ ผมก็จะต้องไปเข้าฟังอีกสักรอบ หรือให้เพื่อนช่วยติวให้ เหมือนให้เราเห็นภาพรวม แล้วค่อยลงดีเทลอ่านเองอีกรอบ ช่วงเช้าก่อนสอบ ผมจะกินกาแฟ 2 แก้ว คือผมเป็นคนติดกาแฟมาก วันไหนไม่ได้เริ่มต้นด้วยกาแฟ มันใช้ชีวิตยากมาก ก็กินทุกวันเลยอะ โดยเฉพาะช่วงสอบ นอกนั้นเครื่องรางหรืออุปกรณ์อะไรพิเศษไม่มีพก ปากกาผมยังยืมเพื่อนเลย

เทคนิคการทำสอบของผม คือ ถ้าวิชาไหนผมทำไม่ค่อยได้ ก็จะลุกเร็วกว่าคนอื่น คนอื่นก็จะ เฮ้ย ออกแล้วหรอ ดูเหมือนคนออกเยอะ ห้องจะโล่ง ทำให้คะแนนที่ออกมาไม่ต่างกันเยอะ มันเป็นแผน (ฮา) แต่ลอกข้อสอบแบบในหนัง ไม่มีนะ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี เราอาจจะได้เกรดดีๆ แต่ว่าความรู้เราไม่มีเลย คือคนอาจจะมองว่ามันเป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าจุดเล็กๆ น้อยๆ นี้ติดไปเป็นนิสัยของเราถึงตอนโต มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว

ข้อคิดเจ๋งๆ ในการใช้ชีวิตในรั้วชาวมอ

ผมรู้สึกว่ามหา’ลัย มันเป็นที่ที่ทำให้เราได้เปิดโลกกว้างมากขึ้นกว่าตอนมัธยมเยอะมาก เราได้เจออะไรใหม่ๆ ที่ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ก็อยากให้เก็บเกี่ยวมันไว้ ไอ้พวกกิจกรรมต่างๆ ในคณะ ในมหา’ลัย บางทีเราอาจจะรู้สึกมันไม่สนุก อย่าไปคิดว่ามันน่าเบื่อแล้วไม่ไป อยากให้พยายามไปดีกว่า อย่างน้อยมันก็เป็นประสบการณ์ที่เราจะได้จากมันแน่ๆ

ติดตามคอลัมน์ Campus Impart ได้ในนิตยสาร Campus Star No.48

www.facebook.com/campusstars

บทความแนะนำ